Search
Close this search box.

‘แกรนด์ คาแนล’ ตำนานเล่าขานสายน้ำแห่งเวนิซ

118 เกาะอันน่าตื่นตาตื่นใจที่เชื่อมต่อกันโดยสะพาน
นครเวนิซเป็นที่เลื่องลือมาช้านานเรื่องความสวยสง่างาม กลุ่มเกาะเล็ก ๆ จำนวน 118 เกาะที่เชื่อมต่อกันโดยสะพานจำนวน 400 แห่ง และการเดินทางไปตามลำคลองน้อยใหญ่ที่โอบล้อมด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมงดงาม ทำให้เวนิซมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนเมืองใด ๆ บนโลก และนี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแกรนด์ คาแนลในเวนิซ เมืองแห่งสายน้ำอันแสนโด่งดัง กอนโดลา เรือพายของชาวบ้านกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำเวนิซมาเนิ่นนานนับร้อยปี และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความโรแมนติกที่คู่รักจะต้องมานั่งเอนกายลงบนเบาะนุ่ม ๆ แล้วล่องเรือชมเมืองนี้สักครั้ง กอนโดลามีชื่อเสียงด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ มีขนาดของเรือทางด้านขวาที่มีความกว้างน้อยกว่าด้านซ้ายถึง 24 เซนติเมตร ทำให้เรือกอนโดลานั้นเอียงจมไปทางด้านขวามากกว่าเสมอ เหตุผลนั้นเพื่อชดเชยแรงของผู้พาย ด้วยศักยภาพทางทะเล เวนิซจึงต้องเผชิญโรคระบาดบ่อยครั้ง เพราะเชื้อโรคที่ประชากรนักท่องโลกนำติดตัวมาด้วย บ่อยครั้งหลังจากรอดพ้นภัยโรคระบาด จะมีการสร้างสถานที่บูชามาเพื่อแสดงความขอบคุณ เวนิซมี ‘โบสถ์โรคระบาด’ 5 แห่งกระจายรอบเมือง รวมทั้งโบสถ์ Santa Maria della Salute ที่สร้างสมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่ปลายคลองแกรนด์ คาแนล รูปปั้นหอระฆังโบสถ์ St.Mark นั้น นิยมนำไปประดับสถานที่กันทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลาสเวกัส ดิสนีย์ เวิลด์  ฟลอริดา ไปจนถึงศูนย์การค้าใหญ่ยักษ์ในจีน หอระฆังนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความโรแมนติก แม้ช่วงเวลานองเลือดของสถานที่นี้ในประวัติศาสตร์จะถูกมองข้ามไปบ้างในศตวรรษที่ 16 พวกอาชญากรถูกจับใส่กรงแขวนและปล่อยให้ตายเน่าคากรง ปี 1902 โครงสร้างโบสถ์นั้นพังทลายลงมาทั้งหมด มีผู้เสียชีวิตเพียงหนึ่งเดียวคือแมวของผู้ดูแล การสร้างใหม่ใช้เวลาทั้งหมด 9 ปี จนกลับมามีรูปลักษณ์ดังเดิม ว่ากันว่า Bridge of sighs ที่สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อเชื่อม Doge’s Palace กับ New Prison คุกมืดขังนักโทษถูกตั้งชื่ออย่างไม่เป็นทางการโดย Lord Byron กวีผู้จินตนาการถึงนักโทษที่ทอดถอนใจเมื่อได้เห็นโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย อีกทฤษฎีหนึ่งคือคำพร่ำพรรณนาของคู่รักในเรือกอนโดลาที่ลอดใต้สะพานไป แต่มีโอกาสน้อยนิดที่นักโทษจะได้เห็นคู่รักเพราะหน้าต่างคุกนั้นเล็กนิดเดียว สะพาน Rialto นั้นสร้างขึ้นจากหินขาว Istrian เพื่อแทนที่สะพานไม้ที่ผุพังไป แต่การสร้างสะพานนี้ไม่ได้ราบรื่นปราศจากอุปสรรค มีความเชื่อว่าระหว่างการก่อสร้าง ปีศาจจะทำให้แต่ละชิ้นงานที่ทำเมื่อกลางวันพังลงตอนเที่ยงคืน แต่ซาตานตกลงว่าจะหยุดการกระทำดังกล่าวแลกกับวิญญาณคนคนแรกที่ก้าวข้ามสะพาน จวบจนกระทั่งวันนี้ ตำนานเรื่องเล่าขานของเวนิซก็ยังคลาสสิค ฟังได้ไม่รู้เบื่อ ผสมไปกับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่เกิดขึ้น โดยกาลเวลาที่ผ่านมา ก็ยังไม่อาจลดความนิยมของเมืองกลางน้ำนี้ได้ ภาพยนตร์ spider-man ภาคล่าสุดก็ยังใช้ที่นี่เป็นฉากสำคัญ ให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นว่า อาณาจักรแห่งสายน้ำยังคงคลาสสิคเหนือกาลเวลา

You May Also Like