7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในวาติกัน

ชวนเที่ยวรัฐเอกราชที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก
วาติกันเป็นรัฐเอกราชซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในโลกด้วยขนาดเพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร แต่ภายในกำแพงนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจมากพอที่จะเที่ยวได้เป็นวัน ๆ The Passport ขอนำมาทำความรู้จัก 7 สถานที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนนครรัฐวาติกัน

St. Peter’s Basilica
วิหารเซนต์ปีเตอร์คือศูนย์กลางของวาติกัน สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 16 ถึง 18 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมเรอเนสซองส์ ที่ได้รับการออกแบบโดยเหล่าศิลปินชื่อดังในขณะนั้น ได้แก่ ออกแบบโดย Donato Bramante, Michelangelo, Carlo Maderno และ Gian Lorenzo Bernini ที่นี่จึงเป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เซนต์ปีเตอร์มีชื่อเสียงในฐานะสถานที่แสวงบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีงานศิลปะชั้นเอกที่ควรค่าแก่การไปชมคือ แท่นบูชา Baldacchino ของ Bernini โครงสร้างคล้ายศาลาสูง 28.74 เมตรตั้งอยู่ใต้โดมและเหนือแท่นบูชา ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ ด้านบนมีรูปปั้นทูตสวรรค์ขนาดเท่าคนจริง ส่วนยอดสูงสุดคือไม้กางเขนสีทอง เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนาคริสต์อย่างแท้จริง Sistine Chapel
ห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสร้างโดยสมเด็จพระสันตะปาปาซิกตัสที่ 4 ในปี 1473-1484 จิตรกรรมฝาผนังของ Michelangelo และศิลปินคนอื่น ๆ ที่ปกคลุมทั่วทั้งผนังและเพดานได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดสุดยอดของภาพวาดยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ส่วนผนังด้านข้างถูกปกคลุมไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ของฉากในพระคัมภีร์ไบเบิล ด้านซ้ายมือแสดงฉากในพันธสัญญาเดิม ส่วนด้านขวาฉากพันธสัญญาใหม่ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ประชุมของพระสันตะปาปา Piazza San Pietro
หรือ St. Peter’s Square เป็นจัตุรัสอันยิ่งใหญ่ด้านหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ออกแบบโดย Bernini ระหว่างปี ค.ศ. 1656-1667 มีลักษณะเป็นพื้นที่รูปไข่ขนาดใหญ่ยาว 372 เมตรล้อมรอบด้วยอาคารครึ่งวงกลมที่ประกอบไปด้วยเสา 284 ต้นกับรูปปั้นนักบุญ 140 รูปตั้งอยู่ ด้านหนึ่งของจัตุรัสมีน้ำพุและตรงกลางคือเสาโอเบลิสก์อียิปต์ยาว 25.5 เมตร เป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด Museo Pio Clementino
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีคอลเล็กชันประติมากรรมโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในสมัยของพระสันตะปาปา Clement XIV ผู้ริเริ่มในปี 1769  ซึ่งในขณะนั้นจะมีแต่งานศิลปะยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาและของโบราณ ต่อมาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ขยับขยายโดยพระสันตปาปา Pius VI จนทำให้พิพิธภัณฑ์เสร็จสมบูรณ์ในปี 1799 โดยมีงานชิ้นสำคัญ เช่น โลงศพ porphyry ของ Constance และ Saint Helen ลูกสาวและมารดาของ Constantine the Great รูปปั้น Hercules ทองสัมฤทธิ์ปิดทอง รวมถึงรูปปั้นอื่น ๆ อีกมากมาย Vatican Gardens
พื้นที่แห่งการพักผ่อนแสนสงบ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ตรงกับสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปา Nicholas II ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาสวนภูมิทัศน์แห่งนี้ได้เติบโตขึ้นจนครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของนครรัฐเล็ก ๆ ที่มีทั้งต้นไม้พันธุ์หายาก และดอกไม้ที่สวยงามไม่แพ้สวนอื่น ๆ ในอิตาลี แต่ต้นไม้ที่สำคัญที่สุดคือ ต้นมะกอก ซึ่งรัฐอิสราเอลนำเสนอเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่สันติกับประมุขของคริสตจักรคาทอลิก Egyptian Museum
พิพิธภัณฑ์อียิปต์ในวาติกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1839 โดยสมเด็จพระสันตะปาปา Gregory XVI บรรดาคอลเลกชันส่วนใหญ่นำมาจาก Villa Adriana ใน Tivoli ซึ่งเก็บรวบรวมไว้โดยจักรพรรดิ Hadrian ภายในประกอบด้วยห้อง 9 ห้อง สำหรับจัดแสดงตัวอย่างงานศิลปะอียิปต์ตั้งแต่สหัสวรรษที่สามถึงศตวรรษที่หกก่อนคริสต์ศักราช เช่น หินบะซอลต์ โลงไม้ประติมากรรมเทพเจ้า ฟาโรห์สัมฤทธิ์ หัวมัมมี่ จารึกอักษรอียิปต์โบราณ และรูปปั้นเทพเจ้า ส่วนสองห้องสุดท้ายจะเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะจากเมโสโปเตเมียโบราณ เช่น แจกัน สัมฤทธิ์ และภาพนูนต่ำจากพระราชวังของชาวอัสซีเรีย Museo Chiaramonti
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในแกลเลอรียาวที่นำไปสู่พระราชวังของพระสันตะปาปา งานศิลปะส่วนใหญ่ที่จัดแสดงอยู่ที่นี่จะเน้นไปที่ผลงานศิลปะกรีกและโรมัน ซึ่งในบรรดาไฮไลต์ของงานประติมากรรมนับพัน มีรูปปั้นของจักรพรรดิ Augustus of Prima Porta รูปปั้นของเทพเจ้าแห่งแม่น้ำไนล์ และรูปปั้น Spear Carrier ซึ่งเป็นรูปจำลองผลงานของ Polycletus ที่มีชื่อเสียง

You May Also Like