Search
Close this search box.

Gulangyu เกาะเปียโน มรดกโลกแห่งเซียะเหมิน

อัญมณีน่าทึ่งริมชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเซียะเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยนทางตอนใต้ของจีน ล้วนตัดสินใจที่มาจะเยือนยังสถานที่แห่งนี้ นั่นก็เพราะเกาะเปียโน เปรียบเสมือนอัญมณีอันน่าทึ่งริมชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน
ไม่น่าเชื่อว่าบนเนื้อที่เพียง 1.88 ตารางกิโลเมตรนั้น ล้วนอัดแน่นด้วยเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อีกทั้งชื่อเสียงในแง่ของ “เกาะแห่งเสียงดนตรี” ก็ยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้น่าค้นหาอีกเป็นเท่าตัว และเพื่อให้สมชื่อ บนเกาะยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนดนตรี Xiamen Music School อีกด้วย อาคารอิฐสีแดงส้ม สถาปัตยกรรมโคโลเนียล เป็นเสมือนไอคอนบนเกาะนี้ที่ไม่ว่าจะเดินไปบนถนนสายไหน ก็สามารถพบเจอได้ทุกย่างก้าว  ส่วนหนึ่งเพราะกู่ลั่งหยวี่ เคยเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้อาณานิคมอังกฤษหลังจบสงครามฝิ่น ในช่วงปี 1842 อาคารแห่งแรกบนเกาะนี้ จึงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ทำการกงศุลของอังกฤษในสองปีถัดมา (1844) นอกจากนั้นยังมีสถานกงศุลของประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับสิทธิพิเศษนอกเขตอำนาจจากสงครามในครั้งนั้นมาตั้งถิ่นฐานบนเกาะนี้เช่นกัน ทั้งฮอลแลนด์ เยอรมัน สเปน และญี่ปุ่น รวมถึงโบสถ์เก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ว่ากันว่าประชากรบนเกาะนี้มีอยู่ประมาณ 20,000 คน (และจะไม่เพิ่มไปมากกว่านี้ ด้วยนโยบายห้ามคนนอกเข้ามาตั้งถิ่นฐาน) และมีจำนวนเปียโนมากถึง 600 หลัง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร นี่จึงเป็นหนึ่งในที่มาของชื่อที่เรียกกันจนติดปากว่าเกาะเปียโนนั่นเอง
อีกส่วนหนึ่งนั้นเพราะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เปียโน ตั้งอยู่เหนือสวน Shuzhuang เกิดขึ้นโดยนักสะสมเปียโน นามว่า หู โหย่วยี่ ภายในจะได้พบกับเปียโนเก่าแก่ จำนวนกว่า 80 หลัง ทั้งหมดล้วนเป็นของสะสมของคุณหู และผลิตจากต่างประเทศทั้งหมด และล้วนมีความแตกต่างกันทั้งขนาด รูปทรง และลวดลาย สะพานสีขาวทอดเป็นทางเดินยื่นลงไปในทะเล เป็นส่วนหนึ่งของการเดินชม Shuzhuang Garden สวนขนาดใหญ่บนเนินเข้าของ Lin Erjia มหาเศรษฐีชาวไต้หวัน ที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานบนเกาะแห่งนี้ จากคำบอกเล่านั้น สวนที่เห็นบนเกาะแห่งนี้ยังเป็นเพียงแค่สวนเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับสวนเดิมของเขาที่ไต้หวัน สะพานที่ไว้สำหรับเดินชมวิวริมทะเลมีชื่อว่า สะพาน 44 เพราะสร้างแล้วเสร็จในวันเกิดปีที่ 44 ของเขาพอดี (1919) เหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นในปี 2016 สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อต้นไม้ใหญ่บนเกาะแทบทุกจุด แต่เหล่าอาคารอันงดงามนั้นกลับรอดพ้นมาได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะฉะนั้นในหลากหลายจุดบนเกาะจะพบเห็นซากต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มอยู่ข้างทางบ้าน หรือล้มขวางทางบ้างก็มีเช่นกัน ปัจจุบันอาคารเก่าแก่ได้ปรับปรุงให้กลายเป็นร้านอาหาร และคาเฟ่น่านั่งหลากหลายร้านให้เลือก รวมไปถึงร้านหนังสือต่างประเทศ ที่อยู่ภายใต้คฤหาสน์หลังใหญ่สุดคลาสสิคจากต้นยุคศตวรรษที่ 20 การเดินทางมายังกู่ลั่งหยวี่ มีเรือเฟอร์รี่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง การเดินทางใช้เวลาประมาณ 7 นาที
ช่วงกลางวัน จากท่าเรือ Dong Du ทุก 20 นาที เวลา 07.00-17.40 น. (ถึง 18.40 ในเดือนมิถุนายน-กันยายน)
ช่วงเย็น จากท่าเรือ Lun Du ทุก 15-20 นาที เวลา 17.50-23.45 น. (เริ่ม 18.50 ในเดือนมิถุนายน-กันยายน)
ช่วงกลางคืน จากท่าเรือ Lun Du ทุก 1 ชั่วโมง เวลา 00.15-6.30 น.

สามารถซื้อบัตรโดยสาร จากตู้จำหน่ายตั๋วบริเวณท่าเรือ ราคาเที่ยวละ 35 หยวน

You May Also Like