
🌿 1. DaiDib DaiDee – อำเภอปัว จังหวัดน่าน
ฟาร์มโฮมสเตย์แนว Slow Life & Off-grid ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง และสัมผัสวิถีชุมชนอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่

🏨 2. Mandarin Oriental Bangkok – กรุงเทพมหานคร
โรงแรมระดับตำนานริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ครองมาตรฐานความหรูหราระดับโลกมายาวนาน และในปีนี้ยังครบรอบ 150 ปี อีกด้วย ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของการท่องเที่ยวไทย

🚆 3. The Blue Jasmine Train – เส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงใหม่
ประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยรถไฟโบกี้คลาสสิกที่ได้รับการบูรณะใหม่อย่างหรูหรา รองรับผู้โดยสารจำนวนจำกัด พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรมตลอดเส้นทาง

🎨 4. Khao Yai Art Forest – จังหวัดนครราชสีมา
พื้นที่ศิลปะร่วมสมัยกลางธรรมชาติ ที่ผสานงานศิลป์ระดับโลกเข้ากับผืนป่าเขาใหญ่ได้อย่างกลมกลืน เป็นจุดหมายใหม่สำหรับทั้งสายอาร์ตและสายธรรมชาติ

🖼 5. Dib Bangkok – กรุงเทพมหานคร
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ที่รีโนเวตจากโกดังเก่าโดยสถาปนิกชื่อดัง Kulapat Yantrasast กลายเป็นแลนด์มาร์คศิลปะสุดเท่ ที่รวบรวมผลงานศิลปะไทยและนานาชาติ

✨ การที่ประเทศไทยมีสถานที่ติดอันดับถึง 5 แห่ง จากหลายภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ได้มีเพียงทะเลหรือวัดวาอารามเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์นักเดินทางทั่วโลก
ปี 2026 นี้ ใครกำลังวางแผนทริปใหม่ ลองปักหมุดตามลิสต์ World’s Greatest Places แล้วออกไปค้นพบเสน่ห์ของไทยในมุมที่แตกต่าง
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://time.com/collection/worlds-greatest-places/2026/