เฟอร์ครบยังไม่พอ! 3 เคล็ดลับเพิ่มเสน่ห์และมูลค่าบ้าน แม้ช่วงเศรษฐกิจจะไม่สดใส

ในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หลายคนที่มีบ้านหรือคอนโดปล่อยเช่าอาจเริ่มรู้สึกถึงความเงียบผิดปกติ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ยังระบุว่า ในไตรมาสที่สองของปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์มือสองลดลงเกือบ 9% ขณะที่มูลค่ารวมลดลงกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแข่งขันสูงขึ้นกว่าเดิมมาก

แต่อย่าเพิ่งกังวลไป บ้านหรือคอนโดยังเพิ่มมูลค่าได้เสมอ หากได้รับการดูแล ปรับแต่ง และใส่ดีไซน์ที่ช่วยให้พื้นที่ “น่าอยู่ขึ้นอีกนิด” เพราะสำหรับผู้เช่าและผู้ซื้อยุคนี้ ความรู้สึกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในบ้าน มีผลต่อการตัดสินใจไม่น้อยไปกว่าทำเลและราคาเลยทีเดียว

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือการคิดว่า “เฟอร์นิเจอร์ครบ” คือคำตอบ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นที่ช่วยเสริมให้บ้านดูมีคุณค่ามากขึ้น เราเลยรวบรวม 3 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้เป็นบ้านที่ “คนมองแล้วอยากอยู่” แม้จะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม

เมื่อดีไซน์ช่วยให้ผู้เช่าตัดสินใจได้เร็วขึ้น

ผลการศึกษาจากทีมออกแบบของแคเรียร์พบว่า “การตกแต่งห้องอย่างมีดีไซน์สามารถเพิ่มมูลค่าปล่อยเช่าได้สูงถึง 25%” เพราะเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ล้วนสร้างความรู้สึกแรกที่มีผลต่อการตัดสินใจทันที ไม่แพ้ปัจจัยใหญ่ ๆ อย่างทำเลหรือการเดินทางเลยด้วยซ้ำ

ที่สำคัญคือ เจ้าของห้องจำนวนมากยังรู้สึกมั่นใจว่า เมื่อบ้านหรือคอนโดได้รับการตกแต่งอย่างตั้งใจ ก็ช่วยให้ห้องของพวกเขาปล่อยเช่าหรือขายได้ง่ายขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งภาพลักษณ์โดยรวมดูดีขึ้น และทำให้ผู้เช่ารู้สึกว่าพื้นที่นั้น “พร้อมอยู่จริง”

3 ปัจจัยช่วยเพิ่มมูลค่าบ้านได้

1. สภาพบ้านที่ดี คือความประทับใจแรกที่เพิ่มราคาได้จริง

บ้านไม่จำเป็นต้องใหม่เอี่ยม แต่ควรให้ความรู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างดี การรีโนเวทเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ทาสีผนังใหม่ เปลี่ยนลุคเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับแสงให้บ้านดูสว่างขึ้น ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยให้บ้านดูสดใสและทันสมัยขึ้นทันที

การจัดพื้นที่ให้เข้าธีมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์มินิมัล โมเดิร์นสแกนดิเนเวียน หรือเนเชอรัลโทน ก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้บ้านดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น และจากประสบการณ์ของนายณพันธ์ สุขนพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จาก Fazwaz เล่าว่า

“ห้องที่ตกแต่งดี สามารถตั้งราคาได้สูงกว่าตลาดหลายพันถึงหลักหมื่นบาท เพราะผู้เช่าคาดหวังสภาพที่ดีที่สุดเสมอ โดยเฉพาะห้องที่ราคาเช่าสูง ยิ่งต้องเนี๊ยบและพร้อมอยู่มากขึ้น”

เพียงแค่ทำให้บ้านดูเรียบร้อย สะอาด และตั้งใจแต่ง ก็ช่วยให้บ้านโดดเด่นขึ้นทันทีในสายตาของผู้สนใจ

2. บ้านที่สมาร์ทขึ้น = อยู่สบายขึ้น

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ผูกเข้ากับเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ “สมาร์ทโฮม” กลายเป็นฟีเจอร์ที่คนให้ความสำคัญ ตั้งแต่ระบบไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ไปจนถึงระบบควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านแบบอัตโนมัติ

งานวิจัยของ Coldwell Banker ยังระบุว่า คนเจน Y มากกว่า 77% พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อบ้านที่มีสมาร์ทฟีเจอร์ เพราะช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น และยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานอีกด้วย

สมาร์ทเทอร์โมสแตตหรือระบบควบคุมแอร์แบบอัจฉริยะก็เป็นอีกสิ่งที่คนให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ช่วยลดการใช้ไฟ และเพิ่มความสบายให้ตัวบ้านในทุกฤดูกาล

3. แอร์…เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก แต่มีผลต่อมูลค่าบ้านอย่างคาดไม่ถึง

ด้วยอากาศที่ร้อนแทบทั้งปี เครื่องปรับอากาศแทบจะเป็นสิ่งจำเป็นของทุกบ้าน และยังกลายเป็นจุดที่ผู้เช่าสนใจเป็นอันดับต้น ๆ อีกด้วย

รายงานจาก AC Direct ชี้ว่า โครงการอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการติดตั้งแอร์ตั้งแต่แรก เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มราคาเช่าและราคาขายได้จริง ยิ่งแอร์รุ่นใหม่ที่ประหยัดไฟ มีดีไซน์กลมกลืนกับห้อง และเสียงเงียบ ก็ยิ่งช่วยให้บ้านดูพร้อมอยู่มากขึ้น

นายณพันธ์ยังเล่าเสริมว่า

“เคยมีกรณีผู้เช่าขอยกเลิกมัดจำทันทีเพียงเพราะเห็นว่าแอร์เก่าและไม่เข้ากับห้อง แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็มีผลต่อการตัดสินใจมากจริง ๆ”

ในยุคนี้ แอร์ไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมการอยู่อาศัย หากเลือกดีไซน์ที่กลมกลืนกับบ้าน ก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์และมูลค่าได้มากกว่าที่คิด

แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่บ้านที่ได้รับการดูแลอย่างตั้งใจยังสามารถเพิ่มมูลค่าได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปรับดีไซน์ให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น เพิ่มฟังก์ชันสมาร์ทที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น หรือเลือกแอร์ที่เหมาะกับสไตล์ของบ้าน ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้บ้าน “น่าอยู่ขึ้น” และช่วยให้การปล่อยเช่าหรือขายเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าที่คิด

เพราะบ้านที่ถูกดูแลอย่างดี มักเป็นเซฟโซนของเราเสมอนั่นเอง

You May Also Like