ล่องไปในอินเล

ทะเลสาบแห่งชีวิต

ประกายระยิบของแปลวแดดสะท้อนในทะเลสาบอินเลวิบวับ เกิดจากคลื่นเรือที่นำเราล่องลอยอยู่เหนือทะเลสาบที่มีเงาของท้องฟ้าที่ทอดลงในผืนน้ำที่กว้างใหญ่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขาอันเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม ทะเลสาบอินเลในรัฐฉานตอนบน เป็นที่ซึ่งคุณจะได้เข้าไปสัมผัสกับชีวิต ที่แท้จริงของชาวอินทา (Intha) ที่แปลว่าลูกแห่งทะเลสาบ

สำหรับคำแปลที่ว่านั้นคงไม่เกินจริง เพราะผู้คนที่อาศัยในทะเลสาบอินเลแห่งรัฐฉานมีความพันผูกกับสายน้ำอย่างแนบแน่น ในทะเลสาบอันกว้างใหญ่ได้พบเห็นชาวประมงอินทา ยืนพายเรือด้วยขาอย่างชำนิชำนาญ ขณะที่มือหนึ่งทอดแหจับปลาอย่างคล่องแคล่ว 

อีกด้านหนึ่งของทะเลสาบมีสวนลอยน้ำที่สร้างขึ้นจากกอวัชพืชและโคลนปักไว้ด้วยหลักไม่ไผ่ แสดงถึงภูมิปัญญาของชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่กับธรรมชาติได้อย่างดี ปลูกพริก แตงกวา และผักต่าง ๆ โดยเฉพาะมะเขือเทศลูกดกแห่งอินเลที่เลื่องลือในรสชาติ ซึ่งเป็นผลผลิตที่ส่งไปขายทั่วเมียนมา การเดินทางไปสัมผัสโลกแห่งทะเลสาบอินเลนั้นมักเริ่มต้นที่เมืองยองชเว (Nyaungshwe) อันเป็นจุดที่เชื่อมโลกแห่งแผ่นดินและทะเลสาบอินเลเข้าด้วยกัน ชาวท้องถิ่นกล่าวว่าทะเลสาบอินเลที่มีรูปทรงเหมือนจิ้งจก เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำมากกว่า 20 สาย

ในทะเลสาบความยาวกว่า 13 ไมล์ครึ่ง ประกอบด้วยหมู่บ้าน กระจัดกระจายอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบมาากกว่า 30 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านทำอาชีพประมง การทำสวนลอยน้ำ และงานหัตถกรรมต่าง ๆ ที่หมู่บ้านอินพอโคน (In Phaw Khone) มีการทอผ้าจากใยบัวที่น่าสนใจ เราพบกับ เมียะอู (Nang Mya Oo) ชาวไทใหญ่เจ้าของร้าน Mya Setkyar เล่าถึงประวัติความเป็นมาของผ้าใยบัวให้ฟังว่า เกิดขึ้นเมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษที่แล้ว จากการที่หญิงชราในหมู่บ้านนำใยจากก้านบัว มาทำเป็นเส้นด้ายแล้วทำไปทอเป็นผ้าเพื่อถวายเป็นจีวรพระ ซึ่งได้กลายเป็นธรรมเนียมแพร่หลายต่อมา

แต่เมื่อไม่เกินสิบห้าปีมานี้ มีการนำมาเป็นพัฒนาเป็นผ้าคลุมไหล่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว สนนราคาผ้าใยบัวนั้นมีมูลค่าสูง เนื่องจากขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากและต้องอาศัยทั้งความชำนาญของผู้ทออีกด้วย “ผ้านี้เราถือเป็นผ้าศักดิ์สิทธิ์เพราะมาจากใยบัว ผ้าคลุมไหล่ผืนเล็กๆ ที่เห็นอาจต้องใช้ก้านบัวกว่าแปดพันก้าน และใช้เวลาในการทอถึงหนึ่งเดือน”

นอกจากเรื่องของการทอผ้า ในทะเลสาบอินเลยังมีหมู่บ้านที่ทำเครื่องเงิน งานตีเหล็ก ทำบุหรี่ และทำกระดาษ อันเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว ที่มาเยือนแวะชมวิถีชีวิตและงานหัตถกรรมท้องถิ่น ในทะเลสาบอินเลมีวัดที่สำคัญที่สุดแห่งรัฐฉาน ซึ่งประดิษฐานพระบัวเข็มอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วย ได้แก่วัดพองดอว์อู (Phaung Daw Oo Paya) อันเป็นเสมือนศูนย์กลางทางจิตใจของชาวอินทา ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

ภายในศูนย์กลางของวัด คือ แท่นบูชาองค์พระบัวเข็มอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าองค์ ที่มองเห็นรูปร่างเพียงก้อนทองกลม ๆ จากปริมาณทองคำที่เกาะหนา ด้วยศรัทธาที่ท่วมท้นของชาวเมียนมาที่พากันมาปิดทองบูชาพระบัวเข็มสักครั้งในชีวิต

ใครที่เดินทางมาในช่วงก่อนเทศกาลออกพรรษาราวปลายเดือนกันยายนนั้น อาจได้ร่วมเทศกาลอัญเชิญพระบัวเข็มไปบนเรือการะเวกในทะเลสาบด้วย วัดอีกแห่งหนึ่งที่น่าชม คือ วัดนะเพเจา (Nga Phe Kyaung) หรือที่เรียกกันว่าวัดแมวกระโดด เพราะที่เคยมีชื่อเสียงเรื่องพระฝึกแมวกระโดด ลอดบ่วงให้นักท่องเที่ยวได้ชม แม้วันนี้แมวชราจะไม่ยอมกระโดดแล้ว แต่ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้อันที่จริงอยู่ ที่พระพุทธรูปและซุ้มพระจำนวนมากมาย ที่มีศิลปะที่งดงาม ทั้งแบบไทยใหญ่ อังวะ และพุกามที่อยู่ในวัดซึ่งหาชมที่ใดได้ยากยิ่ง ทะเลสาบอินเลคือหนึ่งในภูมิทัศน์ที่น่าชมแห่งเมียนมาที่นักเดินทางต่างเดินทางมาชื่นชม และสัมผัส ความเรียบง่าย วิถีชิวิตและวัฒนธรรมแห่งชาวอินทา ด้วยความกว้างใหญ่ของอินเลคุณจะไม่เคยรู้สึกว่ามีนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นเกินไป มีที่นี่มุมสงบให้ได้พักผ่อนในที่พักบนทะเลสาบหลายแห่งที่มีท้องฟ้ากับผืนน้ำ และภูเขาที่ชวนให้ผ่อนคลายเสมอ

You May Also Like