เทล อาวีฟ สีสันจัดจ้าน สไตล์อิสราเอล

เมืองที่รวมสีสันความเป็นที่สุดเอาไว้หลายด้าน
ขอให้ปล่อยวางความกังวลและความทรงจำเดิมๆเกี่ยวกับข่าวสารเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองออกไปก่อนเดินทางเข้าสู่ “เทล อาวีฟ” เพราะเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศอิสราเอล เต็มไปด้วยสีสันของการเป็นแหล่งแฮงเอาท์ ที่ไม่น้อยหน้าเมืองใหญ่ๆในทวีปยุโรปแต่อย่างใด

รับประกันด้วยฉายาที่ได้รับจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น “The city that never stops” ซึ่งช่วยนิยามภาพลักษณ์ด้านความบันเทิงของเมืองได้กลายๆ ทันทีที่ออกมาจากสนามบินเบน กูเรียน (Ben Gurion) นักท่องเที่ยวก็คงรับรู้ได้ถึงความคึกคัก ของวิถีชีวิตที่ขับเคลื่อนท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างสะดุดตาสถาปัตยกรรมล้ำสมัย ถนนหนทางที่ประดับตกแต่ง ราวกับย่านชานเมืองของยุโรป และตึกสูงริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่จะค่อยๆลบเลือน ภาพลักษณ์เดิมๆให้จดจำ ‘เทล อาวีฟ’ ในแบบใหม่ๆ สมกับที่ได้รับให้เป็น 1 ใน 3 เมืองสุดยอดนวัตกรรมจาก Urban Land Institute มาแล้ว มากไปกว่านั้น สิ่งที่แทรกซึมอยู่ในความทันสมัย คือ สีสันของแหล่งกิน ดื่ม เที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชอปปิงมอลล์ ชอปปิงสตรีท สินค้าแฮนด์เมดท้องถิ่น หรืออาร์ตแกลเลอรี ซึ่งล้วนมีพลังดึงดูดเงินในกระเป๋าให้ออกมาจับจ่าย ภัตตาคารหรูหรา คาเฟ่ ผับ บาร์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวสังสรรค์ในยามค่ำคืนสุดสัปดาห์ของชาวเมืองหลวงและเมืองโดยรอบ และไม่ควรพลาดไปสัมผัสบรรยากาศสุดอึกทึก บริเวณริมชายหาดในยามบ่ายวันศุกร์ จนกล่าวได้ว่า เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งใน Beach City ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้ ด้วยการเปิดรับวัฒนธรรมจากฝั่งยุโรปมาผสมกลมกลืนโดยไม่ขัดเขิน เทล อาวีฟ มีผับบาร์ดังๆ เช่น Irish Pub , English Bar ให้กลิ่นอายแบบชาวตะวันตก รวมถึงแหล่งเที่ยวเก๋ๆยามราตรี ในสไตล์ชาวท้องถิ่นที่บรรยากาศของความสนุกครึกครื้นนั้นสูสีไม่น้อยไปกว่ากัน

แถมยังเป็นเมืองปาร์ตี้ยอดนิยม ที่พร้อมเปิดกว้างอย่างไม่จำกัดเพศอีกด้วย เคยได้รับรางวัล The Best Gay City จนนับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นมิตรต่อชาว LGBTQ มากที่สุดในดินแดนตะวันออกกลาง  นอกจากสีสันสไตล์โมเดิร์น-ร่วมสมัยต่างๆแล้ว เทล อาวีฟ ยังมีอีกด้านที่ย้อนไปสู่บรรยากาศเก่าๆ ในฐานะเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก โดยมีย่านน่าสนใจที่ควรแวะชม เช่น เมืองเก่า Old Jaffa หรือตลาด Carmel 

You May Also Like