5 สถานที่ท่องเที่ยวไทย รับพลังเฮงเฮงเฮงช่วงตรุษจีน

เที่ยวไทยไปไหนก็ขอให้ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดไช้
เทศกาลเฉลิมฉลองของชาวจีนไม่เคยมีคำว่าเล็ก เพราะฉะนั้นในทุก ๆ ปี หลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศไทยจะมีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ เพราะประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของชาวจีนมาตั้งแต่สมัยร้อยกว่าปีก่อน จนทุกวันนี้รากเหง้าวัฒนธรรมจีนก็เข้ามาผสมผสานจนแทบจะกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับวัฒนธรรมไทยไปแล้ว ถ้าอยากได้บรรยากาศเที่ยวช่วงตรุษจีนที่ดีที่สุด เราแนะนำ 5 จังหวัดนี้เลย

นครสวรรค์
เทศกาลตรุษจีนเป็นงานใหญ่ประจำปีของจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะในอำเภอเมืองที่จะประดับประดาด้วยโคมไฟทั่วทั้งเมือง และมีขบวนแห่เจ้าแม่กวนอิมทั้งกลางคืนและกลางวันที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอ ศูนย์กลางการจัดงานตรุษจีนของนครสวรรค์อยู่ที่บริเวณจุดชมวิวต้นแม่น้ำเจ้าพระยาในตลาดปากน้ำโพ ช่วงเทศกาลจะมีทั้งลานการแสดงริมแม่น้ำและลานทำพิธีสะเดาะเคราะห์ (แก้ชง) ตามความเชื่อของชาวจีน พร้อมกับถนนคนเดินยาวตลอดทางเดินริมแม่น้ำ ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิมอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวจีนปากน้ำโพ
ส่วนตรงกลางระหว่างฝั่งแม่น้ำในปัจจุบันนี้มีแลนด์มาร์กประจำเมืองชื่อว่า “พาสาน” เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เหมาะจะมาชมพระอาทิตย์ตกดิน ตั้งอยู่บนแหลมเกาะยมซึ่งเป็นดั่งจุดบรรจบกันของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน

**แม้ว่าจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่งานตรุษจีนปากน้ำโพในปี 2564 นี้ยังคงจัดอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 12 วัน 12 คืน ตั้งแต่วันที่ 5-16 กุมภาพันธ์ กรุงเทพมหานคร
ชุมชนในเขตสัมพันธวงศ์ไม่ว่าจะเป็นสำเพ็ง ตลาดน้อย และเยาวราช ล้วนเป็นชุมชนชาวจีนที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากบรรดาร้านขายทองที่มากับป้ายไฟแดงขนาดใหญ่แล้ว ภายในชุมชนยังซุกซ่อนวัฒนธรรมจีนเอาไว้มากมาย ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงจะเป็นศาลเจ้าเก่าแก่อายุนับร้อยปี เช่น ศาลเจ้าโจวซือกง ศาลเจ้าเล่าปูนเถ้ากง และศาลเจ้าโรงเกือก ที่จะเป็นดั่งศูนย์รวมใจของเหล่าคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งจะมีบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษในช่วงตรุษจีน และหลังจากเยาวราชกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในปี 2542 จากการร่วมมือของเขตสัมพันธวงศ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป จึงเกิดเป็นงาน “ตรุษจีนเยาวราช” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้งานเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของจีนเป็นอีกเทศกาลที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

**ในปี 2564 นี้ถือว่าเป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีงานตรุษจีนเยาวราชพอดิบพอดี แต่ด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงมีการประกาศงดจัดงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
สุพรรณบุรี
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองของชาวสุพรรณบุรีพอจะเป็นหลักฐานที่บ่งบอกได้ว่ามีชาวจีนข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่แล้วนมนาน มีเรื่องเล่าไว้ว่ามีชาวจีนผู้หนึ่งพบเจ้าพ่อหลักเมืองอยู่ริมคลองเมื่อ 150 ก่อนจึงนำขึ้นมาประทับ ณ บริเวณศาลเจ้าในปัจจุบัน ซึ่งหลังจากนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่โดยการสร้างอาคารสถาปัตยกรรมจีนสุดวิจิตร และพื้นที่โดยรอบที่เคยเป็นทุ่งกว้าง ๆ ก็กลายเป็นหมู่บ้านมังกรสวรรค์ ที่มีทั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรภายในอาคารรูปมังกรขนาดใหญ่และหมู่บ้านจีนจำลองจากเมืองหลี่เจียงในประเทศจีน (แม้ว่าเจ้าพ่อหลักเมืองนั้นจะเป็นเทพเจ้าฮินดูก็ตาม)
ทุกวันนี้มี “งานประเพณีทิ้งกระจาด” ที่เป็นมรดกของชาวจีนที่ยังคงสืบทอดมานานกว่า 80 ปี ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนกันยายน สำหรับงานตรุษจีนสุพรรณบุรีนั้นเริ่มจัดอย่างเป็นทางการ ณ หมู่บ้านมังกรสวรรค์แห่งนี้ โดยปี 2564 นี้จะถือเป็นปีที่ 13 พอดี อุดรธานี
แม้ว่าของขึ้นชื่อแห่งเมืองอุดรจะเป็นแหนมเนืองแหละอาหารท้องถิ่นเด็ด ๆ ที่ได้อิทธิพลมาจากอาหารเวียดนาม จนอาจจะบดบังความจริงที่ว่าอุดรธานีก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เพราะใจกลางเมืองนั้นเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าปู่ย่าอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวอุดร และข้าง ๆ กันก็คือศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ด้านในเป็นสวนรูปแบบจีนพร้อมบ่อปลาคาร์ฟภายใต้ความร่มรื่นของเงาจากต้นไม้ใหญ่ ถ้าอยากให้ได้บรรยากาศเหมือนทะลุมิติไปอยู่จีนก็ต้องเช่าชุดกี่เพ้าสวย ๆ ใส่ถ่ายรูปสักหน่อย ในช่วงเทศกาลงานตรุษจีน เหล่าชาวไทยเชื้อสายจีนก็จะเดินทางมาสักการะศาลศาลเจ้าปู่ย่าและทำพิธีแก้ชงกันที่นี่
ส่วนไฮไลต์ประจำงานต้องยกให้กับ “ถนนอาหาร” ณ ถนนประจักษ์ศิลปาคม (หน้าทุ่งศรีเมือง) ที่แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าได้เต็มอิ่มไปพร้อม ๆ กับการชมขบวนแห่มังกรและสิงโต ไปจนถึงการแสดงอื่น ๆ อีกมากมาย

**เทศกาลตรุษจีน จ.อุดรธานี ประจำปี 2564 นี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7-12 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีพื้นที่ทำกิจกรรมหลักอยู่ที่ศาลเจ้าปู่ย่า แต่ปีนี้พิเศษกว่าเพราะในช่วงเวลาเดียวกันจะมีงาน Udon Thani City of Lights เทศกาลประดับไฟรอบเทศบาลนครอุดรธานีให้ไปเดินชมได้ในยามค่ำคืน ภูเก็ต
ตามประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่าชาวจีนฮกเกี้ยนเดินทางเข้ามาที่เกาะภูเก็ตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5 จึงไม่แปลกที่ในตัวเมืองภูเก็ตมีมรดกของชาวจีนสอดแทรกอยู่เต็มไปหมด ตั้งแต่อาคารบ้านเรือนไปจนถึงอาหารการกิน ทุกวันนี้สัดส่วนของชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยนก็มีจำนวนมากกว่าครึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมดบนเกาะ งานเทศกาลชื่อดังของชาวจีนในภูเก็ตที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักนั่นก็คือ เทศกาลถือศีลกินเจ และถือเป็นต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้
แต่เทศกาลตรุษจีนเองก็ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และจะแตกต่างกว่าตรุษจีนในจังหวัดอื่น ๆ ด้วยวัฒนธรรม “บ้าบ๋า ย่าหยา” หรือ “เปอรานากัน” ซึ่งเป็นชาวมลายู-จีน ที่จะมาอวดโฉมผ่านเครื่องแต่งกายที่มีมากกว่ากี่เพ้าที่พบเห็นได้ทั่ว ๆ ไป ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมชิโน-ยูโรเปียน ยิ่งทำให้งานตรุษจีนของภูเก็ตนั้นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด

**งานเทศกาลตรุษจีนในภูเก็ตมีชื่อเต็ม ๆ ว่า “งานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต” ซึ่งในปีนี้ 2564 นี้ได้ประกาศงดจัดอย่างเป็นทางการแล้ว จากเดิมที่มีกำหนดการจะจัดในวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์

You May Also Like