Search
Close this search box.

15 สุดยอดประเทศสีเขียวจากทั่วโลก

ดินแดนแห่งความกรีน สิ่งแวดล้อมดีเลิศ
ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในขณะเดียวกันก็พยายามรักษาระบบนิเวศที่สำคัญ รวมถึงลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เพื่อรักษาโลกที่สวยงามเอาไว้ให้นานยิ่งขึ้น และนี่คือ15 ประเทศทั่วโลกที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สีเขียวที่สุด ตามดัชนีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (EPI) ของมหาวิทยาลัยเยลและโคลัมเบียในปี 2020 โดยประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ 78 จากทั้งหมด 180 ประเทศ

15.เบลเยี่ยม
ในบรรดาตัวขับเคลื่อนหลักของเบลเยี่ยม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความพยายามในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมพฤติกรรมไร้ขยะ เศรษฐกิจฐานชีวภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการโลหะและการก่อสร้างที่ยั่งยืน ประเทศในยุโรปขนาดเล็กแห่งนี้จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่เขียวที่สุดในโลกอันดับที่ 15 14.สเปน
ประเทศที่ใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรไอบีเรียสเปนติดอันดับ 14 ประเทศที่เขียวที่สุดในโลก มีต้นไม้ริมทางประมาณ 161,423 ต้นจาก 150 สายพันธุ์ที่แตกต่างกันไปตามถนนในบาร์เซโลนา ที่ยิ่งไปกว่านั้นใน ‘แผนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพของบาร์เซโลนาปี 2020 ยังมีโครงการอีกมากกว่า 70 โครงการเพื่อเพิ่มธรรมชาติเข้ามาในเมือง ไปจนถึงการทำแนวปะการังเทียม 13. ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียมีคุณภาพอากาศโดยรวมเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่มีความสนใจเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมมากเป็นพิเศษ (การสำรวจและข้อมูลของรัฐบาล) และรัฐบาลได้ให้สัตยาบันในพิธีสารเกียวโตซึ่งเป็นสนธิสัญญาของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย 12. ญี่ปุ่น
ปัจจุบันประเทศนี้ผสมผสานประเพณีโบราณกับแง่มุมของวิถีชีวิตแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน มีแหล่งมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกมากกว่าสิบแห่ง จึงเป็นประเทศที่มีความรู้และก้าวหน้าทางเทคนิคมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ปกคลุมไปด้วยภูเขาและพื้นที่ป่าไม้หนาแน่น 11. เนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันดับที่ 11นอกจากนี้ยังครองอันดับ 1 ด้วยคะแนน 100 ในหมวดทรัพยากรน้ำและการบำบัดน้ำเสีย เนเธอร์แลนด์เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งที่มีกังหันลมและรอบ ๆ แหล่งน้ำ และยังเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกการเกษตรด้านเครื่องจักรกลชั้นนำของโลกอีกด้วย 10. เยอรมนี
สภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนของประเทศนี้ประกอบด้วย ปราสาท หมู่บ้าน เส้นทางจักรยาน และป่าสนเขียวขจีที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งป่าไม้ที่น่าหลงใหลนี้กินพื้นที่ไปกว่าหนึ่งในสามของประเทศ 9. นอร์เวย์
นอร์เวย์ได้คะแนนเต็ม 100 ในหมวดคุณภาพอากาศ เนื่องจากทั้งประเทศใช้แหล่งพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป็นพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดอัตราการเกิดมลพิษและการผลิตคาร์บอน ที่สำคัญนอร์เวย์ได้วางกลยุทธ์การพัฒนาที่ยั่งยืนและกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ประเทศเป็นกลางคาร์บอนได้จริงภายในปี 2030 8. สวีเดน
สวีเดนกำจัดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปแล้วตั้งแต่ปี 2020 ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังใช้พลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติและปลอดภัยจากมลภาวะ และความร่วมมือระหว่างสวีเดนกับประเทศเพื่อนบ้านในการปกป้องทะเลบอลติกและปกป้องระบบนิเวศทำให้สวีเดนได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่โดดเด่นเรื่องสิ่งแวดล้อม 7. ฟินแลนด์
ในช่วงทศวรรษที่ 80 ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศปล่อยไนโตรเจนและทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีความพยายามฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับสู่สภาพเดิม หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมในฟินแลนด์ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการผลิตก๊าซเรือนกระจก พลังงานลมถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมาก พวกเขาวางแผนที่ผลิตไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่งจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 6. ออสเตรีย
ออสเตรียพยายามอย่างไม่ลดละที่จะรักษาสภาพธรรมชาติจนยกเป็นวาระนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ จนออกมาเป็นกิจกรรมในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การจัดการของเสียและสารเคมี ตลอดจนมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ออสเตรียยังได้รวมเอาความรู้ทางนิเวศวิทยาเข้ากับการเกษตร จำกัดการใช้สารกำจัดศัตรูพืช วางมาตรการเพื่อปกป้องป่าและลดการตัดไม้ทำลายป่า จนทุกวันนี้ออสเตรียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลก 5. ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสได้รับการยกย่องว่ามีพื้นที่อุดมสมบูรณ์อยู่มากและมีอุตสาหกรรมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพอากาศ จากการเคลื่อนไหวด้านการลดปริมาณอุตสาหกรรมหรือ deindustrialization ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมของประเทศดีขึ้นเนื่องจากมลพิษทางน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด 4. สหราชอาณาจักร
สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจการเมืองวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมระหว่างประเทศอย่างมาก ปัจจุบันพวกเขาใช้กังหันลมประมาณ 8,879 แห่งเพื่อจัดหาพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนให้กับประเทศ 3. สวิตเซอร์แลนด์
อากาศบริสุทธิ์ ทะเลสาบที่สวยงาม และภูเขาเป็นโด่งดังที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นอย่างไม่มีใครเทียบได้ เพื่อจะรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธณรมชาติเหล่านี้ไว้ พวกเขาเลยให้ความสำคัญกับการผลิตทรัพยากรโดยใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศ 2. ลักเซมเบิร์ก
ลักเซมเบิร์กเป็นประเทศที่เล็กที่สุดและมั่งคั่งที่สุดในสหภาพยุโรป นอกจากจะเป็นประเทศที่เขียวที่สุดอันดับ 2 แล้ว ประเทศนี้ยังอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลกในด้านการบำบัดน้ำเสียและการดูแลระบบนิเวศแหล่งน้ำ 1.เดนมาร์ก
เดนมาร์กเป็นประเทศที่เขียวที่สุดในโลก และยังครองอันดับ 1 ด้วยคะแนน 100 เต็มในหมวดทรัพยากรน้ำและการบำบัดน้ำเสียและเป็นอันดับ 1 ด้านความมีชีวิตชีวาของระบบนิเวศ เพราะมีนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพ และความพยายามในการป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังมีคะแนนโดดเด่นในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านที่อยู่อาศัย และคุณภาพอากาศ น่าทึ่งมาก ๆ

You May Also Like