Search
Close this search box.

พระราชวังแวร์ซายส์ ความยิ่งใหญ่กว่า 3 ศตวรรษ

หนึ่งในพระราชวังสุดโอ่อ่าสถานะมรดกโลก
พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปแห่งนี้ มีอายุกว่าสามร้อยปีแล้ว แต่กษัตริย์น้อยพระองค์จะประทับในพระราชวังนี้เสมือนพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสเมื่อปี 1643 เมื่อพระชนม์ได้เพียง 5 ขวบ  ตั้งแต่ปี 1664 พระองค์สั่งให้มีการก่อสร้างพระราชวังขนาดใหญ่ยักษ์ ยากที่กษัตริย์พระองค์ใดจะสามารถทำได้ ข้าวของทุกอย่างในแวร์ซายส์ จึงเน้นไปที่กษัตริย์สุดหรูหรา ซึ่งมีกษัตริย์เพียง 3 พระองค์เท่านั้นที่ประทับอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้ ได้แก่ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เป็นกษัตริย์องค์สุดท้าย ผู้ถูกบังคับให้ย้ายกลับไปกรุงปารีสพร้อมพระราชินี พระนางมารีอองตัวเนตต์ในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสอันโด่งดัง Antechamber of the Grand Couvert เป็นสถานที่ซึ่งกษัตริย์และราชินีจะมาเสวยพระกระยาหารต่อหน้าธารกำนัลพร้อมข้าราชบริพารที่เลือกมาไม่กี่คน โดยจะมานั่งสตูลบุกำมะหยี่เคียงข้างโต๊ะตัวจิ๋ว ส่วนคนอื่น ๆ ต้องยืนบนกำแพงด้านไกล 

ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของภาพที่สะกดผู้คนมากที่สุดในพระราชวังแห่งนี้ นั่นคือ ภาพพระนางมารีอองตัวเนตต์และโอรสธิดา เขียนโดนอลิซาเบธ หลุยส์ วีเช เลอเบริง ที่ได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงภาพพจน์ของพระนางต่อสาธารณะ กล่องที่วางอยู่นั้นน่าจะบรรจุพระศพของเจ้าหญิงโซฟี เบียทริกซ์ ที่สิ้นพระชนม์ก่อนที่ภาพจะวาดเสร็จ Interior Cabinet ของกษัตริย์ฝรั่งเศสที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เปรียบได้กับ Oval Office มุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของตำหนักส่วนตัวของกษัตริย์ (ตอนนี้เข้าชมได้เฉพาะทัวร์พร้อมมัคคุเทศก์) ห้องหัวมุมนี้ใช้เก็บ Bureau Du Roi โต๊ะทำงานที่ฝาบนม้วนเปิดปิดได้ โต๊ะนี้ออกแบบเมื่อปี 1760 เพื่อที่กษัตริย์จะได้ไม่ต้องเก็บกระดาษลับของพระองค์ทิ้งไป ในโต๊ะมีนาฬิกาฝังราคา 62,000 Livres ตามธรรมเนียมของราชสำนักฝรั่งเศส กษัตริย์และราชินี มีห้องบรรทมแยกกัน และอาจมีบันไดที่ให้กษัตริย์สามารถใช้ขึ้นห้องบรรทมได้อย่างเป็นส่วนตัวด้วย ห้องบรรทมของราชินีถูกใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1789 เมื่อม็อบของฝูงชนบ้าคลั่งบังคับให้พระนางมารีอองตัวเนตต์หนีไปทางประตูคนรับใช้

Hall of Mirrors เป็นห้องสุดสวยของพระราชวัง และมักจะถูกใช้เพื่อสยบบรรดาทูตานุทูต รวมถึงทูตจากสยามที่มาเข้าเฝ้าเมื่อปี 1686 และเปอร์เซียเมื่อปี 1715 ห้องนี้เป็นประจักษ์พยานความอัปยศของฝรั่งเศสเมื่อปี 1871 ตอนที่กองทัพปรัสเซียบุกยึดแวร์ซายส์ และใช้ห้องนี้ประกาศตั้งจักรวรรดิเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ฝรั่งเศสล้างแค้นได้สำเร็จ กองทัพเยอรมันที่พ่ายแพ้ก็ต้องมาลงนานสนธิสัญญาอันน่าเจ็บปวดในห้องเดียวกันนี้ พระราชอุทยานของแวร์ซายส์ ทอดยาวไกลสองไมล์ทางตะวันตกของพระราชวัง โดยใช้น้ำเป็นตัวชูโรง ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 สวนนี้มีน้ำพุ 2,400 อัน ลำธารและอุปกรณ์น้ำอื่น ๆ และแม้ว่าหนึ่งในสามของงบประมาณการก่อสร้างพระราชวังถูกใช้ไปสำหรับวางระบบน้ำ แต่มันก็ทำงานได้ลำบากเต็มที ในช่วงแรก ๆ น้ำพุโดยมากจะถูกเปิดเฉพาะตอนกษัตริย์เดินผ่าน โดยคนรับใช้จะผิวปากให้สัญญาณแก่กัน เพื่อแจ้งว่ากษัตริย์มาแล้ว

You May Also Like