“แนวคิดในการปรุงอาหารของผมคือการคิดค้นเมนูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมาตรฐานการรักษารสชาติของวัตถุดิบไว้ในระดับสูง โดยเราต้องชิมอาหารที่ปรุงทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานของเรา จะมอบรสชาติที่เราต้องการแก่ผู้ทานแบบ 100%” อภิชิต ปวงขจร หัวหน้าเชฟของ Sexy Cow “เนื้อ” วัตถุดิบของร้าน Sexy Cow ที่ครองใจชาวมีทเลิฟเวอร์
“แน่นอนว่าไฮไลต์ของร้าน Sexy Cow ต้องเป็น “เนื้อ” เพราะคัดสรรเฉพาะเนื้อเกรดพรีเมียมจากออสเตรเลียที่มีอายุ 270 วัน เพราะเป็นเนื้อที่มีเนื้อสัมผัสไม่เหนียว หรือเละเกินไป แต่มีความนุ่มกำลังพอดี สำหรับทำสเต็ก”
ทางร้านมีเนื้อให้เลือก 4 ชนิด คือ เนื้อสตริปลอยน์ เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ ริบอาย และโทมาฮอว์ค หลังจากนั้นต้องนำมาผ่านการบ่มขั้นต่ำ 4 สัปดาห์ ก่อนที่จะนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ รวมถึงการปรุงขั้นต้นอย่างการซูวี เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อทุกชิ้น จะมีคุณภาพสม่ำเสมอ และให้รสชาติชั้นเลิศทุกเมนู
ร้านใช้เตากริลล์เนื้อแบบพิเศษ ซึ่งสั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ เป็นเตาเหล็กยาว 3 เมตร และใช้ตะแกรงกริลล์ โดยแบ่งแต่ละส่วนของเตา ให้อุณหภูมิของไฟแตกต่างกัน เพื่อให้เนื้อได้เล่นกับความแรงของไฟหลาย ๆ ระดับ ทำให้ได้ความสุกในแบบที่ต้องการอย่างพอดี และยังให้กลิ่นรมควันที่หอมมากเป็นพิเศษ จนโดดเด่น และแตกต่างมากกว่าร้านเนื้อทั่วไป ชิมเมนูไฮไลต์ จากร้านเนื้อพรีเมียมย่านซอยหลังสวน “Sexy Cow”
เริ่มจาก Meat Platter ซิกเนเจอร์ของร้าน ที่รวมเนื้อนำเข้าเกรดพรีเมียม 3 ชนิด ทั้งเนื้อสันนอก (Striploi), เนื้อสันใน (Tenderloin), และเนื้อส่วนติดซี่โครง (Rib eye) รวมทั้งซี่โครงแกะ (Lamb chops) จากออสเตรเลีย โดยถูกบ่ม 4 อาทิตย์ จนเกิดความนุ่ม และได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เสิร์ฟพร้อมเกลือ 5 ชนิด ซึ่งช่วยชูรสของเนื้อได้อย่างดี
Wagyu Tomahawk เนื้อวากิวโทมาฮอว์คติดซี่โครง ที่ลูกค้าสามารถเลือกขนาดได้ตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป คัดเลือกเนื้อจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุด ขุนด้วยธัญพืช 360 วัน เพื่อให้ได้เนื้อชั้นดี มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นนำมาบ่ม 45 วัน ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านที่ความสุกกำลังพอดี
Wagyu Short Rib เมนู Seasonal Specials อย่างเนื้อวากิวส่วนซี่โครงนำเข้าจากออสเตรเลีย ซูวีไฟอ่อน 24 ชั่วโมง กริลล์บนเตาถ่าน และเติมกลิ่นหอมจากไม้อบรมควัน ราดด้วยซอสเทริยากิ กินคู่กับผักคอสกริลและมันฝรั่งทอด Crab Tagliolin เมนูเส้นพาสต้าสดทำเอง ผัดกับซอสซัฟฟรอน (ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก) และเนื้อปูก้อนใหญ่เต็มคำ เติมชิลลี่เข้าไปเพื่อความสไปซี่ ให้มีรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทย
Truffle Risotto เมนูข้าวสไตล์อิตาเลียน กลมกล่อมด้วยครีมจากพาร์มิซานชีส ผัดกับเนยแท้จากฝรั่งเศส ให้กลิ่นหอม เติมความกรุบกรอบด้วยเห็ดมอเรลอิตาลี และทรัฟเฟิลสไลด์แน่น ๆ
Sexy Cow Sea Food Platter รวมเมนูซีฟู้ดจัดเต็ม ที่มีทั้งคานาเดียนล็อบสเตอร์สด นำมากริลที่ความสุกกำลังพอดี เพื่อคงความฉ่ำของเนื้ออยู่ และมีอาทิ กุ้งลายเสือ หอยเชลล์ไซซ์ยักษ์ นำมาจัดวางรวมกัน ก่อนราดด้วยซอสสูตรเด็ดของร้าน ที่เรียกว่าซอสสิงคโปร์ ให้รสชาติสไปซี่ เข้ากันอย่างลงตัวกับซีฟู้ด ของหวานอย่าง Panna Cotta ขนมหวานสัญชาติ อิตาเลียน รสละมุนเปรี้ยวหวานหอมมันลงตัว จากพานาคอตต้าที่ใช้โรสแมรี่มาเป็นส่วนผสม นำไปต้มกับครีม และกรีกโยเกิร์ต ให้ความสดชื่น ท็อปด้วยกรานิต้าลิ้นจี่ ราดซอสราสเบอร์รีกุหลาบ ทานคู่กันกับบลูเบอร์รี ราสเบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี ให้ความหอมสดชื่น เหมือนวิ่งอยู่ในสวนกุหลาบ
7 Layers Black forest เลเยอร์เค้กช็อคโกแลตเข้มข้น สูตรเด็ดของทางร้าน เริ่มจากช็อคครั้นชี่ด้านล่าง ตามด้วยเค้กช็อคชิฟฟ่อน ราสเบอร์รีเยลลี ดาร์กช็อค 70% มิลค์ช็อคมูสไวท์ช็อคมูส
ปิดด้วย Chocolate Glazed ช็อคโกแลตเกลซ ท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี เพิ่มความสดชื่นให้กับเซตเมนูขนมหวานได้อย่างลงตัว เวลาทานให้ตักจากด้านบนลงมาด้านล่าง เพื่อให้ได้ชิมรสชาติของเลเยอร์เค้กได้อย่างสมบูรณ์
“แน่นอนว่าไฮไลต์ของร้าน Sexy Cow ต้องเป็น “เนื้อ” เพราะคัดสรรเฉพาะเนื้อเกรดพรีเมียมจากออสเตรเลียที่มีอายุ 270 วัน เพราะเป็นเนื้อที่มีเนื้อสัมผัสไม่เหนียว หรือเละเกินไป แต่มีความนุ่มกำลังพอดี สำหรับทำสเต็ก”
ทางร้านมีเนื้อให้เลือก 4 ชนิด คือ เนื้อสตริปลอยน์ เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ ริบอาย และโทมาฮอว์ค หลังจากนั้นต้องนำมาผ่านการบ่มขั้นต่ำ 4 สัปดาห์ ก่อนที่จะนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ รวมถึงการปรุงขั้นต้นอย่างการซูวี เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อทุกชิ้น จะมีคุณภาพสม่ำเสมอ และให้รสชาติชั้นเลิศทุกเมนู
ร้านใช้เตากริลล์เนื้อแบบพิเศษ ซึ่งสั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ เป็นเตาเหล็กยาว 3 เมตร และใช้ตะแกรงกริลล์ โดยแบ่งแต่ละส่วนของเตา ให้อุณหภูมิของไฟแตกต่างกัน เพื่อให้เนื้อได้เล่นกับความแรงของไฟหลาย ๆ ระดับ ทำให้ได้ความสุกในแบบที่ต้องการอย่างพอดี และยังให้กลิ่นรมควันที่หอมมากเป็นพิเศษ จนโดดเด่น และแตกต่างมากกว่าร้านเนื้อทั่วไป
เริ่มจาก Meat Platter ซิกเนเจอร์ของร้าน ที่รวมเนื้อนำเข้าเกรดพรีเมียม 3 ชนิด ทั้งเนื้อสันนอก (Striploi), เนื้อสันใน (Tenderloin), และเนื้อส่วนติดซี่โครง (Rib eye) รวมทั้งซี่โครงแกะ (Lamb chops) จากออสเตรเลีย โดยถูกบ่ม 4 อาทิตย์ จนเกิดความนุ่ม และได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เสิร์ฟพร้อมเกลือ 5 ชนิด ซึ่งช่วยชูรสของเนื้อได้อย่างดี
Wagyu Tomahawk เนื้อวากิวโทมาฮอว์คติดซี่โครง ที่ลูกค้าสามารถเลือกขนาดได้ตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป คัดเลือกเนื้อจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุด ขุนด้วยธัญพืช 360 วัน เพื่อให้ได้เนื้อชั้นดี มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นนำมาบ่ม 45 วัน ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่านที่ความสุกกำลังพอดี
Wagyu Short Rib เมนู Seasonal Specials อย่างเนื้อวากิวส่วนซี่โครงนำเข้าจากออสเตรเลีย ซูวีไฟอ่อน 24 ชั่วโมง กริลล์บนเตาถ่าน และเติมกลิ่นหอมจากไม้อบรมควัน ราดด้วยซอสเทริยากิ กินคู่กับผักคอสกริลและมันฝรั่งทอด
Truffle Risotto เมนูข้าวสไตล์อิตาเลียน กลมกล่อมด้วยครีมจากพาร์มิซานชีส ผัดกับเนยแท้จากฝรั่งเศส ให้กลิ่นหอม เติมความกรุบกรอบด้วยเห็ดมอเรลอิตาลี และทรัฟเฟิลสไลด์แน่น ๆ
Sexy Cow Sea Food Platter รวมเมนูซีฟู้ดจัดเต็ม ที่มีทั้งคานาเดียนล็อบสเตอร์สด นำมากริลที่ความสุกกำลังพอดี เพื่อคงความฉ่ำของเนื้ออยู่ และมีอาทิ กุ้งลายเสือ หอยเชลล์ไซซ์ยักษ์ นำมาจัดวางรวมกัน ก่อนราดด้วยซอสสูตรเด็ดของร้าน ที่เรียกว่าซอสสิงคโปร์ ให้รสชาติสไปซี่ เข้ากันอย่างลงตัวกับซีฟู้ด
7 Layers Black forest เลเยอร์เค้กช็อคโกแลตเข้มข้น สูตรเด็ดของทางร้าน เริ่มจากช็อคครั้นชี่ด้านล่าง ตามด้วยเค้กช็อคชิฟฟ่อน ราสเบอร์รีเยลลี ดาร์กช็อค 70% มิลค์ช็อคมูสไวท์ช็อคมูส
ปิดด้วย Chocolate Glazed ช็อคโกแลตเกลซ ท็อปปิ้งด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี เพิ่มความสดชื่นให้กับเซตเมนูขนมหวานได้อย่างลงตัว เวลาทานให้ตักจากด้านบนลงมาด้านล่าง เพื่อให้ได้ชิมรสชาติของเลเยอร์เค้กได้อย่างสมบูรณ์




