Search
Close this search box.

เวียงแก่น ดินแดนแสนไกลที่ซ่อนธรรมชาติงามพิสุทธิ์

เมืองน่าเที่ยวที่ติด 1 ใน 5 ระยะทางไกลจากตัวเมืองที่สุด
ในฤดูหนาวอากาศยามรุ่งสางบริเวณแนวสันเขาภูชี้ดาว น่าจะลดระดับต่ำกว่าสิบองศาเซลเซียส สายลมหวีดหวิวพัดผืนหญ้าพลิ้วไหวราวเต้นระบำเป็นจังหวะคล้ายยั่วยวนแสงดาวระยับบนผืนฟ้าครามเข้มที่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะหลบเร้นกายหายไปเมื่อแสงแรกโผล่พ้นขอบฟ้า

สันเขาระยะทางราว 200 เมตร ไล่ระดับสูงต่ำเป็นแนวโค้ง เบื้องล่างสายหมอกหนาทึบห่มคลุมผืนป่าราวปุยนุ่นขนาดยักษ์ที่แผ่ออกไปไม่สิ้นสุด สีขาวนวลของทะเลหมอกค่อยๆแจ่มชัดยิ่งขึ้นเมื่อถึงเวลาที่แสงสีทองเริ่มทาบทาลงไป เผยความงดงามของธรรมชาติที่มอบเป็นของกำนัลแด่นักเดินทางผู้ตื่นเช้า ตั้ม – ชูเวช อินเทพ บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวขยับขาตั้งกล้องหามุมมองเก็บความงามนี้อย่างใจเย็น เสียงชัตเตอร์ดังเป็นระยะต่อเนื่องเมื่อแสงอาทิตย์เผยโฉมออกมาช้าๆ เขาเป็นชาวอำเภอเวียงแก่น โดยกำเนิด มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของถิ่นฐานบ้านเกิดตั้งแต่อดีตมาจวบจนปัจจุบัน และรู้ดีว่าจุดขายของอำเภออันแสนห่างไกล คือ ธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์แทบไม่แตกต่างจากวันวาน

“เมื่อก่อนคนแทบไม่รู้จักเวียงแก่น คุณรู้ไหมว่าที่นี่เป็น 1 ใน 5 อำเภอของประเทศไทยที่อยู่ห่างไกลจากอำเภอเมืองมากที่สุด” บล็อกเกอร์หนุ่มอธิบายพิกัดของอำเภอที่มีระยะทางห่างกันราว 145 กิโลเมตร จากอำเภอเมือง “เมื่อก่อนไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวเลย แม้แต่ภูชี้ฟ้าซึ่งหากวัดจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์อยู่ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น เราก็ไม่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเพียงพอ ต้องให้อำเภอเทิงดูแลไปแทน” ชูเวช เล่าว่า การท่องเที่ยวของอำเภอเวียงแก่น เพิ่งจะเป็นรูปเป็นร่างจริงจัง 3-4 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักอำเภอสุดขอบชายแดนแห่งนี้มากขึ้น เนื่องจากการเปิดเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาแห่งท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น “ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ชมต้นนางพญาเสือโคร่งที่สวยงามอีกแห่งของประเทศไทย” เขาหมายถึง บริเวณโรงเรียนบรรพตวิทยา และบอกในสิ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ คือ แถวนี้ยังเป็นจุดแรกๆของไทยที่ปลูกพันธุ์ไม้ชนิดนี้อีกด้วย

ส่วน ภูชี้ดาว สถานที่ที่เขาเลือกมาเก็บภาพความงามต้นฤดูหนาวในเช้าวันนี้ มีความโดดเด่นที่สามารถชมทะเลหมอกได้แบบ 360 องศา ในวันที่สภาพอากาศเป็นใจมีความชื้นสูง เช่น ช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว หากมาที่นี่จะมีโอกาสเห็นทะเลหมอกมากถึง 80% เว้นบ้างแค่เฉพาะช่วงฤดูแล้งเท่านั้น แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนมากยังคุ้นหูคุ้นตากับภูชี้ฟ้ามากกว่า แต่ทิวทัศน์ของภูชี้ดาว ก็งามจับใจไม่ด้อยไปกว่ากัน ด้วยลักษณะของสันเขาปันน้ำระหว่างสองประเทศ ไทย-ลาว ที่นอกจากมีทะเลหมอกหนาทึบแล้ว ยังสามารถมองเห็นภูชี้ฟ้าอยู่ไกลลิบๆ และการมีสภาพทางภูมิศาสตร์สันปันน้ำตามแนวเขาที่ทอดยาวขนานไปกับพื้นที่ป่าทึบด้านล่างราวกับเชื่อมติดเป็นพื้นที่เดียว กัน ทำให้มองเห็นทะเลหมอกได้ใกล้ชิดมากกว่า ส่วนดอยผาตั้ง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติขึ้นชื่อของอำเภอมานานแล้ว ปัจจุบันมีการปรับภูมิทัศน์ เพิ่มเติมเส้นทางเดินแนวป่าหินที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนคล้ายป่าหินในยูนนาน ประเทศจีน และยังมีข้อได้เปรียบว่าหากใครตื่นเช้าไม่ไหว การเดินทางมาขึ้นดอยผาตั้งในช่วงสายๆก็ยังหลงเหลือทะเลหมอกให้ชมแบบอิ่มตา ความสำคัญของดอยผาตั้ง ยังเป็นยุทธศาสตร์ทางการทหารสงครามยุคคอมมิวนิสต์ ตามที่ปรากฏชื่อเนินต่างๆตามกองทหาร และมีร่องรอยของหลุมบังเกอร์ของสมรภูมิในอดีต “ไฮไลท์การท่องเที่ยวธรรมชาติเวียงแก่น จำง่ายๆ คือ 3 ภู 1 ดอย ได้แก่ ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน และ ดอยผาตั้ง” ชูเวช สรุป พร้อมแนะนำสถานที่อันซีนทีเด็ดอีกแห่งที่ชาวท้องถิ่นคุ้นเคยมานาน คือ แก่งผาได

ความพิเศษในลักษณะทางภูมิศาสตร์ของบริเวณแก่งผาได เมื่อมองจากแผนที่ทางอากาศจะพบว่าเป็นแผ่นดินไม่กี่ตารางกิโลเมตรที่เว้าเป็นมุมชี้ขึ้นไปทางทิศเหนือในฝั่งประเทศลาวตามแนวคดเคี้ยวของลำน้ำโขง ผืนแผ่นดินบริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถชมความงามของพระอาทิตย์ตกจากริมฝั่งแม่น้ำโขงได้ ในขณะที่จุดอื่นๆของประเทศไทยทำได้เพียงมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากฝั่งแม่น้ำ ในฐานะคนท้องถิ่นที่เห็นเมืองบ้านเกิดมากว่า 40 ปี ชูเวช มองว่าแหล่งธรรมชาติต่างๆในเวียงแก่นเปลี่ยนแปลงไปน้อยมากเมื่อจุดเปลี่ยนของการท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้น เขาให้คำชื่นชมหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่นที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีในการสื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่องการสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้กระทบธรรมชาติให้น้อยที่สุด

ความเปลี่ยนแปลงของเวียงแก่นที่เกิดขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงของชื่อเสียงหอมหวนมีคนรู้จักมากขึ้น ส่วนชาวเวียงแก่นเองก็ค่อยๆปรับตัวรับมือการพัฒนาไปพร้อมแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างยั่งยืน

You May Also Like