บทความพิเศษสรุปจากสำนักข่าว AP [รูปประกอบจากแฟ้มภาพ]
หลังจากโลกได้รู้จักกับไวรัสอันร้ายกาจอย่างโควิด -19 มาร่วมปี ภาพเมืองใหญ่ทั่วโลกที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ก็กลายเป็นเมืองร้างจากการล็อกดาวน์ ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ปารีส โรม ลอนดอน แม้แต่กรุงเทพฯ (ในช่วงการระบาดรอบแรก)
แต่สำหรับเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ใช่กระแสหลัก มักไม่ค่อยมีใครรับรู้ความเป็นไป หรือกล่าวถึงมากนัก หนึ่งในนั้น คือ เชฟชาอูน (Chefchaouen) เมืองเล็กๆใจกลางภูเขารีฟ (Rif) แห่งประเทศโมร็อกโก เชฟชาอูน เมืองป้อมปราการที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 15 เพื่อเป็นฐานในการต่อสู้กับชาวสเปน และโปรตุเกสที่พยายามจะเข้าครอบครองโมร็อกโก
ราวยุค 1930 เมืองได้สร้างเอกลักษณ์เด่นสมญานามว่า เมืองสีฟ้า เนื่องจากบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้า-น้ำเงินสดใสไปทั้งเมืองจากความเชื่อทางศาสนาแบบชาวยิว ว่าสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้า ท้องฟ้า ท้องทะเล สีฟ้าจึงสื่อแทนการระลึกถึงพระเจ้าของชาวเมือง และก็ทำให้เมืองโบราณกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ในแบบฉบับตัวเอง ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้ไปเยือน เมื่อเกิดการระบาดของโควิด 19 เมืองเชฟชาอูนแทบไม่ได้รับผลกระทบในแง่ของการระบาดโดยตรง เนื่องจากเมืองมีขนาดเล็กในหุบเขา ทำให้ควบคุมง่ายในการตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่ให้ใครเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่ แต่เมื่อโมร็อกโก จำเป็นต้องเริ่มเปิดประเทศเพื่อให้พยุงให้เศรษฐกิจเริ่มเดินต่อไปได้ ความเงียบเหงาก็ยังปกคลุมเมืองสีฟ้าอยู่ดังเดิม เพราะปราศจากนักท่องเที่ยวเฉกเช่นวันวาน
ในช่วงวันหยุดคริสต์มาสไปจนถึงปีใหม่ที่ผ่านมา เชฟชาอูน มีเพียงนักท่องเที่ยวท้องถิ่นจำนวนไม่มาก แทนที่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปและนักท่องเที่ยวชาวจีนแบบหลายปีที่ผ่านมา และหากเป็นเมื่อก่อน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่โรงแรม ที่พักต่างๆในเมืองก็แทบไม่เหลือห้องว่าง นอกจากนี้ เมื่อยังมีการใช้มาตรการเคอร์ฟิว ร้านรวงในย่านสำคัญของเมืองก็ต้องรีบปิดก่อนเวลา ยิ่งทำให้เมืองเงียบเชียบไปกว่าเดิม การระบาดของโควิด-19 ในโมร็อกโก คร่าชีวิตผู้คนไปมากถึง 7,618 พันราย (อัปเดท 6 ม.ค. 2021) ขณะที่ทั่วโลกก็ยังประสบปัญหาหนักหน่วงไม่น้อยไปกว่ากัน จึงยังไม่มีใครบอกได้ว่า นักท่องเที่ยวจะกลับมาเยือนเมืองสีฟ้าแห่งนี้ได้อีกเมื่อไหร่
แต่สุดท้ายแล้ว บางทีการที่เชฟชาอูน กลายเป็นเมืองเหงาๆ ร้างๆ ในอีกมุมหนึ่งก็นับว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ชาวท้องถิ่นจะได้มีเวลาซึมซับความเงียบสงบของเมืองตนเองได้อย่างแท้จริง
หลังจากโลกได้รู้จักกับไวรัสอันร้ายกาจอย่างโควิด -19 มาร่วมปี ภาพเมืองใหญ่ทั่วโลกที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ก็กลายเป็นเมืองร้างจากการล็อกดาวน์ ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ปารีส โรม ลอนดอน แม้แต่กรุงเทพฯ (ในช่วงการระบาดรอบแรก)
แต่สำหรับเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ใช่กระแสหลัก มักไม่ค่อยมีใครรับรู้ความเป็นไป หรือกล่าวถึงมากนัก หนึ่งในนั้น คือ เชฟชาอูน (Chefchaouen) เมืองเล็กๆใจกลางภูเขารีฟ (Rif) แห่งประเทศโมร็อกโก
ราวยุค 1930 เมืองได้สร้างเอกลักษณ์เด่นสมญานามว่า เมืองสีฟ้า เนื่องจากบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้า-น้ำเงินสดใสไปทั้งเมืองจากความเชื่อทางศาสนาแบบชาวยิว ว่าสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้า ท้องฟ้า ท้องทะเล สีฟ้าจึงสื่อแทนการระลึกถึงพระเจ้าของชาวเมือง และก็ทำให้เมืองโบราณกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ในแบบฉบับตัวเอง ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้ไปเยือน
แต่สุดท้ายแล้ว บางทีการที่เชฟชาอูน กลายเป็นเมืองเหงาๆ ร้างๆ ในอีกมุมหนึ่งก็นับว่าเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ชาวท้องถิ่นจะได้มีเวลาซึมซับความเงียบสงบของเมืองตนเองได้อย่างแท้จริง






