Lonely Planet

Lonely Planet

13 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรเลีย
australia oceania

13 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรเลีย

ดินแดนซีกโลกใต้มีอะไรให้เที่ยวเยอะเลยทีเดียว

ออสเตรเลียเป็นทวีปที่ใหญ่และร่ำรวยด้วยความหลากหลายด้านภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม นอกจากจะมีแนวชายฝั่งที่ยาวกว่า 16,000 ไมล์แล้ว ประชากรของชาวอะบอริจินก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีทั้งเมืองใหญ่ที่แสนมีชีวิตชีวาไปจนถึงป่าฝนที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่า ออสเตรเลียจึงสามารถมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวได้ทุกรูปแบบ ลองมาดูกันว่าสถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรเลียทั้ง 13 แห่งนี้จะมีที่ไหนบ้าง

1. Uluru
สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดในออสเตรเลีย โขดหินสีแดงสุดยิ่งใหญ่นี้ตั้งอยู่โดด ๆ ท่ามกลางพื้นที่ราบในอุทยานแห่งชาติ Uluru-Kata Tjuta ซึ่งเป็นพื้นที่ในครอบครองของชาวอะบอริจิน พวกเขาเชื่อว่าโขดหินนี้เป็นตัวแทนแห่งจิตวิญญาณ ปัจจุบันนี้ทั้งทัวร์ ทริปปั่นจักรยาน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมมากมาย
2. The Whitsundays
หากกำลังนึกถึงการพักผ่อนท่ามกลางหาดทรายขาวและผืนน้ำสีฟ้า Whitsundays คือคำตอบที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย หมู่เกาะเหล่านี้เป็นบ้านของชาว Ngaro และเป็นแหล่งโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดบนชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย ถ้ามีงบประมาณเหลือ ๆ แนะนำให้เช่าเรือยอทช์จากหาดแอร์ลีไปสำรวจเกาะแก่งรอบ ๆ  และอย่าพลาดหาด Whitehaven ที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก
3. Sydney
ไม่มีใครไม่รู้จักซิดนีย์ เพราะเมืองที่แสนคึกคักนี้เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก เช่น โอเปร่าเฮ้าส์ สะพานฮาร์เบอร์ และชายหาดอีกหลายแห่ง แต่นอกเหนือจากสถานที่เหล่านี้แล้ว ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีพลังและผสมผสานไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการอพยพจากผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งเรื่องราวของชาวอะบอริจิน อิทธิพลของเอเชีย ถนนในยุคอาณานิคม ผับสมัยก่อน ไปจนถึงสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่
4. Tasmania
ตอนนี้การท่องเที่ยวของแทสเมเนียกำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟู ไม่ใช่แค่ในแง่ธรรมชาติที่แปลกตา แต่คนหนุ่มสาวต่างพากันมาเยือนเพื่อเพลิดเพลินกับเทศกาลทางวัฒนธรรมมากมายตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นไวน์ เบียร์ ศิลปะ อาหาร ดนตรี และเมื่อมาถึงแทสเมเนียแล้ว ก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่าและใหม่ (MONA) เพียงนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเรือของโฮบาร์ตไปไม่ไกล สถาบันระดับโลกแห่งนี้มีแกลเลอรี่ใต้ดินที่น่าทึ่งเอาไว้จัดแสดงผลงานศิลปะที่ท้าทายกว่า 400 ชิ้นของ David Walsh  ผู้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั่นเอง
5. Byron Bay
อ่าว Byron เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวออสซี่โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม และยังเป็นสวรรค์แห่งท้องทะเลที่นักเล่นกระดานโต้คลื่นมักจะมารวมตัวกัน และนอกจากชายหาดแล้วยังมี Cape Byron Walking Track เส้นทางเดินชมธรรมชาติที่จะพาลัดเลาะชายฝั่ง ป่าฝน และประภาคาร ให้ได้เก็บภาพสวย ๆ ด้วย ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะได้เห็นปลาโลมาหรือวาฬออกมาโต้คลื่นด้วยเหมือนกัน
6. Great Barrier Reef
แนวปะการัง Great Barrier Reef มีความยาวมากกว่า 2,000 กิโลเมตร ตามแนวชายฝั่งควีนส์แลนด์ เป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยปะการังสุดตระการตา เต่าทะเล ปลากระเบน ฉลามครีบ และปลาเขตร้อน แต่ในขณะเดียวกันก็เปราะบางมาก ๆ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความมหัศจรรย์ได้หลายรูปแบบ วิธีคลาสสิคคือการลงไปดำน้ำ อีกวิธีคือสำรวจด้วยเครื่องบินชมวิวจากด้านบนหรือนั่งเรือท้องกระจก
7. Margaret River และ Cape Naturaliste
พื้นที่ชนบทแห่งนี้เรียงรายไปด้วยไร่องุ่นซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงของประเทศ แต่นอกเหนือจากการจิบไวน์แล้ว ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่อีกมากมาย เช่น ถ้ำใต้ดิน เมืองประวัติศาสตร์ ดอกไม้ป่า และที่ชายหาดบริเวณปากแม่น้ำมาร์กาเร็ตก็เป็นแหล่งรวมตัวของนักเล่นเซิร์ฟ ที่สามารถแวะไปเดินเล่นได้
8. Great Ocean Road
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัฐวิกตอเรีย เริ่มต้นด้วยการขับรถช้าๆ ไปตามถนนที่คดเคี้ยวเลียบชายหาดช่องแคบ Bass Strait จากนั้นแล่นเข้าสู่แผ่นดินผ่านป่าฝนเขตร้อนที่เรียงรายไปด้วยเมืองเล็กๆ และต้นไม้ใหญ่ และสำหรับจุดหมายปลายทางอันเลื่องชื่อนี้ ให้เดินเท้าไปตามเส้นทาง Great Ocean Walk จากอ่าว Apollo เพื่อเข้าชมกองหินอัครสาวกสุดตระการตาท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดมาไม้หยุด
9. Melbourne
เมลเบิร์นก็เป็นเมืองใหญ่ไม่ต่างจากซิดนีย์ ที่ล้วนเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงพื้นที่สตรีทอาร์ต หนึ่งในเอกลักษณ์ประจำเมืองคือรถรางสุดคลาสสิค และสวนสาธารณะแสนร่มรื่นที่กระจายอยู่ทั่วเมือง จึงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเดินเท้าสำรวจเมือง หรือนั่งรถรางแบบย้อนยุคชมใจกลางเมืองได้แบบฟรี ๆ
10. South Australian Wine Regions
Adelaide เมืองหลวงของรัฐ South Australia กำลังขยายเป็นเมืองใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เชื้อเชิญให้คนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการไปสร้างสีสันมากขึ้น และยังเป็นที่ตั้งของแหล่งผลิตไวน์ระดับประเทศอยู่ถึง 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ หุบเขา Barossa Valley ทางเหนือ เป็นไร่องุ่นเก่าแก่ที่ผลิตไวน์สีแดงเข้ม McLaren Vale ทางทิศใต้โดดเด่นในเรื่องชีราซ และโรงกลั่นไวน์ d’Arenburg ที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์สุดงดงาม คอไวน์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
11. Pinnacles Desert
เป็นทะเลทรายที่มีพื้นผิวคล้ายกับดาวอังคาร และแปลกตาด้วยเสาหินปูนนับพันที่โผล่ขึ้นมาจากที่ราบราวกับเป็นกองทัพมนุษย์ต่างดาว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับได้จากเพิร์ท หรือเลือกพักในเมืองใกล้ ๆ อย่าง Cervantes เพื่อจะได้สัมผัสกับสีสันของทะเลทรายที่เปลี่ยนไปตามเวลารุ่งสาง พระอาทิตย์ตก และพระจันทร์เต็มดวง
12. Ningaloo Reef
อุทยานทางทะเลแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งอยู่นอกแหลมทางตะวันตกเฉียงเหนือของชายฝั่งทะเลคอรัล ออสเตรเลียตะวันตก มีความบริสุทธิ์อยู่มากด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่มากเท่าไรถึงจะเป็นคู่แข่งกับแนวปะการัง Great Barrier Reef ก็ตาม นอกจากการดำน้ำคู่กับฉลามวาฬแล้ว สายเซิร์ฟก็สามารถเล่นกระดานโต้คลื่นได้ด้วยเช่นกัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะตั้งแคมป์ค้างคืนหรือไม่ก็เดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากเมือง Exmouth และ Coral Bay เป็นหลัก
13. Daintree Rainforest
ป่าดงดิบเดนทรีเป็นป่าฝนเขียวชอุ่มที่ปกคลุมไปด้วยต้นปาล์มพัดและเฟิร์นที่ดูราวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ และอันเก่าแก่แห่งนี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อเข้าไปในป่า คุณจะได้ยินเสียงนกร้อง กบร้อง และเสียงอึกทึกของแมลง การเดินชมป่านี้มีหลายตัวเลือกกิจกรรมให้ทำ เช่น ทัวร์ชมสัตว์ป่ายามค่ำคืน ทริป 4WD พายเรือคายัค ล่องเรือชมจระเข้ และทัวร์สวนผลไม้เมืองร้อน
Tags: