Search
Close this search box.

10 ธรรมชาติมหัศจรรย์ของอเมริกา

ท่องความอัศจรรย์ในอุทยานทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง

สหรัฐอเมริกาประกอบไปด้วยภูมิประเทศอันน่าทึ่งสมกับเป็นดินแดนที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ภายในพรมแดนที่กั้นระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิก มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้นักเดินทางผู้หลงใหลได้ตื่นตะลึง ตั้งแต่ทะเลทรายร้อนระอุ เทือกเข้าสูงระฟ้าที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง ไปจนถึงเขตภูเขาไฟที่ยังปะทุลาวาออกมาอยู่เรื่อย ๆ ดินแดนแห่งนี้จึงมีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่กระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ทั้งจากเหนือจรดใต้ จากตะวันออกสู่ตะวันตก 

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี
เมื่อมองไปยังผาหินแกรนิตสูงตระหง่านอย่างเอลแคปปิตอลและน้ำตกโยเซมิตีฟอลส์ที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ  คุณก็พอจะรู้แล้วว่าอะไรที่ทำให้อุทยานแห่งนี้เป็นที่หนึ่งในความมหัศจรรย์ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นที่นี่ยังได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกยูเยสโก เนื่องจากมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่ถูกแกะสลักโดยธารน้ำแข็งมาเป็นเวลาเนิ่นนาน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากนานาชนิด โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาเซียร์รา เนวาดา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน
ความลึกที่สุดของแกรนด์แคนยอนนั้นอยู่ที่หนึ่งไมล์ ส่วนความกว้างคือ 18 ไมล์ และมีความยาวที่สุดอยู่ที่ 275 ไมล์ จึงทำให้ไม่มีสถานที่ใดในสหรัฐอเมริกาสามารถเอาชนะความยิ่งใหญ่นี้ได้ การชมวิวจากมุมสูงจะทำให้คุณได้เห็นภาพสุดเวิ้งว้าง แต่ถ้าต้องการชมความมหึมาของหุบเขาอยากใกล้ชิดให้เดินลงสู่ด้านล่างไปเรื่อย ๆ จนถึงแม่น้ำโคโลราโดที่ไหลเชี่ยวกราก

หากต้องการหลีกหนีจากฝูงชน แนะนำให้ไปชมบริเวณ North Rim ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่าด้าน South Rim ถึงสิบเท่า แต่ว่าจะเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงกลางเดือนตุลาคมเท่านั้น อุทยานแห่งชาติเรดวูด
บนชายฝั่งแคลิฟอร์เนียตอนเหนือปกคลุมไปด้วยหมอกและต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลกนั้นเติบโตอยู่บริเวณนี้ ตามสถิติแล้วต้นเรดวู้ดสามารถเติบโตได้สูงถุง 379 ฟุต ซึ่งสูงกว่าเทพีเสรีภาพที่นิวยอร์กเสียอีก! อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่อายุยืนสามารถยืนต้นได้เป็นเวลานานถึงสองพันปี เกือบครึ่งหนึ่งของต้นเรดวู้ดที่เติบโตทั้งหมดในทุกวันนี้ได้รับการคุ้มครองโดยเครือข่ายอุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติเดนาลี
เดนาลี ในภาษาพื้นเมืองของชาวอลาสกันหมายถึง ผู้สูงศักดิ์ เพราะยอดเขาเดนาลีนั้นได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ และอันที่จริงแล้วหากวัดจากฐานจะมีความสูงกว่าเอเวอเรสต์เสียอีก จึงมีเหล่านักปีนเขามาเยี่ยมเยือนมากกว่าหนึ่งพันคนในทุก ๆ ปี ส่วนการเดินทางชมอุทยานก็ง่ายแสนง่ายเพราะมีรถโดยสารวิ่งให้บริการตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดจุดสำคัญ และหากโชคดีพอก็อาจจะได้ทักทายกับเหล่าสัตว์ป่าอย่าง เรนเดียร์ กวางมูส หมีกริซลีย์ และสุนัขป่า น้ำตกไนแองการา
ตลอดแนวพรมแดนสหรัฐอเมริกากับแคนาดามีน้ำตกอยู่หลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกเกือกม้า น้ำตกอเมริกัน และน้ำตกไบรดัลเวล แต่ไม่มีที่ไหนทรงพลังเท่ากับน้ำตกไนแองการาที่ไหลทะลักลงมาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ การชมน้ำตกที่น่าลองที่สุดคือทัวร์เรือ Maid of the Mist ให้นักท่องเที่ยวได้เขาไปสัมผัสกับละอองน้ำเย็น ๆ อย่างใกล้ชิด อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน
เยลโลว์สโตนเป็นอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาและเป็นดินแดนมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ชวนให้ประหลาดใจกับน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงหม้อโคลนเดือด แต่ถึงแม้จะมีลักษณะที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต บริเวณรอบ ๆ ก็ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะเหล่าฝูงกระทิงที่ชอบสัญจรไปมาตามถนนสายหลักของอุทยาน ถ้ำแมมมอธในรัฐเคนตักกี้
ในใจกลางของอเมริกาดูจะเป็นสถานที่แสนเหมาะเจาะสำหรับระบบถ้ำที่ยาวที่สุดในโลก ภายในนี้มีทางเดินสำรวจใต้ดินเกือบ 400 ไมล์ ภายในเขาวงกตคุณจะได้พบกับถ้ำหินปูนที่แกะสลักด้วยแม่น้ำใต้ดิน มีหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างแปลกตา แนะนำให้พกเสื้อกันหนาวหรือเสื้อแจ็คเก็ตไปด้วยเนื่องจากอุณหภูมิภายในถ้ำเฉลี่ย อยู่ที่ 12 องศาเซลเซียส อุทยานแห่งชาติอคาเดีย
ที่นี่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่นอกจากจะมีกระแสลมและกระแสคลื่นแล้วยังมีภูเขาคาดิแลค ความสูง 1,530 ฟุต เป็นขวัญใจของเหล่านักปีนเขา มีภาพพาโนรามาสวย ๆ ของใบไม้สีทองในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และด้วยที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุด ในวันปีใหม่คุณสามารถเป็นคนแรกในสหรัฐอเมริกาที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากยอดเขา หุบเขาโมนูเมนต์
เป็นภาพทิวทัศน์สุดคลาสิกที่เห็นกันจนชินตาในหนังฮอลลีวูด ความมหัศจรรย์ท่ามกลางที่ราบทะเลทรายคือกลุ่มแท่งหินขนาดมหึมาสูงถึง 1,000 ฟุต รายล้อมด้วยพุ่มไม้เตี้ย ๆ ปัจจุบันนี้หุบเขาเป็นบ้านของชนเผ่านาวาโฮ หากต้องการสัมผัสมุมมองที่ยิ่งใหญ่ให้ลองไปทัวร์ขี่ม้าพร้อมไกด์ ภูเขาไฟคีเลาเวอา
ลาวาร้อนระอุหลั่งไหลออกมาจากปากปล่องตั้งแต่ปี 1983 ทำให้ภูเขาไฟคีเลาเวอากลายเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ปะทุต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นการก่อกำเนิดดินแดนใหม่อย่างเช่นที่นี่  ตามความเชื่อของชาวฮาวาย ทะเลสาบลาวาที่ร้อนแรงใน Halemaumau Crater เป็นที่อยู่ของ Pele เทพธิดาแห่งไฟและภูเขาไฟ

You May Also Like