Lonely Planet

Lonely Planet

เกาะโลซิน-เกาะกระ พื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งใหม่
report

เกาะโลซิน-เกาะกระ พื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งใหม่

ข่าวดีของคนรักทะเลไทยที่น่าตื่นเต้น

ข่าวดีรับต้นปี ของคนรักทะเลไทย
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 มติ ครม.เห็นชอบให้ เกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี และเกาะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งใหม่ของไทย

The Passport ขอแนะนำมารู้จัก 2 เกาะสำคัญแห่งอ่าวไทยกันคร่าวๆ
เกาะโลซิน
หากใครไม่รู้จักเกาะโลซิน ก็คงนึกไม่ออกเพราะอาจไม่เคยเห็นภาพถ่ายเกาะนี้มาก่อน และคงจินตนาการถึงเกาะในแบบที่คุ้นตาซึ่งต้องมีชายหาด ทิวมะพร้าว เรือหางยาวจอดสวยๆซักลำ
ความจริงแล้วเกาะโลซิน พื้นท่จังหวัดปัตตานี เป็นเสมือนกองหินกลางทะเลที่โผล่พ้นขึ้นมาเหนือน้ำประมาณสิบเมตรเท่านั้น สิ่งเดียวที่เห็นคือแนวหินกับประภาคารเล็กๆโดดเดี่ยว แต่ทว่าเกาะจิ๋วแห่งนี้ มีคุณค่าต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล เพราะตามหลักอาณาเขตน่านน้ำสากลแล้ว ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่จากจากเกาะโลซินออกไปอีกถึง 200 ไมล์ทะเล ซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่มิอาจประเมินค่าได้ และที่นี่ยังเป็นแหล่งดำน้ำที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทยอีกด้วย
เกาะกระ
หมู่เกาะแห่งเดียวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ และกองหิน เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ จึงเป็นเกาะที่ได้รับอิทธิพลของคลื่นลมในช่วงฤดูมรสุมอย่างเต็มที่ แต่นั่นทำให้เกาะมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร หาดทรายยาวประมาณ 150 เมตร มีแนวปะการังกว่า 400 ไร่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และแหล่งวางไข่ของเต่าที่สำคัญหลายชนิด เช่น เต่าตนุ เต่ามะเฟือง เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อน

ขอบคุณภาพประกอบ "เกาะกระ" Facebook.com/เกาะกระ-ปากพนัง-นครศรี
สำหรับ รายละเอียดทั้งหมดของ มติ ครม. เรื่องพื้นที่คุ้มครองคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของทั้งสองเกาะ มีดังนี้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ บริเวณหมู่เกาะกระ ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง
1. กำหนดบทนิยาม คำว่า “แนวชายฝั่งทะเล” และ “หน่วยงานของรัฐ”
2. กำหนดให้หมู่เกาะกระ ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ทะเลรอบหมู่เกาะดังกล่าว เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยจำแนกพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแบ่งออกเป็น 3 บริเวณ ดังนี้
2.1 บริเวณที่ 1 ได้แก่ พื้นที่บนแผ่นดินนับจากแนวชายฝั่งทะเลเข้าไปในแผ่นดินของ เกาะกระใหญ่ เกาะกระกลาง และเกาะกระเล็ก
2.2 บริเวณที่ 2 ได้แก่ พื้นที่ตั้งแต่แนวชายฝั่งทะเลลงมาจนถึงแนวปะการังตามธรรมชาติและบริเวณต่อเนื่อง
2.3 บริเวณที่ 3 ได้แก่ พื้นที่ทะเลถัดจากบริเวณที่ 2 ออกไปภายในบริเวณเส้นตรงที่เชื่อมต่อจุดพิกัด
3. กำหนดให้พื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรม อาทิ การทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล ปล่อยน้ำเสีย การทำเหมืองแร่ในทะเล การสำรวจ รวมถึงการขุด การถมทะเล หรือการขุดลอกร่องน้ำ
4. กำหนดให้การนำเรือเข้าออกในบริเวณที่ 2 และบริเวณที่ 3 ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นอันตรายต่อแนวปะการัง
5. กำหนดให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำกับดูแลและติดตามการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดูแล ติดตาม และตรวจสอบการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ และรายงานผลการบังคับใช้มาตรการฯ ต่อคณะกรรมการอย่างน้อยปีละครั้ง สนับสนุนโครงการส่งเสริมองค์ความรู้ ให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือชุมชน ในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ บริเวณเกาะโลซิน ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ

โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อสงวนไว้ซึ่งสภาพธรรมชาติเดิม ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของปะการัง และสัตว์ทะเลหายากในฝั่งอ่าวไทย ดังนี้
1. กำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน และพื้นที่ทะเลรอบเกาะดังกล่าว ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวง เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
2. กำหนดให้ภายในพื้นที่บริเวณที่ 1 ห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรม ดังนี้
2.1 ห้ามทำให้เกิดมลพิษ ขยะ สารแขวนลอย ตะกอนแขวนลอย และมลสารปนเปื้อนจากการเดินเรือ การจอดเรือ การขนส่ง หรือการขนถ่าย ที่มีผลทำให้คุณภาพน้ำทะเลเสื่อมโทรมหรือเสียสภาพความเป็นธรรมชาติ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ปะการัง หญ้าทะเล และสัตว์น้ำหายาก
2.2 กระทำหรือดำเนินกิจกรรมใด ที่เป็นการทำลาย ทำให้เสียหาย หรืออาจเป็นอันตราย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง ซากปะการัง กัลปังหา สัตว์น้ำในแนวปะการังและสัตว์ทะเลหายาก
2.3 การประกอบการประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
2.4 การทิ้งสมอ โดยกรณีที่ประสงค์จะจอดเรือ ให้กระทำโดยการผูกเรือกับทุ่นจอดเรือในบริเวณที่กำหนด และการกระทำหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่
2.5 การก่อสร้าง เว้นแต่เป็นการดำเนินการของทางราชการ เพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเล หรือเพื่อการศึกษาวิจัย ซึ่งต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็น กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และไม่เป็นการทำลายสภาพธรรมชาติเดิม โดยต้องได้รับความเห็นของกรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง และกองทัพเรือ เพื่อนำไปประกอบการขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการเก็บทรัพยากรธรรมชาติหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายต่อสัตว์และพืช เว้นแต่เป็นการดำเนินการของทางราชการเพื่อการศึกษาวิจัย โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด และการนำสัตว์และพืชเข้าไปเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
2.6 การทำเหมืองแร่ในทะเล การสำรวจ การขุดเจาะน้ำมัน การผลิต การถ่ายเทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การขุด การถมทะเล หรือการขุดลอกร่องน้ำ
3. กำหนดให้พื้นที่บริเวณที่ 2 ห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรม ดังนี้
3.1 ทำให้เกิดมลพิษ ขยะ สารแขวนลอย ตะกอนแขวนลอย และมลสารปนเปื้อนจากการเดินเรือ การจอดเรือ การขนส่ง หรือการขนถ่าย ที่มีผลทำให้คุณภาพน้ำทะเลเสื่อมโทรมหรือเสียสภาพความเป็นธรรมชาติ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ปะการัง หญ้าทะเล และสัตว์น้ำ
3.2 กระทำหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการทำลาย ทำให้เสียหายหรืออาจเป็นอันตราย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง ซากปะการัง กัลปังหา สัตว์น้ำในแนวปะการังและสัตว์ทะเลหายาก
3.3 การทำเหมืองแร่ในทะเล การสำรวจ การขุดเจาะน้ำมัน การผลิต การถ่ายเทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การขุด การถมทะเล หรือการขุดลอกร่องน้ำ และการประกอบการประมงตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ยกเว้นการทำการประมงโดยใช้เบ็ดมือ
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ในราชการของกองทัพเรือ
4. กำหนดให้การประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
5. กำหนดให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดังนี้
5.1 จัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยแนวทางการอนุรักษ์ คุ้มครอง ดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การคุ้มครองและการดูแลรักษาสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ การติดตามและประเมินผล โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดปัตตานี
5.2 สนับสนุนโครงการส่งเสริมองค์ความรู้ท้องถิ่นหรือกิจกรรมแก่ชุมชนในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อการบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟูและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่กรมประกาศกำหนด
5.3 ให้คำปรึกษาและข้อมูลแก่ชุมชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการการบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
5.4 กำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
Tags: