กำแพงเพชร เมืองมรดกโลกที่ต้องไปเยือน

เมืองเก่าสมัยกรุงศรีฯ ที่วันนี้ก็ยังคลาสสิค
ด้านบนสุดของโบราณสถานวัดช้างรอบ มีเพียงซากปรักหักพังของเจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ แต่ความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ ก็สร้างแรงดึงดูดให้บรรดานักเรียนที่มาทัศนศึกษาเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ บ้างวิ่งกรูไปปีนป่ายบันไดศิลาแลงขั้นเล็กๆสูงชันขึ้นไปลานด้านบน ซึ่งมีความสูงไล่เลี่ยกับตึก 3 ชั้น ทำให้คุณครูที่ปีนบันไดตามมาติดๆต้องเตือนให้ลูกศิษย์จอมแก่นทั้งหลายเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น สถาปัตยกรรมสะดุดตาซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด มาจากช้างปูนปั้นครึ่งตัว สูงประมาณ 2 เมตร แม้ว่ารูปปั้นจำนวนมาก เสียหายจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่บางส่วนที่เหลืออยู่ ก็มองเห็นถึงความประณีต ในการสลักลวดลายพฤกษานูนสูงคล้ายเป็นเครื่องประดับบนศีรษะ แผงคอ โคนขา โดยช้างทั้งหมดหันหน้าออกมา ลักษณะยืนล้อมรอบฐานล่างทั้ง 4 ทิศ จำนวน 68 เชือก

“ชื่อของวัดต่างๆ ถูกตั้งไปตามลักษณะเด่น ภายหลังจากการค้นพบ” วิรงณ์รอง เกตุทิม นักวิชาการวัฒนธรรม ประจำอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรอธิบายให้เราฟัง นอกจากงานด้านวิชาการในศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวแล้ว เธอยินดีทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศน์ ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความเต็มใจในฐานะเป็นคนกำแพงเพชรโดยกำเนิด

“อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” เป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัย แต่คงเพราะเมืองเล็กๆที่เงียบสงบแห่งนี้ ไม่มีสถานะเป็นราชธานีเก่า จึงทำให้หลายคนลืมเลือน หรืออาจไม่รู้ว่าเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก

“ความจริงแล้ว กำแพงเพชรมีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคสุโขทัย จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา กลายเป็นหัวเมืองหน้าด่านที่มีบทบาทสำคัญ และยังเป็นเมืองท่าศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ เพราะมีเส้นทางค้าขาย สัญจรทางน้ำอย่างแม่น้ำปิง”

“นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้เอง แต่ถ้าต้องการข้อมูลโดยละเอียด ควรแวะมาที่ศูนย์บริการข้อมูลก่อน และสำหรับการเที่ยวชมในเขตอรัญญิก หากติดต่อไว้ล่วงหน้า เรามีบริการรถรางไฟฟ้าพร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความรู้”

นักวิชาการสาวคนเดิม หยิบแผนที่ลายเส้นสีน้ำมากางให้เห็นภาพเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานในเมืองกำแพงเพชร

แบ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ 3 เขต ได้แก่ เขตอรัญญิก หรือ เขตวัดป่า ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด แบ่งอาณาเขตชัดเจน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ และภายในเขตนี้ค้นพบวัดโบราณมากถึง 40 แห่งเขตกำแพงเมือง

ห่างจากเขตอรัญญิกไปไม่ถึงกิโลเมตร สัญลักษณ์เด่น คือ แนวกำแพงเมืองเก่า กับป้อมประตูโบราณ ล้อมรอบเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมคางหมู ภายในเขตกำแพงมีศาสนสถานเก่าแก่ปะปน ไปกับสถานที่ราชการ บ้านเรือนของคนยุคปัจจุบัน

เขตเมืองนครชุม ย่านการค้าชุมชนเก่าแก่ที่คงมองไม่ออกว่าเคยเป็นเมืองโบราณ จนกว่าจะตระเวนซอกแซกไปพบวัดหรือเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลจากลังกาวงศ์ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งนา

แม้วัดหลายแห่ง หลงเหลือเพียงส่วนฐานซากศิลาแลงซ้อนทับ มีร่องรอยของกาลเวลากัดกร่อน จนเห็นเพียงโครงสร้างคร่าวๆ แต่โบราณสถานเหล่านี้ไม่ได้ถูกปล่อยปละละเลย เพราะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูแล พร้อมทำป้ายข้อมูลมัลติมีเดียบาร์โค้ด รับรองทั้งภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถจินตนาการต่อเติมความสมบูรณ์เมื่อครั้งอดีต

อุทยานประวัติศาสตร์ มีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรมาตรวจสอบทุกปี สังเกตได้จากวัดบางแห่งมีลักษณะผ้าใบคลุม คล้ายพื้นที่งานก่อสร้าง และกองหินมีสีที่ดูใหม่กว่าปกติ “เราต้องรักษาสถานะความเป็นมรดกโลก ในทุก 4 ปี มีเจ้าหน้าที่จากองค์การยูเนสโกมาตรวจสอบว่าอุทยานฯ มีแนวทางสอดคล้องกับหลักเกณฑ์มรดกโลกหรือเปล่า”

สำหรับนักท่องเที่ยวถ้าวางโปรแกรมสำรวจเขตอรัญญิกไว้ช่วงเช้าถึงบ่าย การไปเยือนเขตกำแพงเมืองเก่าช่วงเย็น ก็นับเป็นการจัดตารางที่ดี โดยเฉพาะกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก เพราะจะได้ความสวยงามของบรรยากาศก่อนพระอาทิตย์ตกภายในเขตแนวกำแพงเก่า ที่เสมือนเป็นพื้นที่สวนสาธารณะ มีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน จับกลุ่มนั่งสนทนา ไปจนถึงถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

กลายเป็นภาพอารยธรรมล้ำค่าจากยุคโบราณ กับภาพวิถีชีวิตแห่งปัจจุบันที่มาซ้อนทับกลมกลืนภายในยุคเดียวกัน ณ เมืองมรดกโลก

ข้อมูลเพิ่มเติม
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-17.00 น.
สอบถาม โทร. 0-5585-4736-7

You May Also Like