The Passport x Bird Pakorn Special Talk
ร่วมเดินทางสู่ดาวอังคารบนผืนทะเลทรายแห่งเมือง AlULa ผ่านมุมมองของคุณเบิร์ด–ปกรณ์ เหลืองอร่ามสุข ช่างภาพผู้หลงใหลในการบันทึกช่วงเวลาพิเศษจากทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

The Passport ยินดีที่จะแนะนำให้รู้จักกับคุณเบิร์ด – ปกรณ์ เหลืองอร่ามสุข เจ้าของไอจี pakornograpx และเฟซบุคเพจ Pakornograpx ช่างภาพหนุ่มไฟแรงผู้มีลายเซ็นอันโดดเด่นด้านงานถ่ายภาพสถาปัตยก3รรมและแลนด์สเคป ผสมผสานกับแนวสตรีทและพอร์ตเทรต ที่สำคัญเขายังเป็นช่างภาพผู้หลงใหลการเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจอีกด้วย
สไตล์ภาพสะท้อนตัวตน
คุณเบิร์ดเล่าว่าเริ่มสนใจศาสตร์และศิลป์ของการถ่ายภาพมาได้ประมาณ 8 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการที่เขามักได้รับความไว้วางใจในหมู่เพื่อนฝูงให้เป็นช่างภาพประจำกลุ่มในทุกทริปท่องเที่ยวอยู่เสมอ ท้ายที่สุดเขาจึงหันมาใช้เวลาว่างเพื่อศึกษาเทคนิคการถ่ายภาพ รวมถึงเข้าร่วมทริปกับเพื่อนช่างภาพอีกหลากหลายคน เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์และค้นหาสไตล์ภาพถ่ายที่บ่งบอกถึงตัวตนของเขาเอง

“โดยส่วนตัวชอบถ่ายภาพแนวสตรีทอยู่แล้ว ชอบภาพที่มีความเคลื่อนไหว ภาพถ่ายของผมส่วนใหญ่ก็จะเน้นมู้ดแอนด์โทนที่สะท้อนแต่ละช่วงเวลาขณะบันทึกภาพ รู้สึกว่าภาพแนวนี้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่สามารถถ่ายซ้ำได้ ทุกอย่างมันมีอารมณ์และมีความรู้สึกเซอร์ไพร์สในทุกช่วงจังหวะนั้นๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นแค่ไม่กี่นาที ซึ่งมันกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำใคร มันคือการ captured the moment” คุณเบิร์ดเผยถึงสไตล์การถ่ายภาพในแบบฉบับของเขา ซึ่งนอกจากการบันทึกความทรงจำในช่วงเวลาเฉพาะแล้ว ภาพของเขายังอัดแน่นไปด้วยสีสันที่ชวนตื่นตาประทับใจ
เล่าเรื่องราวการเดินทางผ่านเลนส์
ด้วยความที่เป็นนักเดินทางตัวยง คุณเบิร์ดจึงให้ความสำคัญต่อการถ่ายทอดเรื่องราวตลอดทริปผ่านมุมมองที่เขามองเห็นลอดเลนส์กล้องคู่ใจ
“ผมได้รับรู้ว่าธรรมชาติของโลกเรายังมีอีกเยอะที่น่าสนใจไปเยือน เราอาจจะเคยเห็นภาพตามสื่อต่างๆ แต่เมื่อเรามีโอกาสได้ไปเห็นกับตาตัวเอง มันไม่ใช่แค่ภาพความสวยงามตรงหน้าเท่านั้น แต่มันมีทั้งเรื่องอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะนั้น บรรยากาศแวดล้อมต่างๆ ในสายตาของเราจะรู้สึกว่ามันสวยงามไม่เท่าตาเห็น แต่ในฐานะช่างภาพเราก็พยายามเก็บความทรงจำตามมุมมองของเราให้ออกมาดีที่สุด”
I will be trip on Mars
ในทริปล่าสุด คุณเบิร์ดออกเดินทางสู่เมือง AlULa (อัลอูลา) ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ (UNESCO World Heritage Site) ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายลึกในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โอบล้อมเรียงรายไปด้วยความงดงามมหัศจรรย์ของเทือกเขาหินทราย และร่องโตรกภูผาตระการตาตามธรรมชาติ ผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานมากว่า 7,000 ปี

“รู้สึกว่าซาอุฯ เป็นประเทศที่มีคนไปเที่ยวค่อนข้างน้อยมาก ผมเลือกไปเมือง AlULa ซึ่งเป็นสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก ทุกอย่างดูยากที่จะไป แต่ก็เป็นความท้าทายที่น่าลองไปดูสักครั้งในชีวิต โชคดีที่เลือกไปช่วงโลว์ซีซั่น โรงแรมก็เลยค่อนข้างราคาประหยัด
“นอกจากชวนกลุ่มเพื่อนที่ชอบการเดินทางและถ่ายภาพไปแล้ว พอดีมีเพื่อนที่เป็นคู่รักกันกำลังจะแต่งงาน ก็เลยชวนทั้งคู่ไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้งด้วยกัน การันตีว่าได้ภาพที่ไม่มีทางซ้ำใครแน่นอน”
คุณเบิร์ดรู้จักเมือง AlULa จากภาพสื่อด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ความประทับใจแรกเห็นคือความงดงามแปลกตา ราวกับว่าไม่ใช่สถานที่บนผืนโลก
“เป็นเมืองที่มีแลนด์สเคปแปลกตาเหมือนดาวอังคาร ด้วยความที่มีอุทยานลานภูเขาหินกว้างอยู่กลางทะเล สีสันก็ออกไปทางเฉดสีน้ำตาลอมส้ม มีความเวิ้งว้างกว้างไกลเหมือนฉากหนังไซไฟ รู้สึกว่ามันต้องถ่ายรูปออกมาสวยแน่นอน
“ในฐานะนักเดินทางและช่างภาพ ผมก็อยากเป็นคนแรกๆ ที่ไปแล้วได้ภาพในมุมมองสร้างสรรค์ รู้สึกเหมือนอยากเป็นคนแรกที่ไปเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์ ไปฝากรอยเท้าไว้เป็นรายแรกๆ ก่อนเดินทางผมขึ้นแคปชั่นในไอจีสตอรีไว้เลยว่า ‘I will be trip on Mars’
“ผมวางทริปว่าไปเที่ยวต่างดาวแน่นอน ผมเอาชุดนาซ่าไป เอาหมวกกันน็อคไป เพราะอยากได้ภาพตัวเองเหมือนใส่ชุดนักบินอวกาศเดินอยู่บนผิวดาวอังคาร ซึ่งก็สวยสมใจ (หัวเราะ)”
กิจกรรมห้ามพลาด
นอกจากผืนทรายกว้างไกลสุดสายตา ที่ห้อมล้อมไปด้วยโขดหินและภูเขาลดหลั่นเรียงรายกันแล้ว ในอุทยานหุบเขาอัซชาร์ (Ashar Valley) ยังมีอาคารกระจก (Maraya) สิ่งก่อสร้างใหม่ที่ทางรัฐบาลซาอุฯ ตั้งใจสร้างให้เป็นจุดแลนด์มาร์คของอัลลูลา ในแง่การสร้างสรรค์งานด้านวัฒนธรรม ฝีมือการออกแบบของ Florian Boje สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลีแห่งบริษัท Giò Forma ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในจุดเช็คอินน์ยอดนิยม รวมถึงยังมีอีกหลายสถานที่และหลากกิจกรรมที่ห้ามพลาด

“เมืองมรดกโลกเฮกรา (Hegra) เป็นซากปรักหักพังของเมืองเก่าและโบราณสถานจากอาณาจักรแนบาเทีย (Nabataean Kingdom) ที่มีความใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเมืองเปตรา (Petra) ในประเทศจอร์แดน
“ภูเขาอัลฟีล (Jabal Alfil) หรือภูเขารูปช้าง สูงประมาณ 50 เมตร เป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่อลังการมาก
“ปราสาทแห่งความเดียวดาย (Tomb of Lihyan Son of Kuza) สุสานหินกลางทะเลทรายที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ เพราะสลักจากภูเขาหินทรายทั้งลูก เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมแบบแนบาเทีย
“ย่านเมืองเก่าอัลอูลา (AlULa Old Town) ตั้งอยู่ด้านนอกอุทยาน เดินเล่นชมเมืองเก่าและวิถีชีวิตคนพื้นถิ่น ที่จะเริ่มออกมาแฮงก์เอาท์กันช่วงหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว มีร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ที่เสิร์ฟกาแฟอาหรับหอมกลิ่นแซฟฟรอน
“ที่ผมประทับใจมากคือทริปไนท์วอล์คใต้ทะเลดาวตอนกลางคืน ต้องอาศัยการเดินเท้าลึกเข้าไปในป่ากลางทะเทราย มีพืชทะเลทราย มีสัตว์ป่าอย่างหมาจิ้งจอกทะเลทราย แต่ผมได้เจอแค่แมงมุมทะเลทราย
“อีกอย่างที่ห้ามพลาดเลยคือ การขึ้นบอลลูนชมวิวมุมสูง เราจะได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการของทะเลทรายในมุมแบบพาโนราม่าวิว ซึ่งมันให้ความรู้สึกพิเศษแตกต่างจากการขึ้นบอลลูนที่ไหนๆ ในโลก”

ภาพทรงจำประทับใจที่ต้องกลับไปอีกครั้ง
ท้ายที่สุด คุณเบิร์ดเผยว่านี่คืออีกทริปสุดหินแต่ประทับใจไม่รู้ลืม และปรารถนาที่จะได้กลับไปเยือนอีกสักครั้ง
“ในมุมของช่างภาพ ผมได้ภาพที่สวยงามแตกต่าง ได้สนองตอบความต้องการของตัวเองที่อยากลองไปทริปที่ยากๆ ได้ลองท้าทายตัวเอง มันลำบากในช่วงการเดินทางแค่นั้น แต่นอกจากนั้นก็สบายๆ เพราะโรงแรมดีอยู่แล้ว สถานที่ก็สวยงามอยู่แล้ว ถ่ายมุมไหนยังไงก็สวย
“รู้สึกว่าเมืองนี้กำลังจะเป็นเทรนด์ที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว สำหรับผมรู้สึกว่าอยากไปซ้ำอีก เพราะยังมีแง่มุมที่น่าสนใจในสายตาของช่างภาพ”