ปัญหาภาวะโลกร้อนและมลภาวะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของตนเอง อย่างการเลือกใช้ ‘มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ ที่ทำให้เราลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าก็มีราคาที่สูง หากเทียบกับมอเตอร์ไซค์ทั่วๆ ไป หลายคนที่วางแผนจะซื้อมอเตอร์ไซค์คันแรก หรือคันใหม่จึงอาจสงสัยว่า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคุ้มค่าจริงไหม หากนำมาขับขี่ในชีวิตประจำวันจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ตนเองหรือเปล่า? ฉะนั้นลองมาเช็กลิสต์ก่อนซื้อไปพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย!
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคืออะไร
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle หรือ EV Bike) คือ รถจักรยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนแทนการใช้เครื่องยนต์ที่ทำงานด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะได้รับพลังงานจากแบตเตอรี่ที่เก็บกระแสไฟฟ้าไว้ ทำให้ไม่เกิดการสันดาปภายในและไม่ปล่อยไอเสียออกมาให้เป็นมลภาวะนั่นเอง
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีจุดเด่นอย่างไร
หากอยากลังเลว่า ซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาใช้แล้วจะคุ้มค่าจริงไหม ลองมาดูคุณสมบัติเด่นของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากัน
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่มีเครื่องยนต์ และไม่มีระบบการเผาผลาญน้ำมัน ขณะที่สตาร์ตรถ หรือขับขี่ จึงแทบไม่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่อผู้คนรอบข้าง
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงน้ำมัน แน่นอนว่า จึงไม่มีการปล่อยควัน หรือของเสียสู่บรรยากาศเลย โดยช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่ารถที่ใช้น้ำมันถึง 4 เท่า เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถที่ใช้น้ำมัน
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่มีอะไหล่และชิ้นส่วนย่อยที่ซับซ้อนเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ จึงมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า เพราะไม่ต้องคอยเปลี่ยนอะไหล่ที่เกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้งานหลายๆ ส่วน นอกจากนี้อะไหล่ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยังมีความทนทานมากกว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันด้วย โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ปีเลย
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ ใช้พลังงานไฟฟ้าทำงานเป็นหลัก จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันมากถึง 10 เท่า หาก
ข้อจำกัดของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
ได้ทราบถึงจุดเด่นของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากันไปแล้ว ถัดไปลองมาดูข้อจำกัดของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกซื้อกัน
ค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง
ด้วยเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด แน่นอนว่า ก็ต้องมาด้วยราคาที่สูง หากเทียบกับมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วๆ ไป และหากอะไหล่เกิดการชำรุดเสีย หายขึ้นมา อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงที่สูง ฉะนั้นหากต้องการยานพาหนะไว้ขับขี่เล่นๆ หรือไม่ได้มีการใช้งานบ่อยก็อาจจะซื้อมาแล้วไม่คุ้มค่าได้
จุดชาร์จมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีน้อย
จุดชาร์จไฟฟ้าในไทยยังคงมีจำนวนที่น้อยมากๆ ต้องชาร์จที่บ้านเท่านั้น จึงอาจไม่สะดวก หากพลังงานไฟฟ้าหมดกะทันหัน และอาจตามมาด้วยค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นด้วย ถ้าหากมีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน
ใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ค่อนข้างนาน
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ค่อนข้างนาน โดยใช้เวลาชาร์จแบตประมาณ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากการเติมน้ำมันที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็พร้อมออกเดินทางแล้ว ฉะนั้นหากจะนำไปขับขี่ จึงต้องวางแผนล่วงหน้าให้ชัดเจนนั่นเอง
บางรุ่นยังไม่มีกฎหมายรองรับ
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบางรุ่นยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงไม่สามารถขับขี่บนถนนทางหลวงได้จริง เหมาะกับขี่ภายในหมู่บ้าน ระยะทางไม่ไกลมากเท่านั้น
และนี่คือเช็กลิสต์จุดเด่นและข้อจำกัดของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เรานำมาฝากให้คนที่กำลังวางแผนซื้อมอเตอร์ไซค์ได้นำไปใช้ตัดสินใจให้ถี่ถ้วน เมื่อเทียบกับรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีข้อดีในเรื่องการประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการดูแลรักษาที่ยากมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเป็นเทคโนโลยีใหม่ จุดชาร์จไฟฟ้ายังมีน้อย ขับขี่ไปได้ไม่ได้ไม่ไกล ต้องชาร์จบ่อย และอาจใช้ระยะเวลาชาร์จนานมาก ต้องวางแผนล่วงหน้าในการใช้งานให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีราคาที่สูงมาก หากจะเลือกซื้อ นำมาขับขี่ก็ต้องชัวร์และสำรวจตนเองว่า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เลือกนั้นกฎหมายรองรับหรือไม่ อยากได้ยานพาหนะไว้ขับขี่ในระยะทางใกล้ หรือไกล รวมถึงมีจุดชาร์จไฟฟ้าที่บ้านเพียงพอด้วย
เพราะการเลือกซื้อยานพาหนะคู่ใจสักคันเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ นอกจากจะเป็นยานพาหนะที่พาเราขับเคลื่อนไปยังจุดหมายปลายทางได้สะดวก รวดเร็วมากขึ้น ยังถือเป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงที่อาจอาจเป็นผลดีต่อการทำธุรกรรมในอนาคต ในกรณีฉุกเฉิน เช่นการนำรถเข้าไฟแนนซ์ หรือบริษัทเอกชน รับจำนำรถมอเตอร์ไซค์ (Motorcycle Pledge) และรถยนต์ประเภทต่างๆ รวมถึงการจำหน่ายรถมือสอง เพื่อซื้อคันใหม่ด้วยนั่นเอง