Elliðaey เกาะเล็กๆที่ห่างไกล และว่างเปล่าเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ Vestmannaejar นอกชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ Elliðaey มีจุดเด่น คือ บ้านสีขาวโดดเดี่ยวสะดุดตาบนเนินเขาเขียวขจี เป็นภูมิทัศน์ที่อลังการแปลกตาจนบางครั้งนึกว่าเป็นภาพตกแต่งจากคอมพิวเตอร์กราฟิก
องค์ประกอบของภาพที่เห็นนั้นช่างน่าทึ่ง เกาะลักษณะเนินผาหินขนาดมหึมาตระหง่านอยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรแอตแลนติกที่สาดกระทบโขดหินรอบๆ บ้านสีขาวหลังกระจิริดราวกับเป็นบ้านโดดเดี่ยวที่ห่างไกลที่สุดในโลก ซึ่งความโดดเดี่ยวดังกล่าว ก็ได้ก่อให้เกิดทฤษฎีและคำถามมากมายเกี่ยวกับผู้ที่อาศัยอยู่ที่นั่น ข่าวลือครั้งแรก มีสื่อไปตีข่าวว่า รัฐบาลไอซ์แลนด์มอบเกาะนี้แก่ “Björk” นักร้องสาวไอซ์แลนด์ ผู้เป็นศิลปินระดับตำนานในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บ้างก็ว่า Björk ต้องการสร้างสถานที่พักผ่อนบนเกาะห่างไกล และกำลังเจรจากับรัฐบาลเพื่อสร้างบ้านกับสตูดิโอไว้บันทึกเสียง อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นข่าวลือเท่านั้น เพราะ Björk ได้หารือกับรัฐบาลไอซ์แลนด์จริง แต่เป็นเกาะแห่งอื่น ที่ชื่อพ้องกันเฉยๆ บ้านประหลาดบนเกาะที่ไม่มีใครอยู่ จึงยังเป็นปริศนาให้เหล่านักทฤษฎีตีความไปเรื่อย อีกหนึ่งกระแสยอดนิยมเล่าว่า สร้างโดยมหาเศรษฐีนอกรีตที่วางแผนจะย้ายไปพำนักเผื่อเกิดซอมบี้ระบาด ไปจนถึงบอกว่าเป็นสถานที่พักผ่อนที่มีนักบวชผู้คลั่งศาสนาเป็นเจ้าของ
นอกจากนี้ ยังมีคนคาดเดาอีกว่า บ้านหลังนี้ไม่มีอยู่จริง อาจเป็นเพียงแค่การแต่งภาพให้เกาะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่เมื่อเข้าเรื่องข้อเท็จจริง ว่ากันว่าเคยมีคนอาศัยอยู่บนเกาะตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แต่เมื่อถึงช่วงทศวรรษที่ 1930 ก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่นอีก ข้อสันนิษฐานนั้นคาดเดาได้ไม่ยากนัก เพราะภูมิศาสตร์ที่แสนลำบาก โดดเดี่ยว และใครก็ตามที่อาศัยอยู่บนนั้น ก็มีเพียงปลาและนกพัฟฟิน เป็นแหล่งอาหารหลักเท่านั้น โดยช่วงทศวรรษที่ 1930 ผู้อยู่อาศัยที่เหลือราว 5 คน ตัดสินใจย้ายไปแผ่นดินใหญ่ และนั่นก็ทำให้เกาะแห่งนี้ก็ว่างเปล่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แล้วบ้านสีขาวมาจากไหน?
แม้การใช้ชีวิตบนเกาะ Elliðaey มีความยากลำบาก แต่ที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของนกพัฟฟินและนกทะเลพันธุ์ต่างๆจำนวนมาก ทำให้ยังมีคนแวะกลับมาที่เกาะเพื่อล่ามัน โดยในปี 1950 สมาคมล่าสัตว์ตัดสินใจสร้างฐานบนเกาะเพื่อให้การเดินทางเหล่านี้ง่ายขึ้น บ้านสีขาวหลังนี้จึงเป็นที่พักชั่วคราวสำหรับนักล่าสัตว์
กระนั้นบ้านหลังเล็กสีขาวอันโดดเดี่ยวไม่มีน้ำประปาหรือไฟฟ้า อำนวยความสะดวกใดๆ มีเพียงห้องอาบน้ำที่ยังต้องรอให้มีน้ำฝนจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงยุคปัจจุบัน เมื่อกระแสการอนุรักษ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ เกาะจึงได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการว่าเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและพื้นที่คุ้มครอง แต่ก็มีบริษัททัวร์คาบสมุทร Vestmannaejar ที่จัดแพ็คเกจเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ เพื่อให้นักเดินทางได้มีประสบการณ์ไปเยือนเกาะเวิ้งว้างกับบ้านสีขาวอันโดดเดี่ยวแห่งนี้
องค์ประกอบของภาพที่เห็นนั้นช่างน่าทึ่ง เกาะลักษณะเนินผาหินขนาดมหึมาตระหง่านอยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรแอตแลนติกที่สาดกระทบโขดหินรอบๆ บ้านสีขาวหลังกระจิริดราวกับเป็นบ้านโดดเดี่ยวที่ห่างไกลที่สุดในโลก ซึ่งความโดดเดี่ยวดังกล่าว ก็ได้ก่อให้เกิดทฤษฎีและคำถามมากมายเกี่ยวกับผู้ที่อาศัยอยู่ที่นั่น
นอกจากนี้ ยังมีคนคาดเดาอีกว่า บ้านหลังนี้ไม่มีอยู่จริง อาจเป็นเพียงแค่การแต่งภาพให้เกาะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ
แล้วบ้านสีขาวมาจากไหน?
แม้การใช้ชีวิตบนเกาะ Elliðaey มีความยากลำบาก แต่ที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของนกพัฟฟินและนกทะเลพันธุ์ต่างๆจำนวนมาก ทำให้ยังมีคนแวะกลับมาที่เกาะเพื่อล่ามัน โดยในปี 1950 สมาคมล่าสัตว์ตัดสินใจสร้างฐานบนเกาะเพื่อให้การเดินทางเหล่านี้ง่ายขึ้น บ้านสีขาวหลังนี้จึงเป็นที่พักชั่วคราวสำหรับนักล่าสัตว์
กระนั้นบ้านหลังเล็กสีขาวอันโดดเดี่ยวไม่มีน้ำประปาหรือไฟฟ้า อำนวยความสะดวกใดๆ มีเพียงห้องอาบน้ำที่ยังต้องรอให้มีน้ำฝนจากธรรมชาติ






