เมื่อพูดถึงประเทศตูนีเซีย บางคนอาจไม่แน่ใจว่าอยู่แถวไหนของแอฟริกา บางคนอาจคุ้นๆหูว่าเป็นทีมชาติฟุตบอลที่เคยร่วมฟุตบอลโลกในช่วงทศวรรษก่อน หรือบางทีไม่กี่ปีนี้บทสนทนาของเหล่านักเดินทางอาจเป็นเรื่องความปลอดภัย
แต่ภายหลังจากการฟื้นฟูประเทศหลังการปฏิวัติและความวุ่นวายทางการเมืองสิ้นสุดลง ตูนิเซียก็เริ่มต้อนรับการท่องเที่ยว ตามมาด้วยคำชื่นชมและเหตุผลต่างๆนานาว่า ทำไมประเทศในแดนแอฟริกาแห่งนี้ ถึงได้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าไปเที่ยวมาตั้งนานแล้ว หลังจากที่ภูมิภาคแอฟริกาเหนือโดนโมร็อกโก เฉิดฉายแบบเดี่ยวๆมานาน
อีกปัจจัยเล็กๆ คือ ตูนิเซีย นับเป็นประเทศมุสลิมที่มีหัวก้าวหน้าพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้สิทธิผู้หญิงแต่งงานกับคนนอกศาสนาได้ หรือแม้แต่เคยมีผู้สมัครชิงประธานาธิบดีที่ประกาศตัวว่าเป็นเกย์อย่างเปิดเผยมาแล้ว ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ในสายตานักท่องเที่ยวของประเทศตูนิเซียยิ่งดูน่าไปเยือนมากกว่าเดิมไม่มากก็น้อย
การเดินเที่ยวไปตามถนนโบกปูนสีขาวในตูนิส (Tunis) เมืองหลวงที่มีผู้คนหลายเชื้อชาติ ที่ได้อารมณ์ราวกับส่วนผสมเมืองในยุโรป หรือ ไปต่อราคาซื้อของในซุค (Souk) อันคึกคักมีชีวิตชีวา และเมืองแห่งนี้ ก็มักได้รับการกล่าวขานว่าเปรียบดังซานโตรินี เวอร์ชั่นแอฟริกัน
นักท่องเที่ยวชาวไทย ต้องขอวีซ่าตูนิเซีย ยื่นเอกสารผ่านสถานกงสุล
โดยจะดำเนินการเรื่องวีซ่าไปที่ประเทศอินโดนิเซีย และใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
ข้อมูลท่องเที่ยว













