ภาพประกอบทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายของ shutterstock.com อนุญาตให้ใช้สำหรับเผยแพร่เฉพาะเว็บไซต์ และแฟนเพจ The Passport เท่านั้น
————————————————————————————
ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ ในช่วงหน้าร้อนก็เหมาะที่จะเดินป่า แต่พอเข้าสู่หน้าหนาวก็ถึงเวลาผจญภัยในอาร์คติก ดูแสงเหนือ และแช่ตัวในน้ำพุร้อน แล้วเวลาที่ดีที่สุดในการไปไอซ์แลนด์คือตอนไหน? เวลาเดินทางจะได้ไม่ต้องเผชิญกับอากาศและฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทริปจะได้สนุกคุ้มค่าตั๋วเครื่องบินที่สุด มิถุนายน-สิงหาคม
ช่วงฤดูร้อนของไอซแลนด์จะทำให้มีกลางวันที่ยาวนานแถมอากาศก็ดีสุด ๆ ก็เลยกลายเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางบนท้องถนนและการผจญภัยกลางแจ้ง ถนนบนภูเขาสูงเปิดให้นักท่องเที่ยวขับ 4WD ได้ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ส่วนนักปีนเขาก็จะจับกลุ่มกันมาเดินป่ากันในช่วงนี้ นอกจากนั้นในเมืองยังมีเทศกาลมากมายราวกับจะเฉลิมฉลองให้กับแสงแดดที่ส่องสว่างแทบตลอดทั้งวัน ตุลาคม-เมษายน
ช่วงฤดูหนาวนับเป็นโลว์ซีซั่นเนื่องจากสภาพอากาศที่จะหนาวรุนแรง ถนนส่วนใหญ่บนภูเขาจะปิดไม่ให้ขับรถขึ้นไป แถมด้วยช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานเป็นพิเศษ ซึ่งกลายเป็นข้อดีของฤดูนี้ที่จะได้สัมผัสกับแสงเหนือ อย่างไรก็ตามมีกิจกรรมฤดูหนาวมากมายให้ได้ทำกัน เช่น เล่นสกี เดินลุยหิมะ และเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็ง พฤษภาคมและกันยายน
ฤดูนี้มีอากาศที่สดชื่นและมีหิมะตกเป็นครั้งคราว แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการหลีกเลี่ยงฝูงคนและบรรดาที่พักและทัวร์ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะมีราคาถูกกว่าช่วงไฮซีซั่น
ส่วนแต่ละเดือนในไอซ์แลนด์มีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกัน
มกราคม
ช่วงสามสัปดาห์แรกของปีอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก ช่วงเวลากลางคืนยังคงยาวนานและสภาพอากาศยังคงแปรปรวน แต่ก็จะมีการจัดงาน Thorrablot ซึ่งเป็นงานเทศกาลเฉลิมฉลองกลางฤดูหนาวที่เคยถูกยกเลิกไปแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้งในศตวรรษที่ 19 ในปัจจุบันจะเริ่มในวันศุกร์แรกหลังวันที่ 19 มกราคม ชาวบ้านจะมาร่วมกันกินอาหารแบบดั้งเดิม เช่น เนื้อฉลามเน่า (hákarl) หัวแกะต้ม (svið) และเลือดแกะที่ห่อด้วยกระเพาะของแกะ (blóðmör)
กุมภาพันธ์
ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศจะมีอากาศหนาวเย็นมากที่สุดในช่วงนี้ และจะมีช่วงเวลากลางวันเพียง 7-8 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น แต่ชีวิตของคนในเมืองใหญ่ ๆ ก็จะมีสีสันเหมือนเดิม แต่ถ้าหลุดไปในแถบชนบทแล้วก็จะได้อีกบรรยากาศที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงท่ามกลางหิมะขาวโพลน แต่ด้วยกลางคืนที่ยาวนานก็ทำให้งาน Winter Lights Festival งานประดับไฟสุดตระการตานั้นได้ประโยชน์จากตรงนี้ไปเต็ม ๆ
มีนาคม
ส่วนอื่น ๆ ของโลกเริ่มฉลองเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนกันแล้วในเดือนนี้ แต่ไม่ใช่กับไอซ์แลนด์ คนส่วนใหญ่ที่นี่ยังคงเล่นกีฬาฤดูหนาวกันอยู่ และงาน Iceland Winter Games ก็จะจัดขึ้นเป็นเป็นจำทุกปีในเดือนนี้ โดยในงานจะมีทั้งการแข่งขันฟรีสกี สโนว์บอร์ด การขี่ม้าในอาร์กติก การแข่งขันสโนว์โมบิล และอื่น ๆ อีกมากมาย เมษายน
นับเป็นการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการ ช่วงเวลากลางวันเริ่มยาวนานขึ้น รวมถึงความเขียวขจีก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อหิมะละลายไป ชาวไอซ์แลนด์ยังคงเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ในรูปแบบดั้งเดิมคือ การล่าไข่อีสเตอร์และกินเนื้อแกะย่าง
พฤษภาคม
เดือนพฤษภาคมไม่ถึงกับเป็นฤดูท่องเที่ยวแต่ก็ไม่แย่หากจะมาเที่ยวในเดือนนี้ เพราะราคาที่พักและทัวร์ต่าง ๆ จะราคาถูกอยู่ และยังเป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าเบ่งบานสวยงามเลยทีเดียว
มิถุนายน
สวัสดีฤดูร้อน! ช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุดมาเยือนแล้ว แต่ก็ต้องทำใจนิดนึงว่านักท่องเที่ยวก็จะแห่มากันในเดือนนี้แหละ ที่พักส่วนใหญ่ก็จะมีราคาแพงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ข้อดีคือกลางวันที่ยาวนานทำให้มีช่วงเวลาเอ็นจอยกับแสงสว่างแบบไม่อั้นไปกับเทศกาลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันลูกเรือทะเล เทศกาลไวกิ้ง และที่สำคัญที่สุดคือการเฉลิมฉลองวันชาติของไอซ์แลนด์ กรกฎาคม
เทศกาลต่าง ๆ ของไอซ์แลนด์มักจะมาพร้อมกับอุณหภูมิอันอบอุ่น เช่น งานแข่งม้า เทศกาลดนตรีพื้นเมือง (Folk Music Festival) และเทศกาลดนตรีฤดูร้อนที่ Skálholt จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกันจนพื้นที่ตั้งแคมป์แทบไม่มีที่ว่าง ถ้าไม่อยากแย่งที่พักกับคนอื่น ๆ อาจจะเลี่ยงเดือนนี้ไปก่อน
สิงหาคม
ฤดูการท่องเที่ยวยังคงดำเนินต่อไป แต่เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนกลางวันก็จะเริ่มสั้นลงเรื่อย ๆ อีกครั้ง แต่ก็ยังมีเทศกาลที่น่าสนใจเกิดขึ้นอยู่ในเดือนนี้ เช่น เทศกาลปลาเฮอร์ริ่ง (Herring Festival) งานเรคยาวิกมาราธอน (Reykjavík Marathon) และเทศกาลดอกไม้ไฟที่โจกุลซาลอน (Jökulsárlón Fireworks )
กันยายน
ยังจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีถ้าจะมาเที่ยว เพราะอากาศยังไม่แย่มาก และนักท่องเที่ยวก็เริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดแต่โรงแรมสถานที่ท่องเที่ยวและบริการเฉพาะช่วงฤดูร้อนจะปิดให้บริการแล้ว ส่วนถนนขึ้นเขาก็จะปิดในสิ้นเดือนนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในเดือนนี้ยังมีงานเทศกาลเจ๋ง ๆ รออยู่ ก็คือ Reykjavík Jazz Festival และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ พฤศจิกายน
ฤดูร้อนกลายเป็นเพียงความทรงจำไปแล้ว ส่วนกลางคืนก็ยาวเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ดวงอาทิตย์จะเริ่มลับขอบฟ้าตั้งแต่สี่โมงเย็น แต่ในเมืองหลวงก็ยังคึกครื้นไปด้วยปาร์ตี้และผู้คนก็ยังมารวมตัวกันท้าความหนาวเย็นในงานเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีอย่าง Iceland Airwaves ส่วนสายแอดเวนเจอร์นั้นก็จะมุ่งหน้าไปชมถ้ำน้ำแข่งสุดตระการตาในอุทยานแห่งชาติวาตนาเยอคูตล์ (Vatnajokull) ธันวาคม
แม้อยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของปีแต่เดือนนี้กลับเต็มไปด้วยความรื่นเริง ด้วยตลาดคริสต์มาส คอนเสิร์ต และปาร์ตี้ทำให้ทุกอย่างสดใสและอบอุ่น แล้วปิดท้ายอย่างงดงามด้วยงานเฉลิมฉลองปีใหม่ ถ้าอยากได้บรรยากาศของวันคริสต์มาสจริง ๆ ก็ต้องมาเยือนในเดือนธันวาคมนี่แหละ
————————————————————————————
ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ ในช่วงหน้าร้อนก็เหมาะที่จะเดินป่า แต่พอเข้าสู่หน้าหนาวก็ถึงเวลาผจญภัยในอาร์คติก ดูแสงเหนือ และแช่ตัวในน้ำพุร้อน แล้วเวลาที่ดีที่สุดในการไปไอซ์แลนด์คือตอนไหน? เวลาเดินทางจะได้ไม่ต้องเผชิญกับอากาศและฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทริปจะได้สนุกคุ้มค่าตั๋วเครื่องบินที่สุด
ช่วงฤดูร้อนของไอซแลนด์จะทำให้มีกลางวันที่ยาวนานแถมอากาศก็ดีสุด ๆ ก็เลยกลายเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางบนท้องถนนและการผจญภัยกลางแจ้ง ถนนบนภูเขาสูงเปิดให้นักท่องเที่ยวขับ 4WD ได้ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ส่วนนักปีนเขาก็จะจับกลุ่มกันมาเดินป่ากันในช่วงนี้ นอกจากนั้นในเมืองยังมีเทศกาลมากมายราวกับจะเฉลิมฉลองให้กับแสงแดดที่ส่องสว่างแทบตลอดทั้งวัน
ช่วงฤดูหนาวนับเป็นโลว์ซีซั่นเนื่องจากสภาพอากาศที่จะหนาวรุนแรง ถนนส่วนใหญ่บนภูเขาจะปิดไม่ให้ขับรถขึ้นไป แถมด้วยช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานเป็นพิเศษ ซึ่งกลายเป็นข้อดีของฤดูนี้ที่จะได้สัมผัสกับแสงเหนือ อย่างไรก็ตามมีกิจกรรมฤดูหนาวมากมายให้ได้ทำกัน เช่น เล่นสกี เดินลุยหิมะ และเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็ง
ฤดูนี้มีอากาศที่สดชื่นและมีหิมะตกเป็นครั้งคราว แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการหลีกเลี่ยงฝูงคนและบรรดาที่พักและทัวร์ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะมีราคาถูกกว่าช่วงไฮซีซั่น
ส่วนแต่ละเดือนในไอซ์แลนด์มีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกัน
มกราคม
ช่วงสามสัปดาห์แรกของปีอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก ช่วงเวลากลางคืนยังคงยาวนานและสภาพอากาศยังคงแปรปรวน แต่ก็จะมีการจัดงาน Thorrablot ซึ่งเป็นงานเทศกาลเฉลิมฉลองกลางฤดูหนาวที่เคยถูกยกเลิกไปแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้งในศตวรรษที่ 19 ในปัจจุบันจะเริ่มในวันศุกร์แรกหลังวันที่ 19 มกราคม ชาวบ้านจะมาร่วมกันกินอาหารแบบดั้งเดิม เช่น เนื้อฉลามเน่า (hákarl) หัวแกะต้ม (svið) และเลือดแกะที่ห่อด้วยกระเพาะของแกะ (blóðmör)
กุมภาพันธ์
ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศจะมีอากาศหนาวเย็นมากที่สุดในช่วงนี้ และจะมีช่วงเวลากลางวันเพียง 7-8 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น แต่ชีวิตของคนในเมืองใหญ่ ๆ ก็จะมีสีสันเหมือนเดิม แต่ถ้าหลุดไปในแถบชนบทแล้วก็จะได้อีกบรรยากาศที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงท่ามกลางหิมะขาวโพลน แต่ด้วยกลางคืนที่ยาวนานก็ทำให้งาน Winter Lights Festival งานประดับไฟสุดตระการตานั้นได้ประโยชน์จากตรงนี้ไปเต็ม ๆ
มีนาคม
ส่วนอื่น ๆ ของโลกเริ่มฉลองเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนกันแล้วในเดือนนี้ แต่ไม่ใช่กับไอซ์แลนด์ คนส่วนใหญ่ที่นี่ยังคงเล่นกีฬาฤดูหนาวกันอยู่ และงาน Iceland Winter Games ก็จะจัดขึ้นเป็นเป็นจำทุกปีในเดือนนี้ โดยในงานจะมีทั้งการแข่งขันฟรีสกี สโนว์บอร์ด การขี่ม้าในอาร์กติก การแข่งขันสโนว์โมบิล และอื่น ๆ อีกมากมาย
นับเป็นการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการ ช่วงเวลากลางวันเริ่มยาวนานขึ้น รวมถึงความเขียวขจีก็จะเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อหิมะละลายไป ชาวไอซ์แลนด์ยังคงเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ในรูปแบบดั้งเดิมคือ การล่าไข่อีสเตอร์และกินเนื้อแกะย่าง
พฤษภาคม
เดือนพฤษภาคมไม่ถึงกับเป็นฤดูท่องเที่ยวแต่ก็ไม่แย่หากจะมาเที่ยวในเดือนนี้ เพราะราคาที่พักและทัวร์ต่าง ๆ จะราคาถูกอยู่ และยังเป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าเบ่งบานสวยงามเลยทีเดียว
มิถุนายน
สวัสดีฤดูร้อน! ช่วงเวลาที่อากาศดีที่สุดมาเยือนแล้ว แต่ก็ต้องทำใจนิดนึงว่านักท่องเที่ยวก็จะแห่มากันในเดือนนี้แหละ ที่พักส่วนใหญ่ก็จะมีราคาแพงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ข้อดีคือกลางวันที่ยาวนานทำให้มีช่วงเวลาเอ็นจอยกับแสงสว่างแบบไม่อั้นไปกับเทศกาลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันลูกเรือทะเล เทศกาลไวกิ้ง และที่สำคัญที่สุดคือการเฉลิมฉลองวันชาติของไอซ์แลนด์
เทศกาลต่าง ๆ ของไอซ์แลนด์มักจะมาพร้อมกับอุณหภูมิอันอบอุ่น เช่น งานแข่งม้า เทศกาลดนตรีพื้นเมือง (Folk Music Festival) และเทศกาลดนตรีฤดูร้อนที่ Skálholt จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกันจนพื้นที่ตั้งแคมป์แทบไม่มีที่ว่าง ถ้าไม่อยากแย่งที่พักกับคนอื่น ๆ อาจจะเลี่ยงเดือนนี้ไปก่อน
สิงหาคม
ฤดูการท่องเที่ยวยังคงดำเนินต่อไป แต่เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนกลางวันก็จะเริ่มสั้นลงเรื่อย ๆ อีกครั้ง แต่ก็ยังมีเทศกาลที่น่าสนใจเกิดขึ้นอยู่ในเดือนนี้ เช่น เทศกาลปลาเฮอร์ริ่ง (Herring Festival) งานเรคยาวิกมาราธอน (Reykjavík Marathon) และเทศกาลดอกไม้ไฟที่โจกุลซาลอน (Jökulsárlón Fireworks )
กันยายน
ยังจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีถ้าจะมาเที่ยว เพราะอากาศยังไม่แย่มาก และนักท่องเที่ยวก็เริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัดแต่โรงแรมสถานที่ท่องเที่ยวและบริการเฉพาะช่วงฤดูร้อนจะปิดให้บริการแล้ว ส่วนถนนขึ้นเขาก็จะปิดในสิ้นเดือนนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในเดือนนี้ยังมีงานเทศกาลเจ๋ง ๆ รออยู่ ก็คือ Reykjavík Jazz Festival และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ
ฤดูร้อนกลายเป็นเพียงความทรงจำไปแล้ว ส่วนกลางคืนก็ยาวเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ดวงอาทิตย์จะเริ่มลับขอบฟ้าตั้งแต่สี่โมงเย็น แต่ในเมืองหลวงก็ยังคึกครื้นไปด้วยปาร์ตี้และผู้คนก็ยังมารวมตัวกันท้าความหนาวเย็นในงานเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีอย่าง Iceland Airwaves ส่วนสายแอดเวนเจอร์นั้นก็จะมุ่งหน้าไปชมถ้ำน้ำแข่งสุดตระการตาในอุทยานแห่งชาติวาตนาเยอคูตล์ (Vatnajokull)
แม้อยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของปีแต่เดือนนี้กลับเต็มไปด้วยความรื่นเริง ด้วยตลาดคริสต์มาส คอนเสิร์ต และปาร์ตี้ทำให้ทุกอย่างสดใสและอบอุ่น แล้วปิดท้ายอย่างงดงามด้วยงานเฉลิมฉลองปีใหม่ ถ้าอยากได้บรรยากาศของวันคริสต์มาสจริง ๆ ก็ต้องมาเยือนในเดือนธันวาคมนี่แหละ







