เยือน 10 แลนด์มาร์กพื้นที่สีเขียวของสิงคโปร์ ทั้งสวนสาธารณะ อาคารที่พักอาศัย สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการใช้ชีวิตของชาวเมืองเมอร์ไลออน แถมมีการออกแบบที่กลมกลืนไปกับความศิวิไลซ์ และไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
สวนสาธารณะฮอร์ทพาร์ค (HortPark)
แหล่งเรียนรู้และพื้นที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการ มีกิมมิคคือเป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาเช่าพื้นที่ทำการเกษตรได้ เกิดเป็นสวนฯ ที่มีความหลากหลายของพันธุ์พืช ทั้งดอกไม้ ผลไม้ ผลพืช หลากประเภท อีกทั้งฮอร์ทพาร์คยังมีการจัดอีเวนต์งานเกษตรเกือบตลอดทั้งปี ทำให้นอกจากเป็นพื้นที่พักผ่อน-ทำเกษตรแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูก และดูแลสวนด้วย เขื่อนมารีน่า บาร์ราจ (Marina Barrage)
เขื่อนที่เป็นจุดบรรจบกันของเส้นทางน้ำถึง 5 สาย เกิดเป็นอ่างกักเก็บน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ซึ่งทำหน้าที่คอยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมของเมือง และเขื่อนยังมีสวนโซลาร์ พาร์ค (Solar Park) ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อรับพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 400 แผง ทั้งพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้การจัดการน้ำ ศูนย์กิจกรรมทางน้ำ อาทิ
– การพายเรือคายัค
– การแข่งเรือมังกร
– สวนลอยฟ้าที่ปูด้วยหญ้า ซึ่งทุกคนสามารถมานั่งพักผ่อน และชมทัศนียภาพของแลนด์มาร์กรอบอ่าวมารีน่าเบย์ (Marina Bay) ได้อย่างสบายใจ เกาะปูเลาอูบิน (Pulau Ubin)
อดีตเหมืองหินแกรนิตที่กลายมาเป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ปัจจุบันตัวเกาะคือที่ตั้งของพันธุ์ไม้หายาก และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ซึ่งเกาะปูเลาอูบินยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักธรรมชาติที่ต้องการมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยผู้มาเยือนสามารถสัญจรมาที่เกาะได้ผ่านทางเรือเท่านั้น พาร์ครอยัล คอลเลกชั่น พิคเคอร์ริ่ง (PARKROYAL COLLECTION Pickering)
โรงแรมหรูซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ตัวอาคารมีจุดเด่นตรงที่สามารถผสานสวนสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งได้อย่างกลมกลืน มีสวนลอยฟ้าแห่งแรกที่มีการใช้พลังงานเท่ากับศูนย์ (Zero Energy) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. ซึ่งถูกจัดเรียงเป็นทิวทัศน์หุบเขา และน้ำตก อันอุดมไปด้วยพืชเขตร้อนอย่างต้นลีลาวดี และต้นปาล์ม ทั้งตัวโรงแรมยังมีระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการกักเก็บน้ำฝนเพื่อประหยัดน้ำ ชนิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขั้นสุด สวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden)
สวนกล้วยไม้ที่ตั้งอยู่กลางสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens) ขนาด 60 เอเคอร์ แหล่งธรรมชาติที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage โดยสวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden) ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดแสดงกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกล้วยไม้กว่า 60,000 ต้น รวมกว่า 3,000 สายพันธุ์ เมาท์ เฟเบอร์ พาร์ค (Mount Faber Park)
ยอดเขาไซซ์มินิ ที่มีความสูง 100 เมตร ด้านบนเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะเฟเบอร์ พอยท์ (Faber Point Park) สวนฯ เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ และมีจุดชมวิวสำคัญ ที่สามารถมองเห็นทั้งตัวเมืองสิงคโปร์ เกาะเซนโตซ่า และท้องทะเลผืนกว้าง ด้านตัวเมาท์ เฟเบอร์ พาร์ค จะมีระบบนิเวศแบบป่าฝนทุติยภูมิ ซึ่งส่งผลให้พืชพรรณบนเนินเขา ไม่เพียงสร้างความสดชื่นให้กับผู้มาเยือนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีของภูมิประเทศอีกต่างหาก สวนสาธารณะปังโกล (Punggol Park)
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ในย่านเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของสิงคโปร์ ที่มีทะเลสาบ และเส้นทางจักรยานเลียบไปกับทางน้ำด้วยความยาว 4.2 กม. ทำให้เป็นอีกสถานที่สำคัญสำหรับการมาเดินเล่น ปั่นจักรยาน พลางเพลินไปกับทิวทัศน์ริมทะเลสาบ โดยภายในสวนฯ จะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่
– Southern Active Zone สำหรับใช้ทำกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ
– Passive Zone พื้นที่ป่าทางตอนเหนือของทะเลสาบ สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park)
สวนสาธารณะขนาด 18 เฮคเตอร์บนเนินเขาใจกลางสิงคโปร์ ไฮไลต์เด็ดจะอยู่ที่อุโมงค์ต้นไม้ มุมถ่ายรูปสุดฮิตของเหล่าฮิปสเตอร์ ทั้งยังเป็นสวนฯ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะตัวพื้นที่เคยถูกใช้เป็นป้อมปราการ และหอสั่งการในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สงคราม, The Battle Box, แหล่งวิจัยพรรณพืช, สถานที่จัดคอนเสิร์ต, และงานแสดงกลางแจ้ง กัมปง แอดมิรัลตี้ (Kampung Admiralty)
โครงการอาคารบ้านพักคนชราที่เป็นต้นแบบอาคารสำหรับผู้สูงอายุแห่งแรก (First Retirement Village) ของสิงคโปร์ ในคอนเซปต์การสร้างเป็นเมืองแห่งอนาคต ที่นำสิ่งอำนวยความสะดวกมาซ้อนอยู่ในที่เดียวกัน คล้ายลักษณะของแซนด์วิช ตั้งแต่ลานกิจกรรมด้านล่างสถานพยาบาลตรงกลาง โซนที่อยู่อาศัยแนวตั้ง และแน่นอนว่ากอปรด้วยพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะชั้น 8 ซึ่งเปรียบเสมือน “ปอด” ของอาคาร จากการปลูกต้นไม้แบบเล่นระดับ ลดหลั่นกันคล้ายภูเขาขนาดเล็ก และมีการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้สูงอายุ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay)
แลนด์มาร์กทางธรรมชาติอีกแห่งของสิงคโปร์นี้ เต็มไปด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ราวกับป่าขนาดย่อมที่รวมความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้ในทุกตารางนิ้วของพื้นที่ จนถูกยกให้เป็นสรวงสวรรค์แห่งพฤกษชาติ ที่ผู้มาเยี่ยมชม สามารถหลุดเข้าไปในโลกสีเขียวจากโซนต่าง ๆ อาทิ Cloud Forest, Flower Dome และ Supertree Grove & OCBC Skyway ซึ่งจะมีการแสดงแสงสีเสียง Garden Rhapsody อยู่เป็นประจำ
สวนสาธารณะฮอร์ทพาร์ค (HortPark)
แหล่งเรียนรู้และพื้นที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการ มีกิมมิคคือเป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาเช่าพื้นที่ทำการเกษตรได้ เกิดเป็นสวนฯ ที่มีความหลากหลายของพันธุ์พืช ทั้งดอกไม้ ผลไม้ ผลพืช หลากประเภท อีกทั้งฮอร์ทพาร์คยังมีการจัดอีเวนต์งานเกษตรเกือบตลอดทั้งปี ทำให้นอกจากเป็นพื้นที่พักผ่อน-ทำเกษตรแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการเพาะปลูก และดูแลสวนด้วย
เขื่อนที่เป็นจุดบรรจบกันของเส้นทางน้ำถึง 5 สาย เกิดเป็นอ่างกักเก็บน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ซึ่งทำหน้าที่คอยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมของเมือง และเขื่อนยังมีสวนโซลาร์ พาร์ค (Solar Park) ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อรับพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 400 แผง ทั้งพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้การจัดการน้ำ ศูนย์กิจกรรมทางน้ำ อาทิ
– การพายเรือคายัค
– การแข่งเรือมังกร
– สวนลอยฟ้าที่ปูด้วยหญ้า ซึ่งทุกคนสามารถมานั่งพักผ่อน และชมทัศนียภาพของแลนด์มาร์กรอบอ่าวมารีน่าเบย์ (Marina Bay) ได้อย่างสบายใจ
อดีตเหมืองหินแกรนิตที่กลายมาเป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ปัจจุบันตัวเกาะคือที่ตั้งของพันธุ์ไม้หายาก และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ซึ่งเกาะปูเลาอูบินยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักธรรมชาติที่ต้องการมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยผู้มาเยือนสามารถสัญจรมาที่เกาะได้ผ่านทางเรือเท่านั้น
โรงแรมหรูซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ตัวอาคารมีจุดเด่นตรงที่สามารถผสานสวนสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งได้อย่างกลมกลืน มีสวนลอยฟ้าแห่งแรกที่มีการใช้พลังงานเท่ากับศูนย์ (Zero Energy) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. ซึ่งถูกจัดเรียงเป็นทิวทัศน์หุบเขา และน้ำตก อันอุดมไปด้วยพืชเขตร้อนอย่างต้นลีลาวดี และต้นปาล์ม ทั้งตัวโรงแรมยังมีระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการกักเก็บน้ำฝนเพื่อประหยัดน้ำ ชนิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขั้นสุด
สวนกล้วยไม้ที่ตั้งอยู่กลางสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens) ขนาด 60 เอเคอร์ แหล่งธรรมชาติที่ได้รับการยกให้เป็น UNESCO World Heritage โดยสวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden) ที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดแสดงกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกล้วยไม้กว่า 60,000 ต้น รวมกว่า 3,000 สายพันธุ์
ยอดเขาไซซ์มินิ ที่มีความสูง 100 เมตร ด้านบนเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะเฟเบอร์ พอยท์ (Faber Point Park) สวนฯ เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ และมีจุดชมวิวสำคัญ ที่สามารถมองเห็นทั้งตัวเมืองสิงคโปร์ เกาะเซนโตซ่า และท้องทะเลผืนกว้าง ด้านตัวเมาท์ เฟเบอร์ พาร์ค จะมีระบบนิเวศแบบป่าฝนทุติยภูมิ ซึ่งส่งผลให้พืชพรรณบนเนินเขา ไม่เพียงสร้างความสดชื่นให้กับผู้มาเยือนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีของภูมิประเทศอีกต่างหาก
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ในย่านเงียบสงบทางตะวันออกเฉียงเหนือของสิงคโปร์ ที่มีทะเลสาบ และเส้นทางจักรยานเลียบไปกับทางน้ำด้วยความยาว 4.2 กม. ทำให้เป็นอีกสถานที่สำคัญสำหรับการมาเดินเล่น ปั่นจักรยาน พลางเพลินไปกับทิวทัศน์ริมทะเลสาบ โดยภายในสวนฯ จะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่
– Southern Active Zone สำหรับใช้ทำกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ
– Passive Zone พื้นที่ป่าทางตอนเหนือของทะเลสาบ
สวนสาธารณะขนาด 18 เฮคเตอร์บนเนินเขาใจกลางสิงคโปร์ ไฮไลต์เด็ดจะอยู่ที่อุโมงค์ต้นไม้ มุมถ่ายรูปสุดฮิตของเหล่าฮิปสเตอร์ ทั้งยังเป็นสวนฯ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะตัวพื้นที่เคยถูกใช้เป็นป้อมปราการ และหอสั่งการในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สงคราม, The Battle Box, แหล่งวิจัยพรรณพืช, สถานที่จัดคอนเสิร์ต, และงานแสดงกลางแจ้ง
โครงการอาคารบ้านพักคนชราที่เป็นต้นแบบอาคารสำหรับผู้สูงอายุแห่งแรก (First Retirement Village) ของสิงคโปร์ ในคอนเซปต์การสร้างเป็นเมืองแห่งอนาคต ที่นำสิ่งอำนวยความสะดวกมาซ้อนอยู่ในที่เดียวกัน คล้ายลักษณะของแซนด์วิช ตั้งแต่ลานกิจกรรมด้านล่างสถานพยาบาลตรงกลาง โซนที่อยู่อาศัยแนวตั้ง และแน่นอนว่ากอปรด้วยพื้นที่สีเขียว โดยเฉพาะชั้น 8 ซึ่งเปรียบเสมือน “ปอด” ของอาคาร จากการปลูกต้นไม้แบบเล่นระดับ ลดหลั่นกันคล้ายภูเขาขนาดเล็ก และมีการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้สูงอายุ
แลนด์มาร์กทางธรรมชาติอีกแห่งของสิงคโปร์นี้ เต็มไปด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ราวกับป่าขนาดย่อมที่รวมความหลากหลายทางชีวภาพเอาไว้ในทุกตารางนิ้วของพื้นที่ จนถูกยกให้เป็นสรวงสวรรค์แห่งพฤกษชาติ ที่ผู้มาเยี่ยมชม สามารถหลุดเข้าไปในโลกสีเขียวจากโซนต่าง ๆ อาทิ Cloud Forest, Flower Dome และ Supertree Grove & OCBC Skyway ซึ่งจะมีการแสดงแสงสีเสียง Garden Rhapsody อยู่เป็นประจำ













