VIVE LA DIFFÉRENCE !
ในฝรั่งเศส “มาการอง” ครอบคลุมถึงขนมที่ทำมาจากเมล็ดอัลมอนด์ ไข่ขาว และน้ำตาล แต่มาการองที่ได้รับความรู้จักกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ คือ ขนมชิ้นเล็กสีสันสดใส ที่ทำมาจากส่วนผสมอันอ่อนนุ่มสองชนิด
มาการองที่หน้าตาละม้ายคล้ายเมอแรงจ์ ถูกจัดวางเป็นรูปทรงคล้ายแฮมเบอร์เกอร์อันน้อย และสอดไส้ด้วยครีมกานาชรสชาติต่างๆ
มาการองรู้จักกันในอีกชื่อคือ มาการองปารีเซียง หรือ มาการองแฌร์แบร์ ตามหนึ่งในชื่อของสองผู้คิดค้น Claude Gerbet พ่อครัวขนมในสมัยศตวรรษที่ 19 ส่วนมาการองมะพร้าวที่มาจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนั้น รู้จักในประเทศฝรั่งเศสด้วยชื่อ “คองโกเลซ์” (congolais) การที่คำว่า “มาการอง” กับ “มะกะโรนี” มีเสียงคล้ายคลึงกันนั้น ดูจะไม่ใช่เหตุบังเอิญเป็นแน่ เพราะในยุคกลางที่ชาวอาหรับยึดครองเกาะซิซิลี พวกเขาได้นำขนมปังคล้ายพัฟ ซึ่งทำมาจากอัลมอนด์ หรือข้าวสาลีดูรัมเข้ามาด้วย
ถึงแม้ว่าการจะย้อนประวัติศาสตร์อาหารจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดูเหมือนว่าในอดีตพัฟทั้งคาวและหวานเคยเป็นที่นิยมของชาวซิซิลี และเมื่อเวลาผ่านไป จากพัฟคาวหวานค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นมะกะโรนีและมาการองอัลมอนด์ ซึ่งแพร่หลายไปทั่วอิตาลี จนเมื่อ Catherine de Medici แห่งเมืองฟลอเรนซ์ได้อภิเษกสมรสสู่ราชวงค์ฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1533 พระองค์ได้นำความหอมหวานของมาการองอัลมอนด์ติดตัวไปด้วย
ผู้ร่วมคิดค้นมาการองปารีเซียง คือ Pierre Desfontaines ญาติของครอบครัว Ladurée ที่ร้านชาของพวกเขาเปิดบริการมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1862 ช่วยให้มาการองเป็นที่นิยมในช่วงศตวรรษที่ 20 จนเชฟชาวปารีเซียงอย่าง Dalloyau และ Lenôtre ต่างหันมาสนใจ
แต่การที่มาการองได้รับความนิยมอย่างกว้างขว้างในปีหลังๆ นี้ ต้องยกความดีให้กับเชฟชาวฝรั่งเศสอย่าง Pierre Hermé ที่มักสร้างสรรค์มาการองรสชาติแปลกใหม่ เช่น รสเห็ดทรัฟเฟิลขาว ด้วยความสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัดนี้เอง ที่ทำให้ทั่วโลกเข้ามาร่วมคิดค้นมาการองรสต่างๆ รวมไปถึงชาวออสซี่ ที่มาพร้อมกับมาการองรสเนยดำเวจี้ไมท์ (Vegemite)
และทุกวันที่ 20 มีนาคม Pierre Hermé ได้ทำมาการองรสพิเศษออกมาจำหน่าย รายได้เพื่อการกุศล จึงกลายเป็น “วันมาการอง” ไปในที่สุด นอกจากรสชาติทั่วไปอย่างราสเบอร์รี่หรือถั่วพิชตาชิโอแล้ว นี่เป็นอีก 5 รสแปลกใหม่ของร้านขนมชั้นนำในเมืองปารีส
Ladurée (laduree.com)
รสดอกมูเกท์
Pierre Hermé (pierreherme.com)
รสน้ำมันมะกอกผสมส้ม
Fauchon (fauchon.com)
รสเกาลัดเคลือบน้ำตาล
Sadaharu Aoki (sadaharuaoki.com)
รสชาเขียวคั่ว
Gerard Mulot (gerard-mulot.com)
รสเสาวรสกับโหระพา
ในฝรั่งเศส “มาการอง” ครอบคลุมถึงขนมที่ทำมาจากเมล็ดอัลมอนด์ ไข่ขาว และน้ำตาล แต่มาการองที่ได้รับความรู้จักกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ คือ ขนมชิ้นเล็กสีสันสดใส ที่ทำมาจากส่วนผสมอันอ่อนนุ่มสองชนิด
มาการองที่หน้าตาละม้ายคล้ายเมอแรงจ์ ถูกจัดวางเป็นรูปทรงคล้ายแฮมเบอร์เกอร์อันน้อย และสอดไส้ด้วยครีมกานาชรสชาติต่างๆ
มาการองรู้จักกันในอีกชื่อคือ มาการองปารีเซียง หรือ มาการองแฌร์แบร์ ตามหนึ่งในชื่อของสองผู้คิดค้น Claude Gerbet พ่อครัวขนมในสมัยศตวรรษที่ 19 ส่วนมาการองมะพร้าวที่มาจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษนั้น รู้จักในประเทศฝรั่งเศสด้วยชื่อ “คองโกเลซ์” (congolais)
ถึงแม้ว่าการจะย้อนประวัติศาสตร์อาหารจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดูเหมือนว่าในอดีตพัฟทั้งคาวและหวานเคยเป็นที่นิยมของชาวซิซิลี และเมื่อเวลาผ่านไป จากพัฟคาวหวานค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นมะกะโรนีและมาการองอัลมอนด์ ซึ่งแพร่หลายไปทั่วอิตาลี จนเมื่อ Catherine de Medici แห่งเมืองฟลอเรนซ์ได้อภิเษกสมรสสู่ราชวงค์ฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1533 พระองค์ได้นำความหอมหวานของมาการองอัลมอนด์ติดตัวไปด้วย
ผู้ร่วมคิดค้นมาการองปารีเซียง คือ Pierre Desfontaines ญาติของครอบครัว Ladurée ที่ร้านชาของพวกเขาเปิดบริการมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1862 ช่วยให้มาการองเป็นที่นิยมในช่วงศตวรรษที่ 20 จนเชฟชาวปารีเซียงอย่าง Dalloyau และ Lenôtre ต่างหันมาสนใจ
แต่การที่มาการองได้รับความนิยมอย่างกว้างขว้างในปีหลังๆ นี้ ต้องยกความดีให้กับเชฟชาวฝรั่งเศสอย่าง Pierre Hermé ที่มักสร้างสรรค์มาการองรสชาติแปลกใหม่ เช่น รสเห็ดทรัฟเฟิลขาว ด้วยความสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัดนี้เอง ที่ทำให้ทั่วโลกเข้ามาร่วมคิดค้นมาการองรสต่างๆ รวมไปถึงชาวออสซี่ ที่มาพร้อมกับมาการองรสเนยดำเวจี้ไมท์ (Vegemite)
และทุกวันที่ 20 มีนาคม Pierre Hermé ได้ทำมาการองรสพิเศษออกมาจำหน่าย รายได้เพื่อการกุศล จึงกลายเป็น “วันมาการอง” ไปในที่สุด
Ladurée (laduree.com)
รสดอกมูเกท์
Pierre Hermé (pierreherme.com)
รสน้ำมันมะกอกผสมส้ม
Fauchon (fauchon.com)
รสเกาลัดเคลือบน้ำตาล
Sadaharu Aoki (sadaharuaoki.com)
รสชาเขียวคั่ว
Gerard Mulot (gerard-mulot.com)
รสเสาวรสกับโหระพา


