Search
Close this search box.

7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งอเมริกาใต้

ดินแดนความหลากหลายทางภูมิศาสตร์อันน่าเหลือเชื่อ

อเมริกาใต้ ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีทั้งผืนป่าแอมะซอนที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นปอดของโลก มีหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและพืชพันธุ์สุดแปลกตาราวกับอยู่บนดาวเคราะห์คนละดวง ไปจนถึงธารน้ำแข็งขนาดใหญ่

The Passport คัดสรร 7 สุดยอดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของอเมริกาใต้อันน่าตื่นตาตื่นใจมาให้คุณได้รู้จัก

Glaciar Perito Moreno, Argentina
ในบรรดาธารน้ำแข็งทั้งหมดบนโลกนี้ Perito Moreno นั้นเข้าถึงได้ง่ายมากที่สุด ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา ด้วยความยาวกว่า 30 กิโลเมตร กว้าง 5 กิโลเมตร และสูงกว่า 60 เมตร ทำให้ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเก็บน้ำจืดสำรองที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของโลก

นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปตามทางเดินเหล็กเพื่อเข้าสู่จุดชมวิวได้จากทางด้านใต้และด้านตะวันออกของธารน้ำแข็ง นอกจากนั้นยังมีทัวร์ มินิเทรกกิ้ง ซึ่งเป็นทางเดินระยะสั้น ๆ และเส้นทาง บิ๊กไอซ์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงเดินไปบนธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

The Galápagos Islands, Ecuador
หมู่เกาะภูเขาไฟที่แยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่นี้เป็นตัวอย่างของโลกอีกใบหนึ่ง เพราะสิ่งมีชีวิตบนเกาะนี้ไม่สามารถพบได้ในที่อื่นใดบนโลกใบนี้ และบางเกาะก็อยู่โล่งเวิ้งว้างไร้พืชพันธุ์ใด ๆ จนเหมือนอยู่บนดวงจันทร์ แม้ว่าจริง ๆ แล้วจะมีผู้คนอยู่อาศัยในหมู่เกาะแห่งนี้อยู่ไม่น้อย และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เริ่มบูมมากขึ้นเรื่อย ๆ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมุ่งหน้าไปยังเกาะซานตาครูซก่อนเพื่อชมเหล่าสัตว์โลกสุดแปลกตา เช่น เต่ายักษ์ อิกัวนาทะเล สิงโตทะเล และนกหลากหลายสายพันธุ์ และรอบ ๆ ก็มีชายหาดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย รวมถึงจุดดำน้ำชมปะการัง และภูเขาไฟที่ยังคงปะทุอยู่ในปัจจุบัน Iguazú Falls, Argentina – Brazil
พื้นที่กว่า 252,983 เฮกตาร์ของอุทยานแห่งชาติอีกวาซู กินอาณาเขตพื้นที่ของประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้เป็นหนึ่งในมรดกโลกตั้งแต่ปี 1984 จึงไม่แปลกใจนักที่จะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 1.6 ล้านคนเดินทางมาชมน้ำตกอีกวาซูในแต่ละปี

นอกจากน้ำตกที่เป็นไฮไลต์แล้ว ผืนป่ารอบ ๆ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์และพืชพรรณหลากหลายชนิด และยังเป็นต้นกำเนิดของระบบนิเวศทางธรรมชาติที่เชื่อมต่อละตินอเมริกาไว้ทั้งหมด นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมความอลังการของน้ำตกได้หลากหลายทาง ทั้งการเดินป่า การล่องเรือ และการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวจากด้านบน The Amazon, Brazil
ผืนป่าดิบชื้นกว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตรของแอมะซอนเป็นบ้านของต้นไม้กว่า 390 พันล้านต้น และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นก และแมลงอีกไม่น้อยกว่า 16,000 สปีชีส์ จนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกักเก็บความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของธรรมชาติไว้มากที่สุด และลึกไปในป่ายังมีชนเผ่าอีกนับร้อยอาศัยอยู่ พวกเขายังพึ่งพาธรรมชาติและทำการเกษตรเพื่อดำรงชีวิต

การเดินทางไปท่องเที่ยวที่แอมะซอนจึงไม่ใช่เพียงการเดินชมต้นไม้สูง ๆ เท่านั้น แต่ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่น่าลองเป็นประสบการณ์สักครั้งหนึ่งในชีวิต ทั้งการพายเรือแคนูไปตามสายน้ำและชื่นชมธรรมชาติบนริมฝั่ง หรือถ้าไม่อยากออกแรงมาก ก็มีทัวร์เรือสำราญล่องแม่น้ำแอมะซอนเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง การเที่ยวชมหมู่บ้านแล้วนั่งฟังตำนานท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด Salar de Uyuni, Bolivia
ที่ราบนาเกลือขนาด 12,106 ตารางกิโลเมตร ในตอนที่น้ำเหือดแห้งจะปรากฏให้เห็นพื้นผิวสีขาวบริสุทธิ์ไปด้วยเกลือจำนวนมหาศาล แต่เมื่อมีน้ำปริ่มขึ้นมา ก็จะกลายเป็นกระจกใสบานใหญ่สะท้อนภาพของก้อนเมฆและท้องฟ้าสุดอัศจรรย์ ปัจจุบันนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตเกลือเป็นจำนวนกว่า 20,000 ตันต่อปี และสร้างรายได้ให้กับโบลิเวียอย่างต่อเนื่อง แถมยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮอตของบรรดาช่างภาพที่ต้องการภาพถ่ายภูมิประเทศสีขาวเวิ้งว้างสุดสายตา San Pedro de Atacama, Chile
ทะเลทรายแห่งนี้อยู่ห่างจาก Calama ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 106 กิโลเมตร ที่ราบสูงอันแห้งแล้งนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศชิลี ด้วยภาพของทะเลทรายสีแดงและเทือกเขาสูง ของ Moon and Mars Valley เหล่านักผจญภัยมักจะมาเยือนที่นี่พร้อมกับทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการเดินสำรวจภูมิทัศน์ การปีนผา หรือแม้แต่การแคมป์ปิ้งกลางทะเลทราย  และไม่ใกล้ไม่ไกลก็เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านแสนมีเสน่ห์ เป็นทั้งสถานที่ขายสินค้าที่ระลึก งานศิลปะทำมือต่าง ๆ และมีร้านอาหารที่เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรี Angel Falls, Venezuela
เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงรวม 979 เมตร หรือประมาณ 16 เท่าของน้ำตกไนแองการ่าและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันดับหนึ่งของเวเนซุเอลา แต่ที่มาของชื่อนั้นไม่ได้สวยงามเท่าไรนัก เพราะมาจากชื่อของนักบินจิมมี่ แองเจิล ผู้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกบนยอดเขา Auyantepui ในปี 1937

น้ำตกแองเจิลตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่าที่ไม่มีถนนเข้าถึง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเดินทางโดยเรือ ตั้งแคมป์ค้างคืนใกล้ ๆ กับน้ำตก การพายเรือไปชมน้ำตกใกล้ ๆ ก็เป็นอีกกิจกรรมสุดท้าทายและน่าจดจำไม่น้อย

You May Also Like