Forest Bathing: อาบป่า รับพลังจากธรรมชาติ

แนวคิดการอาบป่าที่ช่วยบำบัด-เติมพลังให้ชีวิต
Forest Bathing หรือแนวคิดของ “การอาบป่า” หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า shinrin-yoku เริ่มต้นขึ้นราวปี 1982 ก่อนจะกลายเป็นที่นิยมทั่วโลกในหลายปีต่อมา นักวิจัยพบว่าการใช้เวลาอยู่กับป่า สามารถให้คุณประโยชน์อย่างดีต่อทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ช่วยลดความเครียด และภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย 

ในประเทศไทย ก็มีป่าเขตร้อนจำนวนมากที่ควรค่าแก่การทำกิจกรรมธรรมชาติบำบัดประเภทนี้ ซึ่งแต่ละแห่งล้วนเป็นจุดหมายปลายทางชั้นเลิศสำหรับการชำระล้างกายใจ ที่ต้องรับมลพิษและโรคภัยต่างๆ จากเมืองใหญ่ เส้นทางนั้นแตกต่างกันตามระดับของความยาก เส้นทางที่แนะนำ คือ ระดับ 1 (มีความท้าทายน้อยที่สุด) เรียกว่า เส้นทางสำรวจธรรมชาติ ที่เปิดโอกาสให้ได้รู้จักธรรมชาติในระยะทางสั้นๆ ผ่านการเดินอย่างเพลิดเพลินไม่ถึง 6 กิโลเมตร  ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพักแรม มีป้ายบอกทิศทาง ป้ายเตือนเส้นทางพื้นที่อันตรายเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในบางพื้นที่ ส่วนที่สูงชันมีการปรับให้ไม่ต้องออกแรงให้เหน็ดเหนื่อยนัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินด้วยตัวเองหรือเดินกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลป่าไม้ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การเดินป่ามาก่อน 

เมื่อรู้จักการอาบป่าในประเทศไทยกันแล้ว ก็เตรียมพร้อมออกไปรับพลังจากผืนป่าใน 4 เส้นทาง ของประเทศไทยกัน เส้นทางน้ำตกเหวสุวัต – ผากล้วยไม้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
เส้นทางสำรวจธรรมชาติในระยะสั้นๆที่ยอดเยี่ยม ใช้เวลาไม่มาก ส่วนมากเป็นคอนกรีตติดริมธารลำตะคองที่ไหลผ่่านสลับกับทางที่อุดมไปด้วยป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้ง จุดหมายนั้นนำไปน้ำตกผากล้วยไม้ ที่เป็นสระกว้างเหมาะแก่การลงเล่นน้ำเติมความสดชื่น มีหมู่มวลกล้วยไม้นานาพันธุ์รายล้อมไปรอบหน้าผาสมชื่อผากล้วยไม้ 

จากนั้นเดินต่อจากจุดนี้ไปยังน้ำตกเหวสุวัต จะพบป่าดิบชื้นเขตร้อนไปตามลำธารที่เป็นเอกลักษณ์ ความชันของเทือกเขาขนาบข้างเส้นทางเดินอาจมีโอกาสได้เห็นสัตว์ประจำท้องถิ่นเช่น ผีเสื้อ กิ้งก่ายักษ์ และนาก

เส้นทางน้ำตกเหวสุวัต – ผากล้วยไม้ ครอบคลุมระยะทาง 3 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่
เส้นทางเดินป่าระยะทางราว 3 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกปกคลุมไปด้วยพื้นที่ป่าดิบชื้น ชอุ่มแน่นไปด้วยมอสและเฟิร์นห่มคลุมบนต้นไม้ใหญ่ เส้นทางต่อไปมุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจีในฤดูฝนที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในฤดูร้อน เดินต่อไปอีกหน่อยจะได้พบกับกุหลาบพันปีเรียงรายอยู่บนหน้าผา ซึ่งจะสะพรั่งบานเต็มที่ในเดือนมกราคมถึงมีนาคม และกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดในการมาเยือนเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จากจุดนี้ก็จะวนกลับไปที่ป่าทึบอีกครั้ง และส่วนสุดท้ายจะทอดยาวพาเราไปยังลำธารแม่ปาน

เส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ถือเป็นสุดยอดเดย์ทริปของนักพฤกษศาสตร์เลยก็ว่าได้ เส้นทางผ่านป่าไม้ไม่ผลัดใบไปตามลำธาร ขึ้นไปยังเนินเขาถึงป่าที่อุดมไปด้วยมอสและไลเคน ไปจบที่ทุ่งหญ้าบนยอดเขาที่ปูพรมไปด้วยดอกไม้อย่าง เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ส้มแปะ และดอกไม้ป่านานาพันธุ์ ละลานตาหลากสีสัน เส้นทางธรรมชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย
ชื่อภูหลวง หมายถึง ภูเขาสูงใหญ่ หรือภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการยกขึ้นของบริเวณเปลือกโลกและสไลด์ดินอ่อนไปยังพื้นที่ต่ำกว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ครอบคลุมพื้นที่ราบสูงเกือบทั้งหมด 900 กิโลเมตร มีอุณหภูมิเย็นสบายเกือบตลอดปี ฤดูร้อนเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายนด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 24 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อน ดอกกล้วยไม้นานาชนิดจะเบ่งบาน เช่น เอื้องตาเหิน และกล้วยไม้ป่าสีขาว รวมทั้งกุหลาบพันปีสีขาวแดง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปชมดอกกุหลาบพันปีบานสะพรั่งคือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม

ในฤดูฝนดอกไวโอเล็ตสีม่วงอมชมพูจะเบ่งบานในทุ่งหญ้า ส่วนในฤดูหนาวใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนจะร่วงหล่นบนพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยกระดุมเงิน และกล้วยไม้รองเท้านารี
ป่าดิบแล้งภูหลวงประกอบไปด้วยสังคมพืชหลากหลายชนิด เช่น ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขา แต่ส่วนมากที่เป็นที่รู้จักกันดีจะเป็นป่าสนสองใบและสนสามใบแห่งที่ราบสะวันนา เส้นทางธรรมชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเริ่มต้นที่โคกนกกระบาผ่านลานสุริยันและผาสมเด็จ มีรอยเท้าไดโนเสาร์ ในฝั่งตะวันออกของภูหลวง สันนิษฐานว่ามีอายุราว 120 ล้านปีมาแล้ว รวมทั้งกุหลาบพันปี พันธุ์กล้วยไม้ป่าตลอดทาง ใช้เวลา 1-2 วันในการเดินทางไปทั่วเส้นทางธรรมชาติแห่งนี้ และหากใครต้องการเดินขึ้นภูหลวงจะต้องติดต่อสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อเตรียมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการนำทาง เส้นทางธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาสก
คนส่วนมากจะมาอุทยานแห่งชาติเขาสกเพื่อค้นหาดอกบัวผุด หรือ Rafflesia ดอกบัวขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 10-25 นิ้ว พบได้บนพื้นดินในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม สิ่งหายากอื่นๆ ณ อุทยานแห่งชาติเขาสก ยังรวมไปถึงปาล์มเจ้าเมืองถลาง กบทูด  และปลาตะพัด 

ช่วงที่ดีที่สุดในการไปเยือนอุทยานแห่งชาติเขาสก คือ ระหว่างเดือนธันวาคม – เมษายน อุทยานจะมีน้ำตกมากมาย เช่น น้ำตกน่าชม วังยาว บางหัวแรด และวิ่งหิน น้ำตกวังยาวเป็นสระกว้าง ยาว และสามารถว่ายน้ำได้นับร้อยคนในเวลาเดียวกัน ในขณะที่น้ำตกวิ่งหินจะเล็กกว่า เวิ้งน้ำที่กว้างใหญ่ของเขาสกเป็นลักษณะทัศนียภาพทางภูมิศาสตร์ของภูเขาที่ถูกกัดเซาะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยผาสองด้านหันหน้าเข้าหากัน น้ำตกโตนกลอย มีต้นกำเนิดมาจากคลองสก และเป็นน้ำตกชั้นเดียวมีลานหินธรรมชาติขนาดใหญ่ยังมีน้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่สวยงาม น้ำตกโตนกลอย น้ำตกธารสวรรค์ เป็นธารน้ำที่สะดุดตาด้วยลักษณะที่มีน้ำโค้งไปบนอากาศจากผาสูงชันก่อนจะไหลลงสู่คลองสก และยังมีน้ำตกสิบเอ็ดชั้น ที่มีชั้นลดหลั่นลงมา 11 ชั้น โดยมีสระสำหรับเล่นน้ำอยู่ด้านล่าง ไปถึงโดยใช้เส้นทางธรรมชาติ

You May Also Like