Search
Close this search box.

ต้อนรับ Pride Month กับ 15 เมืองที่เป็นมิตรกับ LGBTQIA+ ที่สุดในโลก

15 เมืองสดใสที่ทำให้โลกใบนี้เป็นสีรุ้ง
ภาพประกอบเป็นลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของ shutterstock.com อนุญาตให้เผยแพร่ได้เฉพาะเว็บไซต์ และแฟนเพจ The Passport
———————————————————

ทุกวันนี้ประเทศต่าง ๆ เริ่มยอมรับและหันมาให้ความเสมอภาคกับ LGBTQIA+ มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็มีอยู่หลายเมืองเลยทีเดียว ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมิตรกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมาก่อนใคร นอกจากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แล้ว ก็ยังมีทั้งสถานที่เที่ยว ที่พัก สถานบันเทิง สำหรับ LGBTQIA+ โดยเฉพาะ มาดูกันดีกว่าว่ามีเมืองไหนบ้าง

โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก
เดนมาร์กเป็นประเทศแรกของโลกที่กฎหมายอนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ และมีสิทธิเท่ากับคู่สมรสในทุกประการมาตั้งแต่ปี 1989 อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของบาร์เกย์ที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรปอย่าง Centralhjørnet ซึ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีไปเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมานี่เอง อย่าลืมแวะขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเมืองบน City Hall Tower เพราะไม่ไกลจากตรงนั้นคือ ‘Rainbow Square’ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการยอมรับความเท่าเทียม นิวซีแลนด์
เป็นอีกประเทศที่ได้รับการยกย่องเรื่องความเท่าเทียมมาอย่างยาวนาน หลาย ๆ ธุรกิจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก โฮมสเตย์ และที่เที่ยวในประเทศ เริ่มใช้ป้ายกำกับหน้าร้านว่า “เป็นมิตรกับเกย์/เลสเบี้ยน” มาตั้งแต่ปี 1998 นับตั้งแต่ผ่านกฎหมายการแต่งงานของคนเพศเดียวกันในปี 2013 นิวซีแลนด์ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงานของคนเพศเดียวกันอย่างแข็งขันเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ หากกำลังมอง ๆ อยู่ว่าจะไปเที่ยวช่วงไหนดี Winter Pride ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ด้วยเทศกาลสกีสำหรับเกย์จัดขึ้นที่ควีนส์ทาวน์ โทรอนโต, แคนาดา
แคนาดาเป็นประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดในอเมริกาสำหรับชุมชนเกย์ “The Village” ของโตรอนโตตั้งอยู่ใน Church-Wellesley เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเมือง เต็มไปด้วยแกลเลอรี่ โรงละคร และธุรกิจที่เป็นมิตรกับเกย์ และที่สำคัญยังเป็นบ้านเกิดของงาน Pride อีกด้วย! วัฒนธรรมย่อยของเกย์ได้เบ่งบานและเติบโตที่นี่มานานหลายทศวรรษ และแน่นอนว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่านาน ปาล์มสปริงส์, สหรัฐอเมริกา
ปาล์มสปริงส์อยู่ห่างจากลอสแองเจลิสไปทางตะวันออกประมาณ 160 กิโลเมตร เป็นสวรรค์ของคนรักแสงแดดและเมืองนี้รวบรวมทุกอย่างที่เป็นเกย์เข้าไว้ด้วยกัน ทั้งกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย แหล่งช้อปปิง และร้านอาหารชั้นเยี่ยม ไปจนถึงการพักผ่อนอาบแดดริมสระว่ายน้ำ และสำหรับสาว ๆ ต้องไปที่ The Dinah ซึ่งเป็นงานเลสเบี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นทุกปีในปาล์มสปริงส์ ซิตเกส, สเปน
อยู่ห่างจากบาร์เซโลนาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร  เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปสำหรับนักเดินทาง LGBTQIA+ ด้วยชายหาดทอดยาวทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชายหนุ่ม จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในยุโรปก่อนที่จะไปเยือนเมืองอื่น ๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมิตรเช่นกันอย่างมิโคนอส กรานคานาเรีย และอิบิซา เบอร์ลิน, เยอรมนี
ประวัติศาสตร์ของชาว LGBTQIA+ ในเบอร์ลินนั้นมีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1920 โดยเฉพาะในเขต Schöneberg ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นย่านหลักของการเดินขบวน Pride รวมถึงเขต Kreuzberg และ Prenzlauerberg ที่มีทั้งคลับ บาร์ และร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย และเมื่อไม่มีเวลาปิด ปาร์ตี้ในเบอร์ลินจึงไม่มีวันสิ้นสุด สกีอาทอส & มิโคนอส, กรีซ
นับตั้งแต่ Jackie Onassis เริ่มไปเยือนเกาะ Mykonos ของกรีซในช่วงปี 1970 กลุ่มชายรักชายต่างพากันหลั่งไหลมาที่เกาะสวรรค์บ้านสีขาว และก็ต้องขอบคุณเพลง Mama Mia! ด้วยเช่นกันที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม LGBTQ+ เข้ากับกรีซ Elysium Hotel เป็นโรงแรมบูติกสำหรับเกย์โดยเฉพาะของเกาะ และบรรยากาศก็เหมาะสำหรับวันหยุกพักผ่อนด้วยธรรมชาติ หาดทราย น้ำทะเลใสดุจคริสตัล นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา
เมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ LGBTQIA+ ในสหรัฐอเมริกา คุณไม่สามารถมองข้ามเหตุการณ์ Stonewall Inn การจลาจลที่เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 60 ในหมู่บ้านกรีนิช ซึ่งกลายเป็นต้นกำเนิดของการเรียกร้องสิทธิอันเท่าเทียมในสมัยใหม่ ทุกวันนี้มีตัวเลือกที่พักที่เป็นมิตรสำหรับชาวเกย์มากมายในย่าน West Village, Chelsea, Meatpacking District และ Hell’s Kitchen และนิวยอร์กก็ยังเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญของ LGBTQIA+ เช่น Christopher St, Harvey Milk School, Lesbian Herstory Archives และแน่นอน บรอดเวย์และย่านโรงละครที่เป็นสวรรค์อันแท้จริง เรคยาวิก, ไอซ์แลนด์
เมืองหลวงที่อยู่เหนือสุดของโลกแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เป็นมิตรกับ LGBTQIA+ มากที่สุด การเดินขบวน Pride อย่างยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป และไอซ์แลนด์ยังมีกฎหมายที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกด้วยด้วยกฏหมายสมรสเท่าเทียมตั้งแต่ปี 2006 นอกจากจะเป็นประเทศสำหรับนักผจญภัยแล้ว มีหนึ่งในกิจกรรมที่ LGBTQIA+ พลาดไม่ได้เลยก็คืองาน Bears on Ice งานปาร์ตี้ที่จะได้พบกับชายหนุ่มหุ่นหมีจากหลากหลายประเทศ มอนเตวิเดโอ, อุรุกวัย
ถึงจะเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในอเมริกาใต้แต่ก็มีความก้าวหน้ามากที่สุดเช่นกัน ในปี 2013 อุรุกวัยเป็นประเทศที่สองในละตินอเมริกาที่ออกกฎหมายรองรับการแต่งงานของเพศเดียวกัน ด้วยทัศนคติของชาวเมืองที่ผ่อนคลายมาก ๆ กับเรื่องนี้ทำให้บรรยากาศคึกคักและเป็นมิตรกับ LGBTQIA+ มาก ๆ อย่างไรก็ตามก็ไม่แนะนำให้มีการแสดงความรักต่อสาธารณะมากจนเกินไป พอร์ตแลนด์, โอเรกอน
จริง ๆ แล้วพอร์ตแลนด์นั้นเป็นมิตรกับคนทุกกลุ่ม จึงไม่แปลกใจเลยที่ที่นี่จะเป็นสวรรค์ของ LGBTQIA+ ด้วย โดยเฉพาะสถานบันเทิงผับบาร์ ที่มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย และงาน Pride จะจัดเป็นประจำทุกเดือนมิถุนายน แต่ถ้าไม่มีแพลนจะไปเยือนพอร์ตแลนด์ในช่วงนั้นก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายตลอดทั้งปี เช่น งานเต้นรำของ Judy on Duty งานฮิปฮอปและปาร์ตี้เฮาส์อย่าง Werk and Cake ที่ Killingsworth Dynasty เป็นต้น ไบรตัน, สหราชอาณาจักร
ไบรตันไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่เป็นมิตรกับเกย์มากที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร แต่ยังมีประชากร LGBTQIA+ หนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอีกด้วย นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ไบรตันเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับคู่รักเกย์ เนื่องจากเมืองนี้มีชื่อเสียงในฐานะกองทหารรักษาการณ์ในช่วงสงครามนโปเลียนจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 บาร์เกย์และธุรกิจอื่น ๆ เริ่มรุ่งเรืองอย่างเปิดเผยมากขึ้น และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไบรตันกลายเป็นสวรรค์สำหรับกลุ่ม LGBTQIA+ ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นธงสีรุ้งประดับประดาอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะที่บาร์ Doctor Brighton ของโรงแรม Legends และห้องคาราโอเกะ Poison Ivy นั้นเป็นพิกัดที่ไม่ควรพลาด แอฟริกาใต้
แอฟริกาใต้ออกกฎหมายการแต่งงานเพศเดียวกันในปี 2006 ทุกวันนี้ประเทศนี้ก็เป็นมิตรกับ LGBTQIA+ มากกว่าที่เคย ไม่ว่าคุณจะเดินไปตามถนนในย่าน De Waterkant ของ Cape Town หรือตีดิสโก้อย่าง Ratz ในย่าน Melville ของโจฮันเนสเบิร์กก็จะมองเห็นความมีชีวิตชีวา สำหรับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ลองไปเอนกายที่ Jamala Madikwe เป็นกระท่อมซาฟารีของเกย์ที่ได้รับความนิยมในเขตสงวน Madikwe Game Reserve หรือไปที่ Holden Manz ไร่องุ่นและเกสต์เฮาส์ใน Franschoek Valley ซึ่งมีเจ้าของเป็น LGBTQIA+ ไต้หวัน
เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง LGBTQIA+ ที่ดีที่สุดในเอเชีย ไม่ใช่แค่เป็นประเทศแรกในทวีปที่รับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน แต่ไต้หวันเปิดรับวัฒนธรรมเกย์ในรูปแบบอื่นๆ ตั้งแต่การจัดแสดงนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยไทเป ไปจนถึงขบวนพาเหรดและจัดการประชุมสุดยอด GOL ที่ว่าด้วยการสร้างภาพยนตร์เล่าเรื่องเกี่ยวกับ LGBTQIA+ แน่นอนว่านักเดินทางที่มาเยือนสามารถผ่อนคลายได้อย่างไร้กังวล เพราะในไทเปมีทั้งแดนซ์คลับ บาร์คาราโอเกะ G*Star บาร์เลสเบี้ยน รวมถึงโรงแรมสำหรับเกย์โดยเฉพาะ ซิดนีย์, ออสเตรเลีย
ซิดนีย์เป็นเมืองหลวงของชาวเกย์ในออสเตรเลียมาช้านาน ตั้งแต่ขบวนพาเหรด Mardi Gras สุดยิ่งใหญ่ในย่าน Darlinghurst ไปจนถึง Chill Out เทศกาลแห่งความภาคภูมิใจที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในออสเตรเลีย นอกจากนี้ในย่านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนอ็อกซ์ฟอร์ด นิวทาวน์ และมาร์ริกวิลล์ ล้วนมีธุรกิจที่เป็นมิตรกับ LGBTQIA+ เรียงรายอยู่มากมายเช่นกัน

You May Also Like