กรุงโรมมีสถานที่ท่องเที่ยวให้แวะชมมากมายจนเป็นเรื่องยากที่จะเที่ยวให้ครบทุกซอกทุกมุม แต่ถ้าเบื่อบรรยากาศเมืองหลวงแล้วพอจะมีเวลาเหลือเฟือก็ลองออกไปผจญภัยนอกโรมดูบ้าง จะพบว่ามีสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมายให้สำรวจ ไม่ว่าจะเป็นฟลอเรนซ์ เนเปิลส์ หรือปอมเปอี ที่ล้วนเดินทางไปเที่ยวแบบวันเดย์ทริปได้ทั้งนั้น และนี่คือ 7 สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถทำเป็นวันเดย์ทริปจากโรมได้อย่างสบาย ๆ
1. Ostia Antica
ออสเทียแอนติกาจัดเป็นเมืองโบราณรุ่นราวคราวเดียวกับปอมเปอีแต่มีขนาดเล็กกว่า จุดเด่นของซากปรักหักพังนี้มีทั้ง Terme di Nettuno คอมเพล็กซ์ห้องอาบน้ำสมัยศตวรรษที่ 2 ที่มีกระเบื้องโมเสคบนพื้น อัฒจันทร์สูงชันและ Thermopolium ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่ยังพอเห็นร่องรอยของเมนูบนผนังได้
วิธีเดินทาง: หากต้องการไปชมเมืองโบราณ ให้นั่งรถไฟ Ostia Lido จาก Stazione San Paolo (ถัดจากสถานีรถไฟใต้ดิน Piramide) และลงที่ Ostia Antica ใช้เวลาประมาณ 25 นาที 2. Tivoli
เริ่มต้นกันแต่เช้าในเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออกของโรมที่ Villa d’Este วิลล่าสไตล์เรอเนสซองส์ที่ตั้งอยู่ใจกลางยอดเขา เพื่อชมจิตรกรรมฝาผนังและน้ำพุในสวนสุดหรูหรา จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง Villa Adriana ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4.1 กิโมลเมตร เพื่อซึมซับความยิ่งใหญ่ของที่ดินขนาดมหึมาของจักรพรรดิเฮเดรียนอันงดงามด้วยซากปรักหักพัง ภายใต้ร่มเงาของต้นมะกอกำและต้นสนร่มขนาดมหึมา
วิธีการเดินทาง: สามารถเดินทางได้โดยรถประจำทาง Cotral จากสถานีรถไฟใต้ดิน Ponte Mammolo อีกทางเลือกหนึ่งคือรถไฟจาก Stazione Termini ไปยัง Tivoli ซึ่งจะมีรถออกทุก 15 นาที สำรองที่นั่งได้ที่ trenitalia.com หากต้องการไปยัง Villa Adriana จากใจกลางเมือง Tivoli ให้โดยสารรถประจำทาง CAT 4 หรือ 4X จาก Largo Garibaldi 3. Castelli Romani
คาสเตลลีโรมานีเป็นเมืองบนเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ ส่วนเบื้องล่างก็มีทิวทัศน์ทะเลสาบที่งดงาม จัดเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับทริปกินอาหารรสเลิศ แนะนำให้เริ่มกระตุ้นความอยากอาหารที่ Scuderie Aldobrandini พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่แสดงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นก่อน แล้วค่อยไปลิ้มลอง porchetta (หมูย่าง) และไวน์ขาวในท้องถิ่นที่ Cantina Simonetti ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงบ่มไวน์ชื่อดังของเมือง หรือไปที่ Castel Gandolfo และ Antico Ristorante Pagnanelli สองร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สามารถนั่งละเลียดอาหารตามฤดูกาลไปพร้อม ๆ กับดื่มด่ำทิวทัศน์อันชวนฝันของทะเลสาบ
วิธีเดินทาง: รถไฟสายตรงให้บริการถึง Frascati และ Castel Gandolfo จาก Stazione Termini ของกรุงโรม 4. Cerveteri
หากต้องการดูโลกที่สาบสูญของอารยธรรมอีทรัสคัน ต้องมาที่สุสานสุดหลอนแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความตายที่แท้จริง ด้วยภาพของถนนสี่เหลี่ยมและระเบียงสุสานมุงด้วยหญ้าทรงกลมที่รู้จักกันในชื่อทูมูลี จากนั้นไปศึกษาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งที่ Museo Nazionale Cerite ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง
วิธีเดินทาง: จากโรมมีรถประจำทาง Cotral ให้บริการถึง Cerveteri ทั้งรถไฟใต้ดิน Cornelia (55 นาที) หากเดินทางโดยรถยนต์ เมืองนี้อยู่ห่างจากกรุงโรมไปทางเหนือ 45 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง A12 autostrada สุสานอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 1 ไมล์ 5. Orvieto
สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างโรมและฟลอเรนซ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกที่มีทั้งถนนยุคกลางและร้านอาหารชั้นดีมากมายให้ลิ้มลอง สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ มหาวิหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในโบสถ์สไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี
วิธีเดินทาง: มีรถไฟธรรมดาให้บริการสู่ Orvieto จาก Rome Termini โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที หากเดินทางโดยรถยนต์จะอยู่ในเส้นทาง A1 autostrada 6. Pompeii และ Naples
การเยี่ยมชมปอมเปอีและเมืองเนเปิลส์จัดเป็นหนึ่งในทริปที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยเริ่มต้นชมปอมเปอีก่อนตั้งแต่เช้าเพื่อเลี่ยงความร้อนและฝูงชน ใช้เวลาให้เต็มอิ่มประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็เดินทางไปเนเปิลส์ ชมศิลปะคลาสสิคที่ Museo Archeologico Nazionale และลองชิมพิซซาจากดินแดนต้นกำเนิดแท้ ๆ ให้อิ่มท้อง
วิธีเดินทาง: หากต้องการไปปอมเปอีในตอนเช้าให้นั่งรถไฟ Frecciarossa จากโรมไปยัง Napoli Centrale จากนั้นต่อรถไฟ Circumvesuviana ไปยัง Pompei-Scavi-Villa dei Misteri และเดินทางโดยรถไฟเร็วไปยัง Napoli Centrale จาก Stazione Termini ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที 7. Florence
เมืองฟลอเรนซ์อยู่ห่างจากโรมออกไปเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถึงแม้ว่าเวลาวันเดียวอาจจะเที่ยวได้ไม่ทั่ว แต่ก็ยังพอจัดแจงสำหรับสถานที่สำคัญ ๆ ได้ โดยเฉพาะบริเวณ Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสามแห่ง ได้แก่ Duomo ที่มีโดมกระเบื้องสีแดงอันโดดเด่นหอระฆังที่ออกแบบโดย Giotto และ Battistero di San Giovanni เสร็จแล้วเดินทางต่อไปยัง Piazza della Signoria ศาลากลางอันหรูหราของฟลอเรนซ์
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟธรรมดาจาก Rome Termini ไปยัง Florence’s Stazione di Santa Maria Novella ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
1. Ostia Antica
ออสเทียแอนติกาจัดเป็นเมืองโบราณรุ่นราวคราวเดียวกับปอมเปอีแต่มีขนาดเล็กกว่า จุดเด่นของซากปรักหักพังนี้มีทั้ง Terme di Nettuno คอมเพล็กซ์ห้องอาบน้ำสมัยศตวรรษที่ 2 ที่มีกระเบื้องโมเสคบนพื้น อัฒจันทร์สูงชันและ Thermopolium ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่ยังพอเห็นร่องรอยของเมนูบนผนังได้
วิธีเดินทาง: หากต้องการไปชมเมืองโบราณ ให้นั่งรถไฟ Ostia Lido จาก Stazione San Paolo (ถัดจากสถานีรถไฟใต้ดิน Piramide) และลงที่ Ostia Antica ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เริ่มต้นกันแต่เช้าในเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออกของโรมที่ Villa d’Este วิลล่าสไตล์เรอเนสซองส์ที่ตั้งอยู่ใจกลางยอดเขา เพื่อชมจิตรกรรมฝาผนังและน้ำพุในสวนสุดหรูหรา จากนั้นมุ่งหน้าไปยัง Villa Adriana ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4.1 กิโมลเมตร เพื่อซึมซับความยิ่งใหญ่ของที่ดินขนาดมหึมาของจักรพรรดิเฮเดรียนอันงดงามด้วยซากปรักหักพัง ภายใต้ร่มเงาของต้นมะกอกำและต้นสนร่มขนาดมหึมา
วิธีการเดินทาง: สามารถเดินทางได้โดยรถประจำทาง Cotral จากสถานีรถไฟใต้ดิน Ponte Mammolo อีกทางเลือกหนึ่งคือรถไฟจาก Stazione Termini ไปยัง Tivoli ซึ่งจะมีรถออกทุก 15 นาที สำรองที่นั่งได้ที่ trenitalia.com หากต้องการไปยัง Villa Adriana จากใจกลางเมือง Tivoli ให้โดยสารรถประจำทาง CAT 4 หรือ 4X จาก Largo Garibaldi
คาสเตลลีโรมานีเป็นเมืองบนเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์ ส่วนเบื้องล่างก็มีทิวทัศน์ทะเลสาบที่งดงาม จัดเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับทริปกินอาหารรสเลิศ แนะนำให้เริ่มกระตุ้นความอยากอาหารที่ Scuderie Aldobrandini พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่แสดงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นก่อน แล้วค่อยไปลิ้มลอง porchetta (หมูย่าง) และไวน์ขาวในท้องถิ่นที่ Cantina Simonetti ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงบ่มไวน์ชื่อดังของเมือง หรือไปที่ Castel Gandolfo และ Antico Ristorante Pagnanelli สองร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สามารถนั่งละเลียดอาหารตามฤดูกาลไปพร้อม ๆ กับดื่มด่ำทิวทัศน์อันชวนฝันของทะเลสาบ
วิธีเดินทาง: รถไฟสายตรงให้บริการถึง Frascati และ Castel Gandolfo จาก Stazione Termini ของกรุงโรม
หากต้องการดูโลกที่สาบสูญของอารยธรรมอีทรัสคัน ต้องมาที่สุสานสุดหลอนแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความตายที่แท้จริง ด้วยภาพของถนนสี่เหลี่ยมและระเบียงสุสานมุงด้วยหญ้าทรงกลมที่รู้จักกันในชื่อทูมูลี จากนั้นไปศึกษาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งที่ Museo Nazionale Cerite ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง
วิธีเดินทาง: จากโรมมีรถประจำทาง Cotral ให้บริการถึง Cerveteri ทั้งรถไฟใต้ดิน Cornelia (55 นาที) หากเดินทางโดยรถยนต์ เมืองนี้อยู่ห่างจากกรุงโรมไปทางเหนือ 45 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง A12 autostrada สุสานอยู่ห่างจากใจกลางเมือง 1 ไมล์
สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างโรมและฟลอเรนซ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกที่มีทั้งถนนยุคกลางและร้านอาหารชั้นดีมากมายให้ลิ้มลอง สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ มหาวิหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในโบสถ์สไตล์โกธิคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี
วิธีเดินทาง: มีรถไฟธรรมดาให้บริการสู่ Orvieto จาก Rome Termini โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที หากเดินทางโดยรถยนต์จะอยู่ในเส้นทาง A1 autostrada
การเยี่ยมชมปอมเปอีและเมืองเนเปิลส์จัดเป็นหนึ่งในทริปที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยเริ่มต้นชมปอมเปอีก่อนตั้งแต่เช้าเพื่อเลี่ยงความร้อนและฝูงชน ใช้เวลาให้เต็มอิ่มประมาณ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็เดินทางไปเนเปิลส์ ชมศิลปะคลาสสิคที่ Museo Archeologico Nazionale และลองชิมพิซซาจากดินแดนต้นกำเนิดแท้ ๆ ให้อิ่มท้อง
วิธีเดินทาง: หากต้องการไปปอมเปอีในตอนเช้าให้นั่งรถไฟ Frecciarossa จากโรมไปยัง Napoli Centrale จากนั้นต่อรถไฟ Circumvesuviana ไปยัง Pompei-Scavi-Villa dei Misteri และเดินทางโดยรถไฟเร็วไปยัง Napoli Centrale จาก Stazione Termini ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
เมืองฟลอเรนซ์อยู่ห่างจากโรมออกไปเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถึงแม้ว่าเวลาวันเดียวอาจจะเที่ยวได้ไม่ทั่ว แต่ก็ยังพอจัดแจงสำหรับสถานที่สำคัญ ๆ ได้ โดยเฉพาะบริเวณ Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสามแห่ง ได้แก่ Duomo ที่มีโดมกระเบื้องสีแดงอันโดดเด่นหอระฆังที่ออกแบบโดย Giotto และ Battistero di San Giovanni เสร็จแล้วเดินทางต่อไปยัง Piazza della Signoria ศาลากลางอันหรูหราของฟลอเรนซ์
วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟธรรมดาจาก Rome Termini ไปยัง Florence’s Stazione di Santa Maria Novella ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที






