ใบขับขี่เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการขับรถ เพราะใบขับขี่ส่วนบุคคล หรือใบอนุญาตขับรถนั้น เป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันว่าเราได้รับอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์ได้ตามกฎหมาย หลังจากการผ่านการทำข้อสอบใบขับขี่และมีคุณสมบัติเป็นไปตามกรมการขนส่งฯ กำหนด ซึ่งถ้าใบขับขี่หมดอายุแล้วนำออกมาขับขี่บนท้องถนนก็อาจเสี่ยงที่จะโดนตำรวจจับกุม เสียค่าปรับ และส่งผลเสียอื่น ๆ ตามมาอีก
ค่าปรับใบขับขี่หมดอายุ
ถ้าใบขับขี่ของเราหมดอายุแล้วนำมาต่อใบขับขี่เร็วที่สุดเราก็จะไม่เสียค่าปรับใด ๆ แต่ถ้าใบขับขี่หมดอายุแล้วนำรถมาขับขี่บนท้องถนน ถ้าถูกจับกุมจะต้องเสียค่าปรับตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยมีปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทเลยทีเดียว
ผลเสียที่มากกว่าการถูกปรับเมื่อใบขับขี่หมดอายุ
เมื่อใบขับขี่หมดอายุโดยปกติแล้วเรามักจะกลัวการเสียค่าปรับกันเสียมากกว่า แต่ถ้าลองมองดี ๆ แล้วการไม่ต่อใบขับขี่แล้วถูกจับกุมส่งผลเสียกับเรามากกว่าที่คิด ดังนี้
การเสียเวลาและค่าใช้จ่าย
ทำให้ผู้ขับขี่เสียเวลาในการจัดการกับกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การไปศาล การจ่ายค่าปรับ และการต่ออายุใบขับขี่ใหม่ นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเหล่านี้อีก
เสียโอกาสการได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย 
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาขณะที่เราขับขี่รถยนต์บนท้องถนนแล้วใบขับขี่หมดอายุ ในหลาย ๆ กรณีบริษัทประกันภัย อาจจะปฏิเสธการเคลมประกันภัย ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมรถเองทั้งหมด
ต่อใบขับขี่หมดอายุล่วงหน้าได้กี่เดือน
เมื่อเรารู้ผลเสียของการไม่ต่อใบขับขี่หมดอายุกันแล้ว เราก็อยากแนะนำให้ทุกคนตรวจสอบใบขับขี่ของตัวเอง ถ้าพบว่าใบขับขี่ใกล้หมดอายุแล้ว ก็สามารถต่อใบขับขี่หมดอายุล่วงหน้าได้เลย
ต่อล่วงหน้าได้ 3 เดือน และใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี
การต่อใบขับขี่ล่วงหน้าสามารถต่ออายุก่อนล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือน ถ้าใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี สามารถไปต่อใบขับขี่ที่กรมการขนส่งทางบกได้เลย โดยจะมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมการต่ออายุเท่านั้น
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี
สำหรับกรณีที่ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่จะต้องทำการสอบข้อเขียนใหม่อีกครั้ง โดยต้องทำคะแนนให้ได้มากกว่า 90% หรือตอบถูกมากกว่า 45 ข้อจาก 50 ข้อนั่นเอง
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป
สำหรับใครที่ปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป กรณีนี้ไม่เพียงแต่ต้องทำข้อสอบใหม่ แต่ยังต้องสอบภาคปฏิบัติเหมือนกับตอนทำใบขับขี่ครั้งแรกนั่นเอง
สรุปบทความ

สำหรับผู้ที่ต้องใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการดำรงชีวิตประจำวัน ถ้าใบขับขี่หมดอายุไม่สามารถนำรถออกไปใช้ได้คงจะทำให้ชีวิตลำบากน่าดู ดังนั้น เราควรคอยเช็กใบขับขี่ของเราเสมอถ้าใกล้หมดอายุควรรีบไปต่อ เพื่อไม่ให้เราทำผิดกฎหมายและส่งผลเสียกับตัวเอง

