Search
Close this search box.

เที่ยวบ้านไม้ทรงคุณค่าในกรุงเทพมหานคร

3 บ้านไม้มรดกล้ำค่าน่าไปเที่ยว
กรุงเทพเป็นมหานครแห่งความทันสมัย เป็นศูนย์กลางความเจริญ และเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างล้ำยุคน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ทว่าเมืองเก่าแก่กว่าสองร้อยปีแห่งนี้ก็ซุกซ่อนความงดงามย้อนกาลเวลาไว้มากมาย ทั้งวัดวาอาราม อาคารเก่าแก่ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
นอกจากนี้แล้ว ยังมีบ้านเก่าแก่ที่เก็บรักษาความวิจิตรของสถาปัตยกรรม หรือเรื่องราวที่มีเสน่ห์ในอดีต เป็นบ้านที่ได้รับการอนุรักษ์และสืบทอดกลายเป็นมรดกทรงคุณค่า ที่ปัจจุบันเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ในรูปแบบการท่องเที่ยวที่เติมความร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

The Passport ขอนำคุณเข้ามาทำความรู้จักกับ 3 บ้านไม้เก่า เล่าเรื่อง มรดกอันงดงามแห่งกรุงเทพมหานคร  บ้านหลังที่หนึ่ง: บ้านปาร์คนายเลิศ
เรือนรับรองของพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) ต่อมาได้ปรับปรุงเป็นเรือนอยู่อาศัยถาวรของนายเลิศและครอบครัว ก่อนจะตกทอดมาสู่ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ บุตรสาวคนเดียว ซึ่งสมรสกับคุณพินิจ สมบัติศิริ และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้มาโดยตลอด

บ้านปาร์คนายเลิศ มิได้เป็นเพียงชื่อเรือนไม้สักหลังใหญ่อายุกว่าร้อยปี บนผืนดินอันร่มรื่นใจกลางกรุงเทพฯ แต่ยังหมายถึงวิถีการใช้ชีวิตและวิธีคิดที่ผสมผสานทั้งเก่าและใหม่ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ในการดำเนินชีวิตร่วมสมัย ซึ่งได้สืบทอดมาสู่ทายาทรุ่นหลานและเหลนของนายเลิศในปัจจุบัน เรือนไม้สักอายุมากกว่า 100 ปี ของนายเลิศ เศรษฐบุตร ผู้สร้างธุรกิจรถเมล์ขาว โรงน้ำแข็งแห่งแรกของไทย ห้างนายเลิศ ฯลฯ โดยนายเลิศได้วาดแบบและให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2458 ตั้งอยู่บนผืนดินอันร่มรื่นใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งในอดีตเป็นที่ดินริมคลองแสนแสบ

นายเลิศได้สร้างเรือนไม้สักนี้ไว้เพื่อเป็นเรือนพักผ่อนของครอบครัวและมิตรสหายในวันสุดสัปดาห์ และยังได้เปิดกว้างให้คนทั่วไปเข้ามาเที่ยวหย่อนใจโดยไม่หวงห้าม รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมกลางแจ้ง และพักแรมของลูกเสือในสมัยรัชกาลที่ 6

คนทั่วไปจึงเรียกว่า “ปาร์คนายเลิศ” ส่วนเรือนไม้สักหลังงามถูกเรียกว่า “บ้านปาร์ค” ต่อมาได้เป็นเรือนอยู่อาศัยถาวรของนายเลิศและครอบครัว ตกทอดมาถึงท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ บุตรสาวคนเดียวของนายเลิศ ผู้สืบสานตำนานรถเมล์ขาวและเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหญิงคนแรกของประเทศไทย ปัจจุบัน บ้านปาร์คนายเลิศอยู่ภายใต้การบริหารของคุณน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 4 กรรมการผู้จัดการบริษัท สมบัติเลิศ จำกัด และเครือนายเลิศ กรุ๊ป ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางสวน ให้บุคคลภายนอกเข้ามาเยี่ยมชมบ้านได้ ภายในบ้านมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของครอบครัว เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เรื่องราวการใช้ชีวิตของคนไทยสมัยก่อน รวมถึงภูมิปัญญาของคนไทยในอดีตที่ผสมผสานกับความเป็นอยู่ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ข้อมูลและภาพถ่ายเพิ่มเติม The Passport: รีวิวบ้านปาร์คนายเลิศ พิพิธภัณฑ์ บ้านปาร์คนายเลิศ
ซอยสมคิด ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เปิดให้เข้าชม ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ วันละสองรอบ เวลา 11.00 น . และ 14.00 น.
กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าชมเป็นหมู่คณะ และการจัดงาน โทร. (0)2655 4775-6
อีเมล info@nailertparkheritagehome.com

อัตราเข้าเยี่ยมชม
ผู้ใหญ่ 250 บาท นักเรียน/นักศึกษา 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย บ้านหลังที่สอง: พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ (The Museum of Floral Culture)
เรือนไม้สักทองโบราณทรงคุณค่า หลังงามสุดแสนโรแมนติกอายุกว่า 100 ปี ท่ามกลางบรรยากาศสวนอันร่มรื่นด้วยแมกไม้ พื้นที่กว่า 1 ไร่ เสมือนเป็นดินแดนเล็ก ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในกรุงเทพมหานคร บ้านไม้หลังเก่าสไตล์โคโลเนียลขนาดสองชั้นอายุกว่าร้อยปี สันนิษฐานว่าในบริเวณนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของราชองค์รักษ์ ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งภายในบ้านเต็มไปด้วยเรื่องราวของ ‘ดอกไม้’ ที่น่าสนใจ  เกิดจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งอย่าง คุณสกุล อินทกุล นักออกแบบดอกไม้ชื่อดังระดับโลก ที่สร้างพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมเกี่ยวกับดอกไม้โดยเฉพาะ มีทั้งวัฒนธรรมของไทย และวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับดอกไม้ของเอเชียรวบรวมไว้ เช่น งานดอกไม้บูชา จากบาหลีอินโดนีเซีย การจัดดอกไม้ของญี่ปุ่น ทิเบต ลาว นอกจากสัมผัสประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมแล้ว สามารถเพิ่มเติมประสบการณ์การกินที่น่าประทับใจที่ร้านน้ำชา Salon de Thé ( ซา ลง ดู เต) ซึ่งให้บริการของหวาน ขนมต่างๆ หลายรายการ เช่น เยลลี่กุหลาบพร้อม homemade frozen yogurt พานขนมไทยออเจ้าแสนอร่อย บราวนี่จากวัตถุดิบชั้นเลิศ เค้กช็อกโกแลตไอร์แลนด์ สูตรไร้แป้ง ฉ่ำด้วยช็อกโกแลตชั้นดีจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น รวมถึง “สโคนในตำนาน” ที่ว่าระดับ 5 ดาวอาจยังน้อยไป เพราะสโคนที่นี่ทำจากแป้งออร์แกนิกชั้นเลิศจากอังกฤษ นวดและอบอย่างดี เสิร์ฟพร้อม homemade clotted cream

ข้อมูลและภาพถ่ายเพิ่มเติม The Passport: รีวิวพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้
315 ซอยสามเสน 28 แยกองครักษ์ 13 เขตดุสิต, กรุงเทพฯ
เปิดอังคาร ถึงอาทิตย์ 10:00-18:00 น.

สอบถาม 02 669 3633-4
www.floralmuseum.com
facebook.com/TheMuseumofFloralCulture บ้านหลังที่สาม: บ้านยาหอม
เรือนไม้สถาปัตยกรรมไทยผสมโคโลเนียลซึ่งเป็นที่นิยมเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว สวยงามสะดุดตาท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้ และการตกแต่งที่ดึงเสน่ห์แห่งอดีตออกมาเฉิดฉายได้ตั้งแต่แรกเห็น

บ้านไม้สักโบราณอายุกว่า 100 ปี แห่งนี้ ในอดีตเป็นที่รู้จักกันในนามบ้านตะนาว ซึ่งเป็นบ้านของตระกูลหมอยาครอบครัวบุณยะรัตเวช ตระกูลผู้สร้างตำนานยาหอมสุคนธโอสถ “ตราม้า” ที่เลื่องชื่อในอดีตมาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 4 ส่วนบ้านหลังนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี 2465 สมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อกาลเวลาผ่านไป แพทย์แผนปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนการแพทย์แผนไทย สมุนไพรจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ก็ค่อยๆเจือจางไปในความทรงจำ บ้านหลังนี้จึงถูกปิดไว้นานกว่า 40 ปี

จนกระทั่ง คุณดลชัย บุณยะรัตเวช นักออกแบบและนักสร้างแบรนด์ ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ห้า ได้รับบ้านทรงคุณค่าหลังนี้เป็นมรดก จึงฟื้นฟูบ้านเก่า ออกแบบตกแต่งใหม่ โดยยังคงรักษามนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมจากศตวรรษก่อนเอาไว้เป็นอย่างดี ก่อนจะเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ในชื่อว่า “บ้านยาหอม zantiis” ชั้นล่างของบ้านเครื่องหอม ตกแต่งใหม่กลายมาเป็นคาเฟ่สุดคลาสสิคที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยกลิ่นอายของบรรยากาศบ้านเก่าที่มีความร่วมสมัย ก้าวแรกที่เดินเข้าไปก็อบอวลไปด้วยกลิ่นของเครื่องหอมที่ชวนให้ผ่อนคลาย มีบริการอาหาร กาแฟ เครื่องดื่ม และขนมไทย
ส่วนชั้นสองนั้นดึงเอาความโดดเด่นของเรื่องราวในบ้านและธุรกิจที่ถนัด จัดเป็นส่วนบริการนวดแผนไทย นวดอโรมา นวดเท้า ขัดผิว นวดประคบ

ข้อมูลและภาพถ่ายเพิ่มเติม The Passport: รีวิวบ้านยาหอม ซอยดำเนินกลางใต้ ถนนตะนาว
(ซอยปากทางบริเวณแยกคอกวัว ทางไปศาลเจ้าพ่อเสือ) เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เปิดบริการตั้งแต่ 9.00-21.00 น. (ปิดวันจันทร์)

โทร. 0957642768
facebook.com/BAAN-YA-HOM-zantiis

You May Also Like