Search
Close this search box.

10 ภูมิภาคน่าไปเยือนที่สุดปีนี้ (ที่อาจต้องเลื่อนไปปีหน้า)

Top 10 Regions โดย Lonely Planet

หากโลกไม่ประสบกับวิกฤตการณ์การระบาดของ โควิด-19 เสียก่อน รายชื่อ 10 ภูมิภาคที่จะโดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดในปี 2020 โดย Lonely Planet ก็คงเป็นภูมิภาคสุดฮอตด้านการท่องเที่ยวในปีนี้ แต่ทว่าเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างปัจจุบัน 10 ภูมิภาคดาวเด่นเหล่านี้ อาจต้องโยกย้าย เลื่อนไปเที่ยวกันปลายปี หรือรอไว้ปีหน้าแทนก็เป็นได้

1.Central Asian Silk Road

เส้นทางสายไหมแห่งเอเชียกลาง สร้างความมั่งคั่งให้กับภูมิภาคนี้เมื่อในอดีต และตอนนี้ตลาดนัดโบราณกับภูมิทัศน์ของผืนป่ากำลังดึงดูดนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาการผจญภัยตามเส้นทางการเดินทางที่สำคัญที่สุดสายหนึ่งของประวัติศาสตร์ ทั้งประเทศคีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน เริ่มให้ฟรีวีซ่ากับนักท่องเที่ยวจากหลาย ๆ ประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ภายใต้การริเริ่มของโครงการ Belt and Road ของจีน ทำให้การเดินทางเส้นทางสายไหมเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา 2. Le Marche, Italy

แม้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่เพื่อนบ้านอย่างทัสคานีที่แสนโด่งดัง แต่ Le Marche ก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ที่นี่มีทั้งทัศนียภาพของเมืองบนยอดเขากับถนนเส้นเล็กคดเคี้ยว มีพระราชวังยุคเรเนสซองส์ตั้งตระหง่าน คึกคักด้วยเทศกาลอาหาร ไปจนถึงชายหาดที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่น้อยคนนักที่จะรู้จัก ทำให้จำนวนของนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าไร ในปี 2020 สปอตไลท์จะส่องแสงมาที่ภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะเมือง Urbino ที่งดงามที่สุด ซึ่งจะเฉลิมฉลองครบรอบ 500 ปีการจากไปของ Raphael จิตรกรยุคเรอเนซองส์ผู้ยิ่งใหญ่ 3. Tōhoku, Japan

ทโฮคุเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่นว่ามีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง มรดกทางวัฒนธรรม เทศกาลทางประวัติศาสตร์ อาหารอร่อย ในปี 2020 นี้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนกำลังจะทำให้ญี่ปุ่นคึกคักอย่างมากและคงไม่มีภูมิภาคใดในประเทศที่กระตือรือร้นไปมากกว่า Tōhoku หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2011 หน่วยงานทั้งหลายยังทำงานอย่างหนักในการเชื่อมโยงการเดินทางขนส่ง รวมถึงพัฒนาเส้นทางเดินป่าทางไกลใหม่ และปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทำให้ Tōhoku กำลังเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัยและใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากเมืองหลวง 4. Maine, USA

เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ สำหรับใครที่จะเดินทางไปรัฐเมน (Maine) ในปี 2020 เพราะทั้งรัฐกำลังจะกลายเป็น ‘Vacationland’ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบสองร้อยปีแห่งความเป็นมลรัฐ ทั่วทั้งภูมิภาคเมืองและเมืองต่าง ๆ มีการจัดนิทรรศการพิเศษคอนเสิร์ต และงานเทศกาลต่าง ๆ คุณจะพบกับร้านอาหารแบบฟาร์มต่อโต๊ะ ช่างทำขนมปัง และผู้ผลิตงานฝีมือทั่วทั้งรัฐ ถ้ากังวลว่าจะต้องเจอกับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล ก็สามารถหลบหลีกฝูงชนท่ามกลางป่าอันกว้างใหญ่ของรัฐและแนวชายฝั่งที่เต็มไปด้วยประภาคารอันน่าทึ่ง 5. Lord Howe Island, Australia

ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งออสเตรเลียไม่ถึง 600 กม. เท่านั้น เมื่อไปถึงก็จะได้พบกับความงามที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภูเขาสีเขียวสองแห่งตั้งอยู่เบื้องหลังทะเลสาบและแนวปะการัง ชายหาดครึ่งเสี้ยวและเส้นทางเดินป่าเขียวชอุ่มเเหมาะสำหรับการพักผ่อนทำกิจกรรมกลางแจ้ง บนเกาะแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เฉพาะถิ่นหลายชนิด เกาะนี้อนุญาตให้มีผู้เยี่ยมชมได้เพียง 400 คนต่อครั้งเท่านั้น 6. Guizhou Province, China

กุ้ยโจว เป็นจังหวัดบนยอดเขา ส่วนเมืองหลวงอย่าง กุ้ยหยาง เป็นเมืองที่มีประชากรมากกว่า 4 ล้านคน ถนนที่เต็มไปด้วยแผงขายอาหารริมถนนจะเริ่มคึกคักตอนเย็น ตามตรอกซอกซอยเรียงรายด้วยร้านกาแฟและบาร์รวมถึงร้านขายสินค้าแฮนด์เมด ถ้าออกไปในชนบทก็จะได้อีกบรรยากาศของภูเขาลึกลับแห่งกุ้ยโจวในศตวรรษที่ 21 หมู่บ้านโบราณที่ยังคงเดิมมาหลายศตวรรษ แต่ถึงอย่างนั้นก็เริ่มพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อกันด้วยรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเดินทางไปที่ ฉงชิ่งหรือคุนหมิงภายในสองถึงสามชั่วโมงเท่านั้น 7. Cádiz Province, Spain

ความโดดเด่นเรื่องอาหารการกินจะทำให้ภูมิภาคนี้ส่องประกายอย่างมากในปี 2020 โดยเฉพาะ Jerez de la Frontera หนึ่งในเมือง Sherry Triangle สามเมืองที่โด่งดังด้านการผลิดไวน์เชอร์รี่ที่สุดในสเปน เมืองนี้เต็มไปด้วยบาร์เชอร์รี่ หรือที่เรียกกันว่า Tabancos ที่คุณจะได้อื่มไวน์พร้อมกับกินทาปาสในบรรยากาศท้องถิ่นของ Jerez นอกจากนั้นในเมืองยังมีร้านอาหารมิชลินสตาร์ตั้งแต่ระดับ 1 ดาว ไปจนถึง 3 ดาว 8. Northeast Argentina

จัดเป็นภูมิภาคที่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ โดยเฉพาะ น้ำตก Iguazú ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก อุทยานแห่งชาติ Iberá ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอาร์เจนตินา เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวความสำเร็จในการฟื้นฟูป่า ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนใกล้เคียงอย่างมหาศาล 9. Kvarner Gulf, Croatia

อ่าวที่มีความงามอมตะ เมืองประวัติศาสตร์ที่มีกำแพงล้อมรอบ ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคเวนิส รวมถึงชายหาดหลายแห่งนี้ ตั้งอยู่ระหว่างแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Dalmatia และ Istria ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งโครเอเชีย Kvarner Gulf โดดเด่นเรื่องอาหารและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น เมือง Rijeka ซึ่งเป็นท่าเรือเก่าแก่ กำลังจะรับบทบาทของเมืองหลวงทางวัฒนธรรมแห่งยุโรปในปี 2020 พร้อมจะอวดโฉมเมืองด้วยเหล่าสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ และศูนย์วัฒนธรรมแห่งใหม่ 10. Brazilian Amazon

แอมะซอนแห่งบราซิลเป็นผืนป่าธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุด เป็นทั้งบ้านของสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ที่หายากที่สุดในโลก รวมถึงชุมชนที่ยังคงรักษาพื้นที่สีเขียวอันยิ่งใหญ่นี้ไว้หลายศตวรรษ ในขณะที่สภาพภูมิอากาศของโลกเราเปลี่ยนแปลง การอนุรักษ์แอมะซอนได้กลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แผนการอนุรักษ์ผืนป่าแห่งนี้จะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนพร้อมทั้งเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นและเศรษฐกิจของชาติ

You May Also Like