Search
Close this search box.

8 ธรรมชาติมหัศจรรย์แห่งโมร็อกโก

ดินแดนแห่งความฝันของนักผจญภัย
โมร็อกโกเป็นดั่งดินแดนแห่งความฝันของเหล่านักผจญภัย มีให้เลือกครบครันตั้งแต่เนินทรายสีทองไปจนถึงยอดเขาสูงตระหง่านของเทือกเขา High Atlas ที่ชวนหลงใหล มารู้จักกับ 8 สิ่งมหัศจรยย์ทางธรรมชาติของประเทศนี้

Erg Chebbi
ทะเลทรายสีทองแห่งนี้ทอดตัวเป็นริ้วขนาดใหญ่ถึง 17 ไมล์และมีความสูงมากถึง 525 ฟุต ไฮไลต์ความงดงามนั้นอยู่ในยามเย็นซึ่งแสงแดดจะเปลี่ยนผืนทรายให้กลายเป็นเฉดสีส้มชมพูและม่วง ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเยือนโมร็อกโก โดยศูนย์กลางการท่องเที่ยวนั้นอยู่ที่ Merzouga เมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกของเนินทรายแห่งนี้ มีทั้งที่พักและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่นั่น บางบริษัททัวร์มีบริการตั้งแคมป์ค้างคืนกลางเนินทรายด้วย High Atlas Mountains
เทือกเขา Atlas นั้นได้ชื่อว่าสูงที่สุดในแอฟริกาเหนือ ตั้งตระหง่านเป็นระยะทางกว่า 625 ไมล์ จากตอนเหนือของประเทศ ผ่านเมืองมาราเกช มาจรดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของเมืองอากาดีร์

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นสวรรค์ของนักเดินป่า ส่วนบริเวณที่เรียกว่า High Atlas ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ ได้ชื่อนี้เพราะมียอดเขาที่สูงที่สุด นั่นคือ Toubkal แม้ว่าจะเป็นสถานที่โปรดสำหรับนักผจญภัย แต่รอบ ๆ ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น หมู่บ้าน Berber ซึ่งเป็นบ้านของชาวเบอร์เบอร์ นักท่องเที่ยวจะได้ประสบการณ์อาหารท้องถิ่น พูดคุยกับชาวเบอร์เบอร์ตัวจริง และเข้าชมบ้านเรือนของพวกเขาที่ตั้งอยู่ตามแนวเขาสูง Jebel Toubkal
นี่คือยอดเขาที่สูงที่สุดในแอฟริกาเหนือที่เรากล่าวถึง ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Toubkal บนยอดเขานี้งดงามเพราะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี แน่นอนว่าการพิชิตยอดเขาแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยความสูงกว่า 4,167 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้มีออกซิเจนน้อยกว่าปกติถึง 40% หากต้องการไปชมวิวและถ่ายรูปคู่กับพีระมิดบนยอดเขาแห่งนี้สักครั้งหนึ่ง นอกจากจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วอาหารการกินก็ต้องเตรียมให้พร้อมเหมือนกัน Erg Chigaga
เนินทรายสีทองแห่งนี้อยู่ห่างจาก M’Hamid ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 35 ไมล์ และเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโมร็อกโก ทอดยาวเป็นระยะทางกว่า 25 ไมล์ มีทัวร์หลากหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยวเลือก ไม่ว่จะเป็นทัวร์ขี่อูฐ ตั้งแคมป์ค้างคืนกลางทะเลทราย ในระยะเวลาตั้งแต่สามวันไปจนถึงเจ็ดวันเต็ม Oualidia
ทะเลสาบรูปพระจันทร์เสี้ยวล้อมรอบไว้ด้วยชายหาด จึงปลอดภัยจากคลื่นลมแรง จึงเหมาะจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์และในฤดูร้อน ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นเซิร์ฟและกินหอยนางรม ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ แต่ถ้ามาในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงก็จะได้เห็นนกฟลามิงโก นกนางนวล และนกกระยาง มาใช้ชีวิตตามทะเลสาบและพื้นที่ชุ่มน้ำรอบชายฝั่ง Cascades d’Ouzoud
น้ำตกที่น่าทึ่งนี้มีความสูงถึง 328 ฟุต ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย คำว่า Ouzoud เป็นภาษาถิ่นของชาวเบอร์เบอร์ หมายถึงการบดเมล็ดพืช ซึ่งตรงกับความจริงที่ว่า บริเวณน้ำตกแห่งนี้มีโรงสีเก่าแก่ขนาดเล็กหลายสิบแห่งที่ยังเปิดทำการอยู่จนทุกวันนี้ Iriqui National Park
อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของโมร็อกโกครอบคลุมพื้นที่ 303,940 เอเคอร์ และเป็นเอกลักษณ์ของซาฮารา และเป็นตัวแทนการแสดงความสหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ป่าทุ่งหญ้าสะวันนา เนินทราย และที่ราบเกลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำของทะเลสาบที่เป็นแหล่งชมเหล่านกอพยพช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะใช้บริการรถขับขี่แบบออฟโรด เพื่อให้ได้บรรยากาศการผจญภัยอย่างเต็มที่ Rif Mountains
เป็นเทือกเขาที่เขียวชอุ่มที่สุด และอยู่ทางเหนือสุดของโมร็อกโก เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการสำรวจโดยเฉพาะการเดินเท้า มีเส้นทางเดินป่าที่น่าสนใจมากมายโดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติ Talassemtane และมีเมือง Chefchaouen หรือเมืองสีฟ้าเป็นไฮไลต์ที่อยู่ในแถบนี้ งดงามด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณานิคมของสเปน

You May Also Like