Search
Close this search box.

18 จุดหมายท่องเที่ยว เจอวิกฤตภาวะโลกร้อน

โลกร้อนทำให้ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวหายไป

ไม่ว่าจะเรื่องไฟป่าหรือน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ล้วนเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนทั้งสิ้น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลาย ๆ แห่งของโลกมีความเสี่ยงกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บนเทือกเขาแอลป์อาจจะมีปริมาณหิมะน้อยลง สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างแนวปะการังก็อาจจะหายไปจากแผนที่โลกในอีก 20 ปีข้างหน้า

มาดูตัวอย่างจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว 18 แห่งที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เกรตแบร์ริเออร์รีฟ, ออสเตรเลีย
แนวปะการังขนาดใหญ่ทอดตัวเป็นระยะทางยาวกว่า 1,400 ไมล์นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ได้ชื่อว่าเป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลดึงดูดนักดำน้ำและนักประดาน้ำหลายล้านคนในแต่ละปี แต่อุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้นทำให้เกิดปะการังฟอกขาว ซึ่งส่งผลให้ปะการังมีแนวโน้มที่จะตายจำนวนมาก การสำรวจทางอากาศครั้งล่าสุดในปี 2020 นี้พบการฟอกขาวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี มีปะการังตายไปถึงร้อยละ 60

เวนิส, อิตาลี
ใครต่อใครที่มาเยือนต่างถูกล่อลวงด้วยเสน่ห์อันมากล้นของเวนิส ทั้งบรรยากาศของเมืองโบราณริมลำคลอง ความโรแมนติกบนเรือกอนโดลา แต่เมื่อระดับน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น เวนิสก็เริ่มประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน แม้ว่าจะมีการลงทุนสร้างประตูระบายน้ำและเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อจำกัดคลื่นที่ซัดสาดเข้ามาแล้วก็ตาม อุทยานแห่งชาติเกลเชอร์, มอนตานา
อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่กว่าล้านเอเคอร์ติดกับชายแดนสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เป็นบ้านของสัตว์หลายร้อยสายพันธุ์ แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ธารน้ำแข็งซึ่งเป็นที่มาของชื่ออุทยานนี้ก็กำลังจะสูญหายไปอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกาและมหาวิทยาลัยพอร์ตแลนด์พบว่าสภาพภูมิอากาศได้ลดขนาดของธารน้ำแข็งทั้ง 39 แห่งในอุทยานไปเรื่อย ๆ และลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ 85 นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีนำ้แข็งหลงเหลืออยู่อีกสองหรือสามทศวรรษ และจะหมดไปเลยในปลายศตวรรษนี้ ทะเลเดดซี
ขนาดของทะเลเดดซีกำลังหดตัวลงเรื่อย ๆ ประมาณสามฟุตต่อปี หากนับตั้งแต่ต้นศตวรรษนี้ก็สูญเสียพื้นที่ไปแล้วถึงหนึ่งในสาม การสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำและท่อส่งน้ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ระดับน้ำไหลเข้าในทะเลลดลงเหลือเพียงร้อยละ 5 จากปริมาณน้ำทั้งหมด มีการคาดการณ์ไว้ว่าทะเลเดดซีอาจจะแห้งสนิทภายในปี 2050 อเมซอน
ผืนป่าดงดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 40 ของอเมริกาใต้ กำลังอยู่บนความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอาหาศ อย่างที่เห็นไปเมื่อปี 2019 เพราะความแห้งแล้งที่รุนแรงทำให้ต้นไม้ตายและไวต่อไฟป่า สถาบันวิจัยอวกาศของบราซิลระบุว่ามีไฟไหม้ป่าอเมซอนมากถึง 74,000 ครั้งในปี 2019 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 จากปีก่อนหน้า คาบสมุทรยามาล, รัสเซีย
วิถีชีวิตของชนพื้นเมืองชาวเนตส์ผู้เลี้ยงกวางเรนเดียร์กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ เพราะฤดูหนาวสั้นลงเรื่อย ๆ ในช่วงฤดูหนาวปี 2013 อุณหภูมิที่อบอุ่นผิดปกติทำให้ฝนตกในคาบสมุทร เกิดน้ำแข็งปกคลุมบนทุ่งหญ้าจนกวางเรนเดียร์ไม่สามารถขุดผ่านน้ำแข็งเพื่ออาหารได้ ส่งผลให้สัตว์นับหมื่นนับพันเสียเสียชีวิตจากการอดอยาก นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าสภาพอากาศแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นลางร้ายสำหรับฝูงกวางเรนเดียร์และชนพื้นเมืองที่ดำรงชีวิตด้วยการเลี้ยงกวางเรนเดียร์ มัลดีฟส์
หมู่เกาะรูปวงแหวนซึ่งเป็นสรวงสวรรค์แห่งการพักร้อน มีความเสี่ยงที่จะหายไปจากแผนที่โลกเมื่อกระแสน้ำกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ มัลดีฟส์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ต่ำที่สุดในโลก ด้วยความสูงเพียง 1.3 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในช่วงปลายปี 2019 ประเทศเกาะเล็ก ๆ ได้เจรจาขอเงินทุนกับสหรัฐอเมริกาสำหรับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก่อนที่เกาะทั้งหมดจะถูกกลืนหายไปใต้น้ำทะเล คีย์เวสต์, ฟลอริดา
บรรยากาศแสนผ่อนคลายท่ามกลางอาคารสีพาสเทลสุดสดใส ทำให้คีย์เวสต์เป็นเหมือนสวรรค์บนดินและยังเป็นสวรรค์สำหรับการดำน้ำตื้น แต่ไม่นานมานี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมได้กล่าวว่าเมืองทางใต้ของสหรัฐอเมริกานี้กำลังเผชิญหน้ากับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และจะสูงขึ้นอีก 15 นิ้วในอีกสามสิบปีข้างหน้า ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นประจำก็จำเป็นที่ต้องยกระดับถนนสายหลักให้สูงขึ้น หุบเขาโรน, ฝรั่งเศส
หุบเขานี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการผลิตไวน์มากที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 120 ไมล์ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาที่นี่หนึ่งสัปดาห์เต็มเพื่อดื่มด่ำกับการชิมไวน์ และชมไร่องุ่น แต่เมื่ออุณภูมิโลกอุ่นขึ้นจะส่งผลให้เกิดการผลิตองุ่นน้อยลงถึงร้อยละ 85 เพราะสภาพอากาศส่งผลให้องุ่นสุกมากไปส่งผลต่อรสชาติของไวน์ ทำให้ลูกค้าลดน้อยลง มุมไบ, อินเดีย
จำนวนประชากรเกือบ 20 ล้านคนของมุมไบ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง ส่วนสำคัญของเมือง เช่น ย่านโคลาบาคอสเวย์ และสถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจี อาจจะต้องจมอยู่ใต้น้ำในทศวรรษหน้าหากอุณหภูมิยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดของเมืองอย่างแน่นอน เทือกเขาแอลป์
เทือกเขานี้ทอดตัวข้ามไปถึง 8 ประเทศในยุโรป และเป็นที่รักสำหรับนักเล่นสกีทุกคน แต่ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้หิมะละลาย ทำให้ช่วงเวลาเล่นกีฬาฤดูหนาวสั้นลงตามไปด้วย เหล่าสกีรีสอร์ตเริ่มขายแพ็กเกจสปาทรีตเม้นต์รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ เพื่อชดเชยและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวนอกฤดูมากขึ้น นาป้า วัลเลย์, แคลิฟอร์เนีย
ตั้งแต่โรงกลั่นเหล้าองุ่นแห่งแรกมาเปิดที่นี่ในปี 1859 นาป้า วัลเลย์ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำหรับคนรักไวน์ เพราะปัจจุบันนี้มีผู้ผลิตไวน์มากกว่า 1,000 ราย ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชื่นชมทัศนียภาพของไร่องุ่นพร้อมกับจิบไวน์จากองุ่นปิโนต์ นัวร์ สุดพรีเมี่ยม แต่อุณหภูมิร้อนที่เริ่มแผดเผารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ทำลายเพียงองุ่น แต่จะทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจของผู้ผลิตไวน์ทั้งภูมิภาคนี้ในอนาคต ริโอเดอจาเนโร, บราซิล
หากอุณหภูมิยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ ระดับน้ำทะเลที่ริโอจะพุ่งสูงขึ้นถึง 32 นิ้วภายในปี 2100 เป็นปริมาณที่มากพอที่จะท่วมชายหาดที่มีชื่อเสียง รวมถึงสนามบินและละแวกใกล้เคียงชายฝั่ง ที่หนักกว่าปัญหาน้ำท่วมคือเรื่องดินถล่ม การขาดน้ำอุปโภคบริโภค ไปจนถึงปัญหาโรคระบาด อะแลสกา
นักท่องเที่ยวและนักผจญภัยล้วนหลงรักพื้นที่อันกว้างใหญ่ของอะแลสกา ซึ่งมีกิจกรรมให้ทำทั้งการพายเรือคายัคไปตามแม่น้ำ Kenai และเดินป่าหาความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ Denali แต่พื้นที่ซึ่งอยู่ติดกับอาร์คติกที่กำลังละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้อะแลสกาประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และการละลายของน้ำแข็ง อีกหนึ่งผลกระทบที่รุนแรง คือ ไฟป่า ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2050 โอซาก้า, ญี่ปุ่น
โอซาก้า เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่นี่มีทั้งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่สะดุดตาและสิ่งก่อสร้างโบราณ เช่น ศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha ในศตวรรษที่ 3 และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวสายกิน แต่ด้วยระดับความสูงต่ำเหนือทะเลทำให้โอซาก้าตกอยู่ในความเสี่ยง หากอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น 3 องศาเซลเซียส ตามที่นักวิทยาศาสตร์บางคนคาดการณ์ไว้ พายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมหนักจะฝังกลบโอซาก้าไว้ใต้มหาสมุทร นิวออร์ลีนส์, สหรัฐอเมริกา
เสน่ห์ของนิวออร์ลีนส์มีหลากหลาย ตั้งแต่การนอนอาบแดดริมชายหาดไปจนถึงการเดินเล่นในเมืองยามเย็น และหาค็อกเทลจิบสักแก้ว น่าเสียดายที่เสน่ห์เหล่านี้กลับต้องคำสาปด้วยผลกระทบจากพายุเฮอริเคน และพายุโซนร้อน เพราะตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวเม็กซิโก ที่พัดมาสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ระดับน้ำในแม่น้ำมิสซิสซิปปีก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นและอาจจะไหลท่วมได้เมื่อฝนตกหนัก มาดากัสการ์
ดินแดนมหัศจรรย์ทางสัตววิทยาแห่งนี้มีความเสี่ยงเนื่องจากปัญหาโลกร้อน ฤดูร้อนที่ยืดเยื้อส่งผลต่อการดำรงชีวิตของค่าง เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ และกับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกำลังทำลายป่าโกงกาง ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาปะการังฟอกสีที่คุกคามการอยู่รอดของสัตว์ทะเลหลายชนิด ลากอส, ไนจีเรีย
ลากอสเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในไนจีเรีย ด้วยจำนวนประมาณ 20 ล้านคน ที่นี่เป็นทั้งศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในอ่าวกินี ที่มีหาดทรายขาวสวยมากมาย แต่ปัญหาของพายุฝนตกหนักทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมือง อย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในปี 2017 ที่ทั่วโลกต่างเห็นภาพยานพาหนะจมอยู่ใต้น้ำและกวาดล้างบ้านเรือนไปนับร้อย

You May Also Like