ถ้าคุ้นเคยกับอัมพวาในภาพของตลาดน้ำ ของกิน และบ้านไม้ริมน้ำ เดือนกันยายนนี้มีอีกเหตุผลให้ลองกลับไปเยือน แล้วอยู่ต่อจนพระอาทิตย์ตก
“เนรมิตอัมพวา” (Neramit Amphawa) ชวนสัมผัสอัมพวาในบรรยากาศใหม่ ผ่านแสง สี เสียง ดอกไม้ ศิลปวัฒนธรรม และเรื่องราวของชุมชน ภายใต้แนวคิด “เมืองสามน้ำ ร้อยสายใยแห่งชีวิต” ระหว่างวันที่ 11–20 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ ตลาดน้ำอัมพวาและพื้นที่โดยรอบ จังหวัดสมุทรสงคราม
ที่สำคัญ เข้าชมฟรีตลอดงาน
เมื่อพระอาทิตย์ตก อัมพวาก็เริ่มเปล่งประกาย
เสน่ห์ของงานครั้งนี้อยู่ที่การนำพื้นที่ซึ่งหลายคนคุ้นเคยมาเล่าใหม่ในเวลากลางคืน โดยใช้ “แสง” เชื่อมโยงกับสายน้ำ ธรรมชาติ วิถีชุมชน และความทรงจำของอัมพวา
ผู้มาเยือนสามารถเดินตามเส้นทาง 9 จุดไฮไลต์ ที่กระจายตัวอยู่รอบอัมพวา ตั้งแต่ตลาดน้ำ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อุทยาน ร.2 สวนชัยพัฒนานุรักษ์ ไปจนถึงพื้นที่ริมน้ำและสะพานต่าง ๆ
แต่ละจุดมีเรื่องราวต่างกัน ตั้งแต่การผสาน สายน้ำ แสง และดอกไม้ การนำบทกวีและมรดกจากรัชกาลที่ 2 มาถ่ายทอดผ่านแสง ไปจนถึงสะพานประดับไฟ ธรรมชาติยามค่ำ และบรรยากาศย้อนวันวาน
หนึ่งในภาพที่น่ารอชมคือ “ผีเสื้อไฟ” ที่เข้ามาเติมชีวิตให้กับพื้นที่ริมน้ำ และทำให้การเดินเล่นอัมพวาหลังฟ้ามืดมีบรรยากาศแตกต่างจากที่คุ้นเคย
9 จุดที่ชวนเดินตามแสง
เส้นทางของงานประกอบด้วย The River, The Light, The Bloom ที่ตลาดน้ำอัมพวา, Neramit Amphawa Main Stage ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนา, Light of Legacy, Living Stories ณ อุทยาน ร.2 และ Bridge of Light…Connecting Stories
ต่อด้วย Where Light Blooms…Stories Come Alive, From Riverside Life…Into the Light, Light of Nature…Wonders of Amphawa ณ สวนชัยพัฒนานุรักษ์, Retro Light…Living Memories และ Where Light Meets the River…Amphawa Shines
หากมีเวลา แนะนำไม่ต้องรีบเดินให้ครบเพียงเพื่อเช็กอิน แต่ลองค่อย ๆ ใช้เวลากับแต่ละพื้นที่ เพราะเสน่ห์ของทริปนี้อยู่ที่การเดินเลียบสายน้ำ ดูแสงเปลี่ยนบรรยากาศของชุมชน แล้วค้นพบอัมพวาในจังหวะที่ต่างจากเวลากลางวัน
จากแสงไฟ สู่ศิลปะการแสดงไทย
อีกส่วนที่น่าสนใจคือโปรแกรมศิลปวัฒนธรรม ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรืออุทยาน ร.2 ซึ่งรวบรวมศิลปะการแสดงหลายแขนงไว้ตลอดช่วงงาน
วันที่ 11 กันยายน เวลา 19.30 น. ชม “หนุมานจับนางเบญกาย” โดยคณะหุ่นละครเล็กสืบศิลป์ ทายาทรุ่นหลานของครูโจหลุยส์
วันที่ 12 กันยายน เวลา 19.00 น. ชมการแสดงโขน ตอน “ยกรบ” และวันที่ 13 กันยายน เวลา 19.00 น. พบกับการแสดงหุ่นคนแม่เพทายจากจังหวัดเพชรบุรี
จากนั้นวันที่ 18 กันยายน เวลา 19.00 น. มีโขนเด็ก ตอน “ลักสีดา” โดยชมรมศิลปวัฒนธรรมอัมพวา วันที่ 19 กันยายน พบโขนยุวศิลปิน ร.2 ตอน “ถวายพล” และปิดท้ายวันที่ 20 กันยายน ด้วยละครพันทาง “เรื่องพระลอ ตอน ปู่เจ้าเรียกไก่”
3 คืนสุดท้าย อยู่ต่อฟังคอนเสิร์ต
ช่วงท้ายของเทศกาลยังเติมบรรยากาศด้วยคอนเสิร์ต เวลา 21.00–22.00 น. จาก 3 ศิลปินที่หลายคนน่าจะร้องเพลงตามได้
18 กันยายน: แมว จิรศักดิ์
19 กันยายน: UHT
20 กันยายน: มอส ปฏิภาณ
จึงสามารถวางแผนมาเที่ยวตั้งแต่ช่วงบ่าย เดินตลาด กินของอร่อย รอชมงานแสงและการแสดงวัฒนธรรม ก่อนปิดค่ำคืนด้วยคอนเสิร์ตริมอัมพวา
ลองให้อัมพวาเป็น Night Trip ใกล้กรุงเทพฯ
อัมพวาอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และหลายคนอาจเคยมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่งานครั้งนี้เป็นโอกาสให้กลับมามองเมืองริมน้ำแห่งนี้ด้วยสายตาใหม่
แทนที่จะมาเช้าแล้วกลับเย็น ลองมาถึงช่วงบ่าย เดินตลาด ชิมอาหาร รอพระอาทิตย์ตก แล้วปล่อยให้แสงไฟค่อย ๆ เปลี่ยนอัมพวาที่คุ้นเคยให้กลายเป็นอีกเมืองหนึ่ง
บางทีความพิเศษของการเดินทางอาจไม่จำเป็นต้องเกิดจากการไปยังสถานที่ใหม่เสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นเมื่อ สถานที่เดิมถูกมองในช่วงเวลาและมุมที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน
Neramit Amphawa 2026
วันที่: 11–20 กันยายน 2569
เวลา: 16.00–22.00 น.
สถานที่: ตลาดน้ำอัมพวา อุทยาน ร.2 และพื้นที่กิจกรรมโดยรอบ จ.สมุทรสงคราม
ค่าเข้าชม: ฟรี
ที่มาข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย