Search
Close this search box.

ชีวิตและความตายในสุลาเวสี

สู่ดินแดน ทานา โทราจา ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น และความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย
มุ่งสู่สุลาเวสีตอนใต้ สำรวจเกาะที่มีรูปร่างสุดประหลาดในอินโดนีเซีย ลึกเข้าสู่ดินแดน ทานา โทราจา ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยวิถีของคนเป็นและความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายอันน่าทึ่ง Rantepao : The land of Toraja culture
เดินทางลึกเข้าไปดินแดนแห่งเทือกเขาสูงของสุลาเวสีตอนใต้ ซึ่งเต็มไปด้วยนาข้าวขั้นบันไดนั้นคือดินแดนแห่งทานา โทราจา (Tana Toraja) ที่มีเอกลักษณ์ในด้านวัฒนธรรมที่ถูกเก็บงำไว้อย่างโดดเด่น ด้วยวิถีชีวิต วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม  และพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายที่เป็นเอกลักษณ์ ถนนสองเลนที่ทอดขึ้นไปจากใต้สุดสู่เหนือสุดมุ่งสู่พื้นที่ภูเชาสูง เอกลักษณ์ที่ทำให้รู้ว่าได้เข้าสู่ดินแดน แห่งทานาโทราจาที่เป็นภาพอาคารทรงท้องถิ่นที่มีทรงหลังค้าหงายแหงนทั้งสองด้าน อันเชื่อว่าจำลองจากรูปทรงเขาควาย หรือบ้างก็บอกว่าเป็นรูปเรือที่เชื่อว่าเป็นพาหนะที่นำกษัตริย์แห่งดินแดนโทนาจามาจากสวรรค์อัน เป็นรูปทรงอาคารที่โดดเด่นที่สุดแบบหนึ่งในโลก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากมายมักหลั่งไหลมาที่นี่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน เพื่อมีส่วนร่วมในเทศกาลจัดงานศพซึ่งมีการอย่างยื่งใหญ่ ว่ากันว่าวิถีชิวิตของผู้คนชาวโทราจานั้นดำรงอยู่โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของความตายและการจัดพิธีศพ ซึ่งถือเป็นเช่นงานที่สำคัญที่จัดให้กับผู้ล่วงลับราวกับ  ‘การเฉลิมฉลอง’  โดยในงานศพแต่ละงานมีการจำนวนแขกและผู้คนหลายร้อยหลายพันมาร่วมงาน ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการร้องรำ และดื่มกินกันอย่างเต็มที่เป็นเวลาหลายวัน ซึ่งเต็มไปด้วยพิธีกรรมและการสังเวยชีวิตสัตว์ต่าง ๆ  ด้วยเชื่อว่าเป็นการส่งเพื่อติดตามผู้ตายไปสู่ภพใหม่แห่งความเป็นนิรันดร์ เพราะความตายของชาวทานาโทราจานั้นไม่ใช่การสูญสิ้นไปไหน หากเป็นการย้ายภพไปสู่ที่แห่งใหม่เท่านั้น เนื่องจากควายเป็นสัตว์ที่ได้รับการเชิดชูและเป็นมีมูลค่าสูงส่งในสังคมโทราจา  โดยเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง และพลังของแผ่นดิน จึงปรากฎภาพควายอยู่ในรายละเอียดการตกแต่ง ต่าง ๆ โดยมีมีควายหลากลักษณะที่พบเห็นได้ โดยเฉพาะควายเผือกที่มีจุดและลวดลายเฉพาะเจาะจงอาจมีค่ามากสองแสนกว่าบาทต่อหนึ่งตัวที่ใช้ในการสังเวยในพิธีศพ อาคาร ตนโคนัน (Tonkonan) ที่พบเห็นนั้นคืออาคารที่ใช้เป็นศูนย์รวมเพื่อประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย รวมถึงยุ้งข้าวที่สร้างขึ้นเป็นทรงเดียวกันโดยมีขนาดเล็กกว่า โดยในหนึ่งตระกูลจะสร้างตนโคนันไว้อย่างน้อยหนึ่งหลัง ซึ่งมีการประดับด้วยกระโหลกและเขาควายที่ผ่านการสังเวยในงานพิธีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนของกระโหลกควายที่ประดับอยู่ที่เสาของตนโคนนนั้นยิ่งมีมากก็แสดงถึงความมั่งคั่งและสถานะภาพของตระกูลนั้น คุณลุงอธิบายว่างานศพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้สมเกียรติคนตาย เพื่อความสุขของคนอยู่ โดยในบางงานนั้นกินระยะเวลาหลายวัน ด้วยปริมาณแขกผู้ร่วมงานที่มากอาจถึงหนึ่งแสนคน โดยครอบครัวต่าง ๆ ในสายตระกูลจะช่วยกันในเรื่องของการรับรองแขกของตน ซึ่งในงานของผู้ที่มีสถานะในชุมชนนั้นอาจต้องสังเวยควายกว่า 20 ตัวเลยทีเดียว ทางใต้ของเมืองรันเตเปา สู่ทิศตะวันออกของเมืองมาคาเล (Makale) นั้นมีสถานที่น่าชมหลายแห่งเกี่ยวกับวัฒนธรรมหลังความตายและการฝังคมของชาวโทราจา โดย Kambila ใน Sangalla เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งได้รับความสนใจเนื่องจากเป็น ที่ตั้งของ Tree Grave หรือ สุสานต้นไม้ ที่ซ่อนอยู่ในมุมสงบด้านหนึ่งของชุมชน ในบริเวณร่มครึ้มและเงียบวังเวง มีต้นไม้สูงใหญ่ซึ่งถูกเจาะทำให้เป็นโพรงตลอดต้นและปิดด้วยประตูเล็กๆ ที่ดูเหมือนกับปิดตายไว้เช่นนั้นตลอดกาล “ เราเชื่อว่าทารกนั้นยังบริสุทธิ์ จึงนำมาฝังไว้ในต้นไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและการเติบโตต่อไปด้วย ต้นไม้ที่เห็นอยู่นั้นมีมานานแล้ว แต่ตอนนี้เราไม่ได้ฝังศพเด็กแบบนี้มานานแล้ว”  หญิงชราผู้เฝ้าสุสานวัย 80 เล่าให้ฟังถึงความเชื่อและการฝังศพของชาวโทราจาที่มีเอกลักษณ์ ซึ่ง Tree Grave นี้ยังมีกระจัดกระจายในชุมชนอื่น ๆ ด้วย ใกล้ ๆ กันกับ Sauya สุสานที่ถูกเจาะเข้าไปในหน้าผากับบรรดาตุ๊กตา ‘เตาเตา’ ที่ประดับไว้ตามช่องหินราวกับคนที่มีชีวิตจริง ผู้ที่ชอบความลึกลับและอารมณ์การค้นพบราวกับ อินเดียน่า โจนส์นั้น ไม่มีที่ใดเหมาะไปกว่าการไปเยือน Tampangallo สุสานในเถื่อนถ้ำผสมกับสุสานแขวนที่เก่าแก่ ภายในถ้ำที่เข้าได้จากสองทางนั้นมี โรงไม้ที่แกะสลักลวดลายแม้ผุพังแต่ยังคงลายละเอียดที่สวยงาม และที่โดดเด่นที่สุด คือตุ๊กตา ‘เตาเตา’ ที่ถูกวางเคียงกันไว้กับผนังถ้ำที่สูงขึ้นไปราวกับเฝ้ามองผู้เข้ามาสู่สุสานแห่งนี้ ซึ่งจัดว่าเป็นสุสานสำคัญที่เป็นของผู้นำแห่ง Sangalla ผู้สืบสายโลหิตมาจากบรรพบุรุษผู้ที่เชื่อว่ามาจากสวรรค์และเป็นผู้ที่นำเรื่องของระบบวรรณะ พิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย และวิถีแห่งการเกษตรมาสู่ชุมชนชาวโทราจาในอดีต Den Upa Rombelayul สตรีที่มีบทบาทในฐานะของผู้นำของชุมชน Nangala ทางตะวันออกของรันเตเปา รวมทั้งยังเป็นผู้มากที่สุดคนหนึ่งในเรื่องของสิทธิของกลุ่มชาติพันธิ์ในอินโดนีเซียผู้นำแห่ง Indigenous People Association เล่าว่าชาวโทราจาคือกลุ่มชาติพันธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งสุลาเวสี  ที่ยังรักษาความเชื่อและแนวปฏิบัติไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะได้รับการปฏิบัติในวิถีชีวิตประจำวันของคนและชุมชนในปัจจุบัน แม้ชาวโทราจาส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาคริสต์แล้วก็ตามก็ยังผสมกลมกลืนวิถีปฏิบัติได้

You May Also Like