เที่ยวแบบแบ็กแพ็คอาจหายไปตลอดกาลเพราะโควิด-19

หรือโควิดจะทำให้เป็นยุคอวสานของชาวแบ็คแพ็ค ?
การแบกเป้ตะลุยไปตามประเทศต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งสไตล์การท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่นักเดินทางวัยหนุ่มสาวมาเป็นเวลาเกือบ 70 ปี แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อแบ็คแพ็คเกอร์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินทางได้อย่างใจต้องการเนื่องจากการระบาดของ Covid-19

การเดินทางแบบแบ็กแพ็คเป็นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาวที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากจะเปิดหูเปิดตาไปพบกับดินแดนอันไกลโพ้น เพราะแบ็คแพ็คเกอร์สามารถใช้บริการสายการบินโลว์คอสและนอนในหอพักโฮสเทลได้ในราคาถูกแสนถูก แต่ด้วยสภาวะขาดทุนอย่างหนักของสายการบินที่คาดว่าจะรวมกันเป็นจำนวนกว่า 157 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020 และ 2021 สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศระบุว่าเที่ยวบินราคาถูกขวัญใจเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์อาจจะกลายเป็นเพียงอดีต แม้ว่าการแบกเป้เที่ยวจะเป็นวิธีที่ค่อนข้างประหยัด แต่ก็นำรายได้จำนวนมหาศาลมาสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามตัวเลขจาก WYSE Travel Confederation มีการเดินทางแบบแบกเป้ 45 ล้านครั้งในแต่ละปี โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยที่ใช้ต่อทริปในปี 2017 อยู่ที่ประมาณ 4,000 ดอลลาร์ โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกกันว่า “เส้นทางฮิปปี้” ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก
“ประเทศไทย” ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม ในแต่ละปีมีผู้คนกว่า 20 ล้านคนเดินทางมาเยือนกรุงเทพมหานคร และส่วนใหญ่จะไปที่ถนนข้าวสารซึ่งเป็นหนึ่งในย่านแบ็คแพ็คเกอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุด แต่เหล่าผู้ประกอบการที่พักในชุมชนและโฮสเทลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการไม่มีแบ็คแพ็คเกอร์ในช่วงที่มีการระบาดแม้ว่าจะมีมาตรการด้านความปลอดภัยแล้วก็ตาม ที่พักหลายแห่งก็ต้องปิดชั่วคราว และบางแห่งก็ปิดถาวร เช่น Mitraa Inn ของสิงคโปร์ที่ตกอยู่ในกลุ่มหลัง โดยปิดตัวลงในเดือนมิถุนายนหลังจากดำเนินธุรกิจมาถึง 15 ปี ทำให้ในอนาคตจะมีตัวเลือกที่พักราคาประหยัดลดน้อยลงจากผลกระทบของโรคระบาดนี้ ในขณะที่ทั่วโลกรอคอยวัคซีน Covid-19  การเดินทางไปยังหลาย ๆ ประเทศจึงมีการขอหลักฐานการตรวจเชื้อไวรัส หรือ PCR สำหรับการเดินทางขาเข้า จึงมีแนวโน้มว่านักเดินทางจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว จึงไม่ตอบโจทย์สำหรับนักเดินทางที่มองหาการท่องเที่ยวแบบประหยัด

ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่เป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวมทั้งหมด กลายเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าดูต่อไปอีกในระยะยาวว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งเมื่อไร

บทความอ้างอิงจาก cnn.com/travel

You May Also Like