Search
Close this search box.

อิสฟาฮาน อดีตราชธานีที่ยังเปล่งประกายจวบจนปัจจุบัน

ถ้าได้มาเยือน อิสฟาฮาน ก็เท่ากับเดินทางมาครึ่งโลก
ด้วยความยิ่งใหญ่ของ อิสฟาฮาน (Isfahan) ในอดีตที่เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมาสองครั้ง คือ ครั้งแรกเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอับบาสิด และเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียในอีกสมัย จึงเจริญเฟื่องฟูและรุ่งเรืองสุดๆ ถึงกับมีคำกล่าวเปรียบเปรยว่า ถ้าได้มาเยือน อิสฟาฮาน ก็เท่ากับได้เดินทางมาครึ่งโลกแล้ว

เนื่องจากอิสฟาฮานเป็นศูนย์กลางทางศาสนาด้วย ที่นี่มีมัสยิดกว่า 160 แห่ง มัสยิดสำคัญที่ต้องไปเยือนให้ได้ คือ มัสยิด อิหม่าม หรือ มัสยิดหลวง (Masjed-e Imam) ซึ่งอยู่ทางใต้ของจัตุรัส Naqsh – e Jahan โดมของมัสยิดใหญ่ตระการตามาก มีสถาปัตยกรรมแบบรวงผึ้งที่เพดานทางเข้ามัสยิด เรียกว่า Mogarnas ทำให้เพดานดูมีมิติ

 

กระเบื้องที่ใช้ในห้องต่างๆ และโถงด้านทิศใต้ สถาปนิกออกแบบให้เสียงก้องกังวาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาได้ยินเสียงเทศน์ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมี มัสยิด ซีคลอตฟุลเลาะห์ ก็ได้รับการยกย่องเป็นมัสยิดที่สวยที่สุดอีกแห่งของอิหร่าน โดยเฉพาะโดมและโถงตรงกลาง จากมัสยิดออกมาด้านหน้าที่เห็นเป็นลานกว้าง มีน้ำพุ คือ จัตุรัส Naqsh e- Jahan มีความยาว 510 เมตร กว้าง 163 เมตร ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน และได้รับสถานะเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1979 ในเมืองยังมีแกรนด์ บาซาร์ ลักษณะเหมือนตรอกซอกซอย มีของวางขาย ร้านค้าสองข้างทางยาวหลายร้อยเมตร ทั้งเครื่องเทศสีสันและกลิ่นเตะจมูก ร้านขายผ้า พรม ของที่ระลึก ชา กระดูกอูฐแกะสลัก ผ้าพิมพ์ลาย หม้อชามรามไหที่ทำจากทองแดง ที่ว่ากันว่าเอามาประกอบการทำอาหารได้อร่อย  Khajoo Bridge ที่สร้างข้ามแม่น้ำซายันเด ในเมืองอิสฟาฮาน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องไปเยือน มีความสำคัญเชื่อมทางเหนือกับย่านอาร์เมเนียทางด้านใต้ และเป็นเขื่อนควบคุมระดับน้ำ มีประตูระบายน้ำปิดเปิดด้วยสถาปัตยกรรมงดงาม มีป้อมอยู่ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1602 ในสมัยพระเจ้าอับบาสมหาราช ช่วงกลางสะพานชั้นบนมีห้องสำหรับให้กษัตริย์ประทับทอดพระเนตรวิวแม่น้ำ อิสฟาฮาน ยังมีย่านอาร์เมเนีย ที่น่าไปเยือน เป็นชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ เป็นชาวอาร์เมเนียนที่ลี้ภัยสงครามมาอาศัยในเมืองนี้ ส่วนสาเหตุที่กษัตริย์ในยุคนั้นยอมให้ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์ได้ มีเรื่องเล่าในประวัติศาสตร์ว่า กษัตริย์องค์ที่ป่วยไข้รักษาไม่หาย แต่ได้หมอของศาสนาคริสต์รักษาจนหาย จึงอนุญาตให้ศาสนาคริสต์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง โดยโบสถ์อาร์เมเนียนมีลักษณะแบบโดมมัสยิด แต่มีไม้กางเขนปักตรงกลาง เป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสานได้อย่างงดงาม

You May Also Like