ฟิลิปปินส์คือสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ เพราะมีกิจกรรมน่าตื่นเต้นให้ทำต้ังแต่การดำน้ำกับสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ไปจนถึงการพายเรือชมแม่น้ำในถ้ำสุดลึกลับ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทั้ง 7 แห่งที่จะกล่าวถึงนี้ล้วนมีจุดเด่นที่ธรรมชาติสุดอุดมสมบูรณ์ และนักท่องเที่ยวยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในอนุรักษ์ความสวยงามนี้ต่อไปในอนาคต
1.ดำน้ำกับฉลามวาฬในดอนซอล (Donsol)
ฉลามวาฬจะอพยพมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากในอ่าวดอนซอลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านที่อยู่อยู่ในบริเวณนี้จึงอยากให้รูปแบบการอพยพนี้ยังคงเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้นพวกเขาจึงจำกัดจำนวนเรือและผู้เข้าชมในแต่ละวัน และไม่อนุญาตในดำน้ำตื้นเข้าใกล้จนเกินไป และมันก็ทำให้ดอนซอลค่อนข้างพิเศษ เมื่อคุณได้เห็นเหล่าฉลามวาฬโผล่พ้นน้ำและกระโดดลงไปในผืนน้ำอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ 2. ชมทะเลก้อนเมฆจากยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะลูซอน (Luzon)
ยอดเขา Pulag มีความสูงถึง 2,922 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะลูซอนทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ด้านบนยอดเขามีลักษณะเป็นยอดเขาหญ้าสูงพร้อมสันเขาเป็นคลื่น แต่ก็ไม่ใช่ทางเดินเขาที่น่ากลัวอะไร เพียงแค่เตรียมร่างกายกับอุปกรณ์มาให้พร้อมก็สามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพความสูงเทียมเมฆได้ หากมาถึงก่อนรุ่งสาง ท้องฟ้าแจ่มใสด้านบนมักจะมองเห็นวิวที่ยากจะหาที่ใดเทียบเคียงได้ 3. พายเรือไปชมหิ่งห้อยที่โบโฮล (Bohol)
ขอเรียกกิจกรรมนี้ว่าการผจญภัยแบบช้า ๆ เนิบ ๆ ด้วยการพายคายัคยามค่ำคืนเพื่อชมสภาพแวดล้อมป่าชายเลนอันริมสองฝั่งแม่น้ำ Abatan ซึ่งเป็นบ้านของเหล่าหิ่งห้อยเฉพาะถิ่นหลายพันตัวที่จะระเบิดแสงระยิบระยับงดงามราวกับดูดวงดาวเต้นระบำอยู่ตรงหน้า การทัวร์เชิงนิเวศแบบนี้จะเป็นการรบกวนวงจรชีวิตอันบอบบางของพวกมันน้อยที่สุด 4. ล่องเรือชมแม่น้ำในถ้ำใหญ่แห่งปาลาวัน (Palawan)
ก่อนจะสิ้นสุดการผจญภัยในปาลาวันตะวันตก ปลายแม่น้ำคาบายูกันนั้นไหลนำทางเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ Puerto Princesa Subterranean River นักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยสามารถสำรวจได้โดยการพายเรือเข้าไปชมระบบนิเวศสุดตื่นตา อันเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นและค้างคาวนับล้าน รวมถึงประติมากรรมหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ราวกับอยู่ในหอศิลป์ธรรมชาติตลอดเส้นทาง 5. เดินชมนาขั้นบันไดที่บานาเว (Banaue)
นาขั้นบันไดบานาเวเป็นมรดกทางการทำเกษตรกรรมบนเทือกเขา Cordillera ที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี แต่ถึงจะตั้งอยู่บนภูมิประเทศภูเขาสูงแต่การเดินทางไปเยี่ยมชมก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร โดยทั่วไปแล้วเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงก็มักจะค้างคืนเพื่อให้รายได้กระจายสู่ชุมชนชาวอีฟูเกา ที่ตั้งรกรากทำกิน ณ บริเวณนี้มาเนิ่นนาน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงมีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ที่น่าเข้าไปสัมผัส 6. พายเรือคายัคไปยังเกาะเอลนิโด (El Nido)
ในช่วงนอกฤดูมรสุม (ตุลาคม-มกราคม) เป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะจัดทริปพายเรือชมหาดทรายขาวกับหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านของอ่าวบาคูอิต เพราะช่วงนั้นน้ำจะนิ่งและเงียบสงบ โดยทั่วไปแล้วจะมีเส้นทางศูนย์กลางอยู่รอบ ๆ เกาะ Matinloc, Cadlao, Legen และ Miniloc ซึ่งมีบางจุดที่น้ำใส่จนเห็นฝูงปลาด้านล่างเลยล่ะ 7. ไปดูนกที่เกาะโอลันโก (Olango)
มีการบันทึกจำนวนนกบนเกาะโอลันโกไว้มากกว่า 700 ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นแหล่งอพยพของนกมากกว่า 48 สายพันธุ์ ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาชมนก ไม่ว่าจะเป็นนกกระยางจีน เหยี่ยว หรือนกแต้วแล้วท้องเหลือง และในตอนกลางคืนยังมีไนท์ซาฟารีให้เข้าร่วมผจญภัยอีกด้วย
1.ดำน้ำกับฉลามวาฬในดอนซอล (Donsol)
ฉลามวาฬจะอพยพมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากในอ่าวดอนซอลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม ชาวบ้านที่อยู่อยู่ในบริเวณนี้จึงอยากให้รูปแบบการอพยพนี้ยังคงเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้นพวกเขาจึงจำกัดจำนวนเรือและผู้เข้าชมในแต่ละวัน และไม่อนุญาตในดำน้ำตื้นเข้าใกล้จนเกินไป และมันก็ทำให้ดอนซอลค่อนข้างพิเศษ เมื่อคุณได้เห็นเหล่าฉลามวาฬโผล่พ้นน้ำและกระโดดลงไปในผืนน้ำอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ยอดเขา Pulag มีความสูงถึง 2,922 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะลูซอนทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ด้านบนยอดเขามีลักษณะเป็นยอดเขาหญ้าสูงพร้อมสันเขาเป็นคลื่น แต่ก็ไม่ใช่ทางเดินเขาที่น่ากลัวอะไร เพียงแค่เตรียมร่างกายกับอุปกรณ์มาให้พร้อมก็สามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพความสูงเทียมเมฆได้ หากมาถึงก่อนรุ่งสาง ท้องฟ้าแจ่มใสด้านบนมักจะมองเห็นวิวที่ยากจะหาที่ใดเทียบเคียงได้
ขอเรียกกิจกรรมนี้ว่าการผจญภัยแบบช้า ๆ เนิบ ๆ ด้วยการพายคายัคยามค่ำคืนเพื่อชมสภาพแวดล้อมป่าชายเลนอันริมสองฝั่งแม่น้ำ Abatan ซึ่งเป็นบ้านของเหล่าหิ่งห้อยเฉพาะถิ่นหลายพันตัวที่จะระเบิดแสงระยิบระยับงดงามราวกับดูดวงดาวเต้นระบำอยู่ตรงหน้า การทัวร์เชิงนิเวศแบบนี้จะเป็นการรบกวนวงจรชีวิตอันบอบบางของพวกมันน้อยที่สุด
ก่อนจะสิ้นสุดการผจญภัยในปาลาวันตะวันตก ปลายแม่น้ำคาบายูกันนั้นไหลนำทางเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ Puerto Princesa Subterranean River นักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยสามารถสำรวจได้โดยการพายเรือเข้าไปชมระบบนิเวศสุดตื่นตา อันเป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นและค้างคาวนับล้าน รวมถึงประติมากรรมหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ราวกับอยู่ในหอศิลป์ธรรมชาติตลอดเส้นทาง
นาขั้นบันไดบานาเวเป็นมรดกทางการทำเกษตรกรรมบนเทือกเขา Cordillera ที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี แต่ถึงจะตั้งอยู่บนภูมิประเทศภูเขาสูงแต่การเดินทางไปเยี่ยมชมก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร โดยทั่วไปแล้วเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงก็มักจะค้างคืนเพื่อให้รายได้กระจายสู่ชุมชนชาวอีฟูเกา ที่ตั้งรกรากทำกิน ณ บริเวณนี้มาเนิ่นนาน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงมีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ที่น่าเข้าไปสัมผัส
ในช่วงนอกฤดูมรสุม (ตุลาคม-มกราคม) เป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะจัดทริปพายเรือชมหาดทรายขาวกับหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านของอ่าวบาคูอิต เพราะช่วงนั้นน้ำจะนิ่งและเงียบสงบ โดยทั่วไปแล้วจะมีเส้นทางศูนย์กลางอยู่รอบ ๆ เกาะ Matinloc, Cadlao, Legen และ Miniloc ซึ่งมีบางจุดที่น้ำใส่จนเห็นฝูงปลาด้านล่างเลยล่ะ
มีการบันทึกจำนวนนกบนเกาะโอลันโกไว้มากกว่า 700 ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นแหล่งอพยพของนกมากกว่า 48 สายพันธุ์ ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาชมนก ไม่ว่าจะเป็นนกกระยางจีน เหยี่ยว หรือนกแต้วแล้วท้องเหลือง และในตอนกลางคืนยังมีไนท์ซาฟารีให้เข้าร่วมผจญภัยอีกด้วย






