Search
Close this search box.

เที่ยวกับสองล้อคู่ใจ ใน 6 เมืองยุโรปสุดเจ๋งสำหรับนักปั่น

ไม่เดิน และไม่นั่งรถ เพราะเราจะปั่น!

โคเปนเฮเกน (Copenhagen), เดนมาร์ก

โคเปนเฮเกนกลายเป็นเมืองจักรยานระดับของโลก เพราะไม่ว่าจะเป็นวันที่มีแดดจ้า วันที่ฝนกระหน่ำ หรือวันที่หนาวเหน็บ ผู้คนในเมืองหลวงของเดนมาร์กก็ยังใช้ชีวิตอยู่บนอานจักรยานสำหรับเดินทางไปในทุก ๆ ที่ ด้วยเลนจักรยานระยะทางเกือบ 300 ไมล์ รวมถึงเลนจักรยานลอยฟ้าที่มีชื่อว่า Cykelslangen ก็เป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างเมืองแห่งจักรยานมาก ๆ

สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถมองหาจักรยานให้เช่าได้ทั่วเมือง ที่มาพร้อมระบบการเช่าที่ทันสมัยพร้อมตัวล็อกอย่างดี แต่ถ้าอยากได้ประสบการณ์ปั่นที่แปลกออกไป ลองมองหา Danish cargo bikes จักรยานที่มาพร้อมกระบะด้านหน้า สามารถพกพาเด็ก ๆ หรือข้าวของต่าง ๆ ไปได้ในทุก ๆ ที่ที่อยากไป ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือสีสันสุดจัดจ้าน พระราชวังสุดอลังการ หรือร้านอาหารทะเลอร่อย ๆ สักร้าน

อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam), เนเธอร์แลนด์

จัดอันดับเมืองจักรยานกี่สำนัก ก็ต้องมีเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ติดอันดับอยู่แน่นอน การปั่นจักรยานไปตามพื้นที่มรดกโลกรอบลำคลองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรรมเก่าแก่ ล้วนเสริมสร้างเสน่ห์น่าค้นหาให้แก่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นอดีตเมืองจักรยานอันดับหนึ่งของโลก

แต่ถ้าหากได้ไปเยือน ก็ห้ามพลาดประสบการณ์ปั่นจักรยานที่ยังคงเป็นวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในเมืองนี้ สำหรับเส้นทางน่าปั่นในระยะทางตั้งแต่ 22-30 กิโลเมตร มีทั้งเส้นทางปั่นชมสถาปัตยกรรมยุคเก่าและยุคใหม่ เส้นทางลัดเลาะชมป่าในเมือง เส้นทางเลียบริมชายหาด และเส้นทางริมแม่น้ำ

ยูเทรกต์ (Utrecht), เนเธอร์แลนด์

เมืองเล็ก ๆ ทางตอนกลางของเนเธอร์แลนด์ เปิดตัวแผนการสร้างโรงจอดรถจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถบรรจุจักรยานได้จำนวนถึง 12,500 คัน ซึ่งเปิดใช้ไปไม่นานมานี้ เพื่อตอบสนองการใช้งานจักรยานของชาวเมืองที่ในปัจจุบันมีปริมาณขอจักรยานมากกว่า 847,000 คัน

แน่นอนว่านักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสยูเทรกซ์ในแบบฉบับของคนท้องถิ่น ก็ต้องเช่าจักรยานสักคัน จากหลากหลายเจ้าที่ให้บริการอยู่ทั่วเมือง ปั่นไปตามเส้นทางที่น่าสนใจเช่น เส้นทางชมอาคารบ้านเรือนในย่านเมืองเก่าแห่งยุคอุตสาหกรรม หรือลัดเลาะไปตามลำคลองที่แสนสวยงาม

สตราซบูร์(Strasbourg) , ฝรั่งเศส

สตราซบูร์โดดเด่นด้วยความเป็นเมืองเก่ายุคกลาง มีบทบาทสำคัญทั้งด้านอุตสาหกรรม การค้าและการขนส่ง ในเมืองจึงเรียงรายไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหารฝรั่งเศสชั้นยอด และบ้านสถาปัตยกรรมแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ ริมลำคลอง ส่วนวิธีการที่จะพาคุณไปชมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีที่สุดคือ จักรยาน ไปตามเลนจักรยานที่มีเส้นทางแตกแขนงอยู่ทั่วทั้งเมือง

ไอนด์โฮเวน (Eindhoven) , เนเธอร์แลนด์

เมืองที่เคยบอบช้ำอย่างหนักจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง ฟื้นคืนชีพอีกครั้งด้วยอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และทุกวันนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกเมืองที่เป็นมิตรกับคนปั่นจักรยาน

มีไฮไลต์เป็นเส้นทางจักรยานระยะทาง 600 เมตร ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2014 ชื่อว่า Van Gogh Bicycle Path เป็นเส้นทางทอดข้ามสถานที่ที่ศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง วินเซนต์ แวน โกะ (ฟาน ก็อก) เคยอาศัยอยู่ในช่วงปี 1883-1885 สร้างด้วยหินเรืองแสงนับพันก้อนให้มีประกายสว่างในยามค่ำคืนตลอดเส้นทาง

เบอร์ลิน (Berlin), เยอรมนี

เมืองที่มีประชากรมากเป็นลำดับต้นๆของยุโรปแห่งนี้ มีประชากรไม่ถึงครึ่งที่ครอบครองรถยนต์ เพราะนอกเหนือจากนั้น มักใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และจักรยานคู่ใจ จักรยานจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเบอร์ลิน เป็นยานพาหนะปั่นไปทำงาน และเฉพาะในเบอร์ลินก็มีเส้นทางจักรยาน ยาวรวมกันไม่ต่ำกว่า 650 กิโลเมตร 

การเป็นอีกหนึ่งเมืองในฝันของเหล่านักปั่นจากทั่วโลก เพราะเบอร์ลินมีเลนจักรยานสร้างต่างหาก มีความกว้าง และแทบทุกพื้นที่ของเมืองก็มักมีที่ว่างให้สำหรับจักรยานเสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถใต้ดิน แฟลต ริมถนน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้ ก็สามารถหาเช่าจักรยานได้จากร้านทั่วไป แต่ละร้านมักแนบแผนที่ท่องเที่ยวซึ่งมีเส้นทางหลักให้บรรยากาศต่างกันมากถึง 12 สายหลัก อาทิ Museum Island เส้นทางวิหารเบอร์ลิน เส้นทางช้อป ชิม ในย่านใจกลางเมือง เป็นต้น

You May Also Like