“ผมถือว่า ต้นไม้คือปัจจัยสำคัญที่นำมาใช้ในงานตกแต่งได้ไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์ ดังนั้นจึงดึงความงามมาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบร้านครับ” คุณทรรศนัย ญาณอุบล ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน PLANT ME ON THE MOON เล่าถึงที่มาของการเปิดร้านที่เกิดจากความชอบต้นไม้และคาเฟ่
โดยชื่อร้าน PLANT ME ON THE MOON เป็นการเล่นคำจากชื่อเพลง “Fly me to the moon” ที่ดังขึ้นมาขณะที่เขาได้อ่านบทความเกี่ยวกับการโคจรของดวงจันทร์ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้นั่นเอง
และถ้าคุณเยือนที่นี่ สิ่งแรกที่เห็นแล้วต้องประทับใจ เชื่อว่าเป็นทางเข้าด้านหน้าร้านแน่นอน (เหมาะแก่การเป็นแบ็คกราวนด์ถ่ายรูปเช็คอินมาก…) เพราะแอบเก๋ มีการนำโครงนั่งร้านมาดีไซน์เป็นกำแพงสวนแนวตั้ง (Vertical Green) ได้ครีเอท แถมยังละลานตาไปด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ต้นปลากระเบน พลูห่อทรัพย์ องุ่นทะเล ตีนตุ๊กแก และฟิโลเดนดรอนก้านส้ม เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่คัดมาตกแต่งและจำหน่ายด้วยในคราเดียวกัน สนนราคาตั้งแต่หลักร้อย! กระทั่งถึงหลักหมื่น! (รวมถึงมีกระถางและที่ครอบกระถางขายอีกด้วย)
ส่วนด้านในร้านเผยการตกแต่งสไตล์ “Modern Vintage” ที่รายละเอียดค่อนไปทางยุค Mid-Century มีความมินิมัล เรียบง่าย แต่มากเสน่ห์ตรงที่นำเครื่องเรือน และต้นไม้ฟอร์มสวยมาจัดวางชูบรรยากาศได้สดชื่นและเป็นกันเอง รวมถึงโดดเด่นด้วยการตกแต่งภาพพิมพ์สีสันสดใสจากเครื่อง Risograph (จาก witti.studio) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Léon: The Professional ที่สื่อถึงต้นไม้กับดวงจันทร์ได้แมชท์กับชื่อร้านทีเดียว ที่นี่ยังเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มมากมาย ทั้งน้ำผลไม้ ชา และกาแฟที่มีเมล็ดให้เลือกหลากหลาย ส่วนใครที่ชอบความหอมหวานเคล้าความสดชื่นต้องลอง Rose Lemon หรือถ้าอยากได้ทั้งความสดชื่นและอยากดื่มกาแฟด้วยในคราวเดียว แนะนำให้สั่ง Single Rasp Frizzy (ราสพ์เบอร์รี่โซดาที่ท็อปบนด้วยเอสเพรสโซ่)
นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ทางร้านกำลังจะคลอด Brunch Menu ให้ลูกค้าได้รองท้องเพิ่มเติม ซึ่งทีมงานเราโชคดีได้ประเดิมมาแล้วสองเมนู คือ Toast with mexican sausage and egg และ Toast with ham and cheese ที่ทานคู่กับผักสดแล้วเวิร์คสุดๆ