Search
Close this search box.

Okawachiyama หมู่บ้านลับๆ ต้นกำเนิดสุดยอดเซรามิก

หมู่บ้านในหุบเขาที่กำเนิดงานเซรามิกระดับโลก
เรื่อง/รูป: พัฒนา นิธิพัฒนปัญญา
ในจังหวัด Saga ทางตอนใต้ของเกาะญี่ปุ่น มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิด พอร์ซเลน (Porcelain) หรือเซรามิกเนื้อขาว ของญี่ปุ่น และไม่น่าเชื่อว่าพอร์ซเลนของที่นี่ จะกลายเป็นต้นแบบให้กับ พอร์ซเลนชื่อดังระดับโลกอย่าง Meissen อีกด้วย หมู่บ้านที่ชื่อว่า โอคาวะจิยามะ (Okawachiyama) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา มีความสำคัญในด้านการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่นในฐานะที่เป็นต้นกำเนิดพอร์ซเลน ซึ่งแต่เดิมญี่ปุ่นก็ผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภท Earthernware ที่ใช้ดินเหนียวมาปั้นและเผาในอุณหภูมิประมาณ 1,000 องศาเซลเซียส มาตั้งแต่สมัยโจมง หรือ 12,000 ปี ก่อนแล้ว และพัฒนามาจนถึงยุคของ Stoneware ที่มีความคงทนกว่า เพราะใช้วัตถุดิบที่แข็งแรงกว่าอย่างดินขาว มาเผาในอุณหภูมิที่สูงขึ้น  แต่พัฒนาการขั้นสูงกว่านั้นญี่ปุ่นได้มาจากเกาหลี ในยุคของ Toyotomi Hideyoshi ญี่ปุ่นได้ส่งกองทัพเข้าไปยึดครองคาบสมุทรเกาหลีถึง 2 ครั้ง และได้มีการนำตัวช่างฝีมือด้านพอร์ซเลน มากักตัวไว้ที่หมู่บ้านโอคาวะจิยามะ เพื่อผลิตงานชั้นเยี่ยม และเก็บไว้เป็นความลับ

ด้วยสภาพหมู่บ้านปิดที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เข้าถึงได้ยาก เพราะด้านข้างและด้านหลังมีภูเขาล้อมรอบ ด้านหน้าก็สร้างประตูใหญ่ไว้มิให้ใครเข้าออกได้โดยง่าย จึงทำให้ความลับนี้ไม่กระจายออกไปยังโลกภายนอก เครื่องปั้นของโอคาวะจิยามะจึงเป็นของมีมูลค่าสูงมากในช่วงต้นยุคเอโดะ ภายหลังจึงได้มีการกระจายความรู้สู่เมืองข้างเคียงอย่างเช่น อาริตะ (Arita) ทำให้มีชิ้นงานออกสู่โลกภายนอกได้มากขึ้น และเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงศักดิ์ ต้องหาเครื่องปั้นของโอคาวะจิยามะ และอาริตะ อาทิ แจกัน หรือถ้วยชามมาเป็นเครื่องประดับประดา ทันทีที่เดินทางมาถึง โอคาวะจิยามะ และเข้าสู่เขตชุมชน เราทราบได้ทันทีว่า ที่นี่คือหมู่บ้านอันเป็นเป้าหมายของการเดินทาง เพราะแลนด์มาร์กอย่างประตูใหญ่ และสะพาน มีเครื่องปั้นดินเผาประดับประดาให้เห็นเด่นชัด เมื่อข้ามสะพานไปจะพบตำแหน่งที่ฝังร่างของบรรดาช่างฝีมือจากเกาหลี  ใกล้ๆกันกับเครื่องทุ่นแรงทำจากไม้ และใช้ระหัดวิดน้ำ ที่สร้างจำลองจากของเดิม แสดงให้เห็นวิธีการบดหินบดดินในสมัยก่อน และเมื่อเดินลอดผ่านสะพาน Potters ที่มีเซรามิคประดับประดาข้ามกลับมายังฝั่งหมู่บ้าน เราสามารถมองเห็นปล่องระบายความร้อนของเตาเผาที่มีอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้านร่วม 30 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และถูกปรับปรุงดัดแปลงให้เป็นร้านค้า แกลเลอรี ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ เดินไปในหมู่บ้านที่เสมือนว่าเวลาถูกหยุดนิ่งเอาไว้ จะพบบรรยากาศเก่าๆที่มีให้เห็นอยู่ตลอดทุกเส้นถนน ทุกตึกทุกอาคารล้วนมีเรื่องเล่า แวะถ่ายภาพ และเดินช้าๆซึมซับบรรยากาศผ่านร้านค้าสลับกับบ้านเรือน ข้ามสะพานTenjin ไปจนถึง Stepped Kilns เตาเผารูปแบบพิเศษที่สร้างบนเนิน โดยตระกูล Nabeshima ที่ใช้ผลิตงานในยุคแรกๆ ซึ่งสามารถสะสมความร้อนจากเตาด้านล่างไปยังเตาด้านบนจนมีอุณหภูมิสูงถึง 1,300 องศาเซลเซียส อันเป็นเคล็ดสำคัญในการผลิตพอร์ซเลนยุคต้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เดินมาถึงตรงนี้ จึงไม่มีโอกาสเห็น และถ้าเดินย้อนทวนน้ำขึ้นไปถึงสะพาน Tonbai มีพอร์สเลนชิ้นเล็กๆประดับประดาอยู่ทั้งสองฝั่งของลำธาร และอุดมไปด้วยต้นเมเปิ้ล เป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ลับตานักท่องเที่ยวเช่นกัน หากจะเก็บรายบรรยากาศและเรื่องราวของหมู่บ้านแบบละเอียดๆแม้ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง ก็ยังเก็บรายละเอียดไม่หมด แต่เชื่อว่า โอคาวะจิยามะ เป็นหมู่บ้านแห่งความลับ และความทรงจำในใจของใครๆหลายคนแน่นอน

You May Also Like